ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 13 มิ.ย. ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด และเคลื่อนไหวผันผวนในเชิงบวก จากนั้นปรับตัวลดลงในแดนลบช่วงท้ายตลาด เนื่องจากตลาดยังแกว่งตัวไร้ปัจจัยหนุนสำคัญ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรง 2% สูงสุดในรอบ 9 เดือน ด้านนักลงทุนรอจับตาแนวโน้มการยกเลิกเคอร์ฟิวในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่จะช่วยดันหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวโรงแรม และสายการบินปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,453.91 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,463.49 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,456.02 จุด ลดลง 1.00 จุด หรือ 0.07 ด้วยมูลค่าซื้อขาย 52,686.51 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ทรู ปิดที่ 8.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท 2.เอไอเอส ปิดที่ 223.00 บาท ลดลง 4.00 บาท 3.อิตาเลียนไทย ปิดที่ 5.05 บาท เพิ่มขึ้น 0.09 บาท 4.ช.การช่าง ปิดที่ 22.20 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง 5.ดีแทค ปิดที่ 107.00 บาท ลดลง 6.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 13 มิถุนายน 2557 ปิดลบ 1 จุด
Blog
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 13 มิถุนายน 2557 ปิดลบ 1 จุด
Facebook Comments -

ข้าวสารจัดงานคืนความสุขคนไทยช่วงบอลโลก
นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ร่วมกระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยการจัดกิจกรรม คืนความสุขให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงบอลโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่อการท่องเที่ยวภายใต้กฎอัยการศึก ว่า เมืองไทยสามารถเที่ยวได้ มีความปลอดภัย ขณะเดียวกันยังเป็นกระตุ้นรายได้ ที่ลดลงไปกว่า 60%ในช่วงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง โดยคาดการณ์ว่า จากการจัดงานจะช่วยเพิ่มรายได้ต่อวันได้ประมาณ 5-6 ล้านบาทจากที่ผ่านมาถนนข้าวสารมีรายได้ทางการท่องเที่ยว ประมาณวันละ 2-3 ล้านบาท สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการร่วมเดินพาเหรด ของช้างจำนวน 9 เชือก และผู้ประกอบการที่แต่งตัวด้วยสีสันฟุตบอลโลก และช้าง เพ้นท์ตัวเป็นสีธงชาติ ที่ช้างจะเตะฟุตบอลทายผลบอลโลก นอกจากนี้ยังมีการโชว์การเดาะบอลจากคุณ ปิยะชื่นสกุล แชมป์เดาะบอลแห่งประเทศไทย และกิจกรรมเดินขบวนพาเหรดจากคณะคาลิปโซ่การแสดงของวงโยธวาทิตโรงเรียนวัดมกุฎกษัตริย์อีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ข้าวสารจัดงานคืนความสุขคนไทยช่วงบอลโลกFacebook Comments -

จัดผู้ตรวจ 100 ชุด เช็คสต๊อกข้าวทั่วประเทศ
มล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมออกตรวจสต๊อกข้าวสารทั่วประเทศในช่วงต้นเดือนก.ค.นี้ เบื้องต้นจะจัดทีมตรวจประมาณ 100 ชุด ประกอบด้วย ผู้แทนจากกองทัพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการแต่ละกระทรวงมาเป็นหัวหน้าชุดออกสุ่มตรวจแบบไม่ แจ้งล่วงหน้าว่าจะลงไปยังพื้นที่ใดบ้าง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมากที่สุด “ตอนนี้ต้องรอข้อมูลบัญชีตัวเลขที่แท้จริงของกระทรวงพาณิชย์ที่จะไปรวบรวมมาให้คณะอนุกรรมการฯ รับทราบก่อนในช่วงปลายเดือนมิ.ย.นี้ ว่าจะมีข้าวสารในสต๊อกอยู่เท่าไร รวมทั้งจำนวนโกดัง และจังหวัดที่เกี่ยวข้อง และเมื่อได้บัญชีมาแล้ว จะรีบออกตรวจทันทีโดยไม่ช้า ก่อนจะสรุปผลการตรวจสอบไปให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบ โดยการตรวจจะตรวจแบบมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ทำแบบผักชีโรยหน้า เช่น ข้าวที่อยู่ตรงกลางจะมีวิธีตรวจอย่างไร ปีนขึ้นไปตรวจยังไงไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งการฉ่ำข้าวที่ถูกวิธีด้วย” ทั้งนี้ในระหว่างที่รอข้อมูลตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์ คณะอนุฯได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรที่จะออกไปตรวจสอบ โดยให้เร่งฝึกอบรบแผนปฏิบัติงานในด้านต่างๆ เพราะเห็นว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังข้าวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย เพราะแต่ละที่จะมีโกดังจะมีอยู่หลายพื้นที่ เช่น ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางจะมีจำนวนโกดังมากกว่าทางภาคใต้ ขณะที่การเก็บรักษาข้าวก็มีวิธีที่แตกต่างกัน จึงต้องฝึกอบรมให้ถูกต้อง คาดว่า จะใช้เวลาฝึกประมาณ 2 วัน ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ล่าสุดยังได้กำชับไปยังส่วนราชการทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องข้าวให้ ดูแลและควบคุมไม่ให้มีการโยกย้ายข้าวสารทั้งระหว่างโกดัง หรือระหว่างจังหวัด เพราะการโยกย้ายข้าว ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของทางผู้บริหารที่ดูแลเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะ ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ยังขอเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ซึ่งเชื่อว่า จะช่วยเพิ่มศักยภาพในด้านการตรวจสอบให้ดียิ่งขึ้น และเมื่อผลสรุปออกมา เช่น ปริมาณข้าวสารที่แสดงไว้ในบัญชีไม่ตรงกับปริมาณที่เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ จะถือว่า เป็นการกระทำที่ทุจริต จากนั้นคงต้องดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ โดยที่ประชุมมีมติ 3 เรื่องคือ แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือตามโครงการของรัฐ โดยมีนางสาวชุติมา บุณยประภัศร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะทำงาน ขณะเดียวกันยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลให้ประธานคณะทำงานดังกล่าวภายในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ และให้คณะทำงานจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือตามนโยบายของรัฐ และรายงานผลการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ ต่อคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 176/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐลงวันที่ 6 มิ.ย.57
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดผู้ตรวจ 100 ชุด เช็คสต๊อกข้าวทั่วประเทศFacebook Comments