นายนิมิตร พูลสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจบ้านเดี่ยว บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทได้ขยายตลาดบ้านเดี่ยวไปยังกลุ่มลูกค้าระดับบน (ไฮเอ็นด์)โดยพัฒาแบรนด์ใหม่คือ เดอะ ปาล์ม เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือพนักงานระดับบริหารขึ้นไป เนื่องจากเห็นว่าตลาดระดับบนนั้นไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจหรือการเมืองแต่อย่างใดอีกทั้งที่ผ่านมา บริษัททำตลาดระดับกลางถึงล่างมาตลอด จึงต้องการที่จะพัฒนาสินค้าให้คลอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้นแต่เดิมบริษัททำบ้านเดี่ยวราคา 3-5 ล้านบาท แต่ขณะนี้ได้ปรับเพิ่มมาเป็น 7-10 ล้านบาท และ 10-25 ล้านบาทมากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าโดยหลังจากเปิดให้จองซื้อ(พรีเซลล์)โครงการเดอะ ปาล์ม บนถนนพัฒนาการ รวมมูลค่า 2,000ล้านบาท 179 ยูนิต บนพื้นที่ใช้สอย 216–408ตารางเมตร ราคาตั้งแต่ 9-25 ล้านบาทมา 2 เดือน มียอดขายแล้ว 500 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้จะมียอดขาย800-1,000 ล้านบาทปัจจุบันบนถนนพัฒนาการนี้ บริษัทมีที่ดิน 400 ไร่ ตั้งเป็น พฤกษา อเวนิว และมีโครงการต่าง ๆอยู่ในพื้นที่ 9 โครงการ ส่วนครึ่งปีหลังนี้ มีแผนที่จะเปิดตัวบ้านเดี่ยว3 ชั้น 1 โครงการ ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป และบ้านแฝดอีก 1 โครงการ เนื่องจากมองว่า ตลาดบ้านเดี่ยวเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อย ๆอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีหลัง และกำลังจะหาซื้อที่เพิ่มเติมอีก ประเมินว่าปีนี้ตลาดบ้านเดี่ยวในส่วนของบริษัทจะโตขึ้น2-3% ซึ่งปีที่ผ่านมา มียอดขายเฉพาะบ้านเดี่ยว 9,000 กว่าล้านบาท แต่ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 12,000ล้านบาทได้แน่นอน จากตลาดรวมบ้านเดี่ยว 91,000 ล้านบาท“ช่วง 5เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ส่วนของบ้านเดี่ยว 4,000ล้านบาท จากการเปิดตัวโครงการใหม่ 12 โครงการ ซึ่ง 90%เป็นบ้านเดี่ยว และช่วง 7 เดือนหลังนี้จะเปิดอีก15 โครงการ เฉลี่ยลงทุนโครงการละ 1,000 ล้านบาท”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พฤกษาบุกตลาดบ้านหรู10-25 ล้านบาท
Blog
-

พฤกษาบุกตลาดบ้านหรู10-25 ล้านบาท
Facebook Comments -

3 แบงก์ชนะปล่อยกู้จำนำข้าว 4 หมื่นล้าน
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยภายหลังเปิดซองประมูลเพื่อดำเนินการจัดหาเงินกู้และค้ำประกันให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ภายใต้โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 56/57 เพิ่มเติมอีก 40,000 ล้านบาท อายุเงินกู้ 3 ปี ว่า การประมูลครั้งนี้มี 3 ธนาคาร เสนอดอกเบี้ยต่ำสุด ได้แก่ ธนาคารออมสิน วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็น วงเงิน 10,000 ล้านบาทแรก เสนออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ (ไบบอร์) 6 เดือน -0.1% และอีก 10,000 ล้านบาท เสนอดอกเบี้ยเท่ากับไบบอร์ 6 เดือน, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (เบย์) ได้วงเงิน 10,000 ล้านบาท เสนอดอกเบี้ยเท่ากับไบบอร์ 6 เดือน และธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ วงเงิน 10,000 ล้านบาท เสนอดอกเบี้ยไบบอร์ +0.05% ทั้งนี้ ดอกเบี้ยไบบอร์ 6 เดือน ปัจจุบันอยู่ที่ 2.28308% ต่อปี ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของเงินกู้ข้าว 40,000 ล้านบาท อยู่ที่ 2.2705% ต่อปี สูงกว่าการประมูลเงินกู้จำนำข้าวก้อนแรก 50,000 ล้านบาท เล็กน้อยประมาณ 0.09% ต่อปี แต่ก็ยังต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร 3 ปี โดยกำหนดส่งมอบเงินทั้งหมดให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรภายในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ เพื่อจ่ายให้ชาวนาต่อไป ซึ่งการประมูลครั้งนี้มีธนาคารที่ยื่นซองประมูลเงินกู้ครั้งนี้มีทั้งหมด 11 ราย เป็นวงเงินที่เสนอเข้ามา 114,000 ล้านบาท สูงกว่าวงเงินที่เปิดประมูล 2.85 เท่า “อัตราดอกเบี้ยการประมูลเงินกู้ในรอบที่ 2 ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงกว่าการประมูลครั้งก่อน 0.09% แต่ก็ยังเป็นอัตราที่น่าพอใจ เพราะยังต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปีในตลาดอยู่ดี ส่วนการที่ สบน. กำหนดอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานในการประมูลที่อัตราไบบอร์ 6 เดือนนั้น เนื่องจากเป็นการกำหนดจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของ 33 สถาบันการเงินทั่วประเทศ โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้ประสานงาน ซึ่งมีความเหมาะสม” อย่างไรก็ตาม การกู้เงินจำนำข้าวตั้งแต่รอบการผลิตปี 54-56 มีวงเงินรวม 396,000 ล้านบาท โดยยังเหลือวงเงินกู้จำนำข้าวอีก 2,431 ล้านบาท สำหรับชาวนาภาคใต้ แต่อาจจะไม่ต้องกู้ เพราะใช้เงินจากระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์แทน เนื่องจากเป็นเงินจำนวนไม่มาก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 3 แบงก์ชนะปล่อยกู้จำนำข้าว 4 หมื่นล้านFacebook Comments -

ปตท.-บางจาก ลดดีเซล 14 สต.มีผล 13 มิ.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากคณะกรรมการกบง. โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผอ.ทอ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) เป็นประธาน ได้สั่งให้ลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 14 สตางค์ บมจ.ปตท. และบมจ.บางจากปิโตรเลียม ได้ประกาศปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 14 สตางค์ ตามมติกบง. มีผลวันที่ 13 มิ.ย. ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซล อยู่ที่ลิตรละ 29.85 บาท ส่วนราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ ยังคงเดิม คือ น้ำมันเบนซิน 95 ราคาลิตรละ 48.75 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 40.73 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ราคาลิตรละ 38.28 บาท อี 20 ราคาลิตรละ 35.78 บาท อี 85 ราคาลิตรละ 24.58 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปตท.-บางจาก ลดดีเซล 14 สต.มีผล 13 มิ.ย.Facebook Comments