Blog

  • เมื่อ ‘หอยเป๋าฮื้อ’ ไม่อยู่ในกระป๋อง – ฉลาดคิด

    เมื่อ ‘หอยเป๋าฮื้อ’ ไม่อยู่ในกระป๋อง – ฉลาดคิด

    “หอยเป๋าฮื้อ” ถือว่าเป็นอาหารระดับฮ่องเต้ที่กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะเมื่อหูฉลามถูกสกัดจากการรณรงค์ต่อต้านการทำร้ายสัตว์ ด้วยราคาที่แพง กระป๋องละหลายพันบาท เพราะกว่าหอยเป๋าฮื้อจะเติบโตในธรรมชาติจนถึงขนาดที่ถูกส่งเข้าไปอยู่ในกระป๋องได้นั้น ต้องใช้เวลานานถึง 15 ปี ทำให้สัตว แพทย์ชาวไทยเห็นโอกาสในการเพาะเลี้ยงและสร้างมูล ค่าเพิ่มให้กับหอยเป๋าฮื้อ จนได้ชื่อว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจครบวงจรเกี่ยวกับหอยเป๋าฮื้อเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย “นสพ.สิทธิศักดิ์ เหมืองสิน” กรรมการผู้จัดการ ภูเก็ต อะบาโลน กรุ๊ป บอกว่า เริ่มเพาะเลี้ยงเป๋าฮื้อสายพันธุ์ไทยตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำตลาด จึงเริ่มศึกษาตลาดญี่ปุ่นอย่างจริงจัง พบว่าสายพันธุ์หอยเป๋าฮื้อที่มีรสชาติถูกใจชาวญี่ปุ่น ก็คือพันธุ์จากเกาะโอกินาวา ซึ่งสามารถเพาะเลี้ยงในอุณหภูมิใกล้เคียงกับเมืองไทยได้ จึงนำมาเพาะเลี้ยงในเมืองไทย มีการศึกษาวิจัยและพัฒนา จนได้ระบบการเพาะเลี้ยงที่เหมาะสม โดยเป็นระบบปิด มีระบบหมุนเวียนน้ำที่เปลี่ยนของเสียกลับมาใช้ใหม่ และเพิ่มผลผลิตด้วยเลี้ยงแบบคอนโดบล็อก ทำให้สามารถเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อได้มากกว่าแนวราบทั่วไปถึง 10 เท่า  ระบบการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อครบวงจรตั้งแต่เพาะเลี้ยงจนถึงแปรรูปนี้ การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติด้านเศรษฐกิจเมื่อปี 2551 และเป็น 1 ใน 10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรมปี 2553 ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ….และด้วยอาหารเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ต้องมีการแปรรูปเพิ่มมูล ค่าให้กับผลิต ภัณฑ์ หอยเป๋า ฮื้อจากฟาร์มแห่งนี้จึงไม่ได้ มีแค่เนื้อหอยเหมือนอย่างที่เห็นในกระป๋องอีกต่อไป… นสพ.สิทธิศักดิ์ บอกว่า จากการค้นคว้าและวิจัยพบว่าสารสกัดธรรมชาติที่พบมากในหอยเป๋าฮื้อคือคอลลาเจนคุณภาพสูง ซึ่งจากการเลี้ยงในระบบปิด น้ำสะอาด สภาพแวดล้อมไม่มีอุตสาหกรรมหนัก พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้รับการผสมพันธุ์ในห้องทดลอง ประกอบกับสกัดคอลลาเจนด้วยวิธีการสกัดเย็น ทำให้มีผลต่อการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนังของคนมากกว่าวิธีสกัดร้อน และที่สำคัญคือขบวนการผลิต ซึ่งได้เปิดให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำโดย นายสมชาย เทียมบุญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงฯ นำสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมการผลิตอย่างใกล้ชิดที่ จ.ภูเก็ต  ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นทุกขั้นตอนในการผลิตคอลลาเจนนี้ได้มาตรฐานระดับโลก และผ่านมาตรฐานวัตถุดิบเครื่องสำอางที่ส่งไปจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่น ล่าสุดได้เปิดตัวเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแนวใหม่ “ลาซิส อะบาโลน คอลลาเจน” และอนาคตจะมีผลิตภัณฑ์จากหอยเป๋าฮื้อเพื่อดูแลและป้องกันโรคบางชนิดอีกด้วย นี่แหละผลงานจากมันสมองของคนไทย!!!. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เมื่อ ‘หอยเป๋าฮื้อ’ ไม่อยู่ในกระป๋อง – ฉลาดคิด

  • ผลประโยชน์ทับซ้อนกับวาระซ่อนเร้น – พลังงานรอบทิศ

    ผลประโยชน์ทับซ้อนกับวาระซ่อนเร้น – พลังงานรอบทิศ

    ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องครับ ความพยายามที่จะดิสเครดิตกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนที่มี ดร.ปิยสวัสดิ์ เป็นแกนนำ เมื่อเล่นงานหัวหน้ากลุ่มไม่ได้ เพราะมีต้นทุนทางสังคมสูง มีคนเชื่อถือมากก็หันมาเล่นงานสมาชิกกลุ่มบางคนแทน ล่าสุดได้มีการนำคลิปซึ่งเป็นคลิปเก่าตั้งแต่ปีที่แล้ว ออกมาโพสต์ผ่าน Social Media อีกครั้ง โดยเป็นคลิปที่มีผู้เชิญผมไปบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพลังงานให้ประชาชนในภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ  ผู้ที่นำคลิปมาโพสต์ก็ตั้งตัวเป็นผู้มีธรรมาภิบาลสูง ตั้งคำถามตรวจสอบผมทันทีว่า ผมไปรับเงินใครมาหรือเปล่า ถึงได้มีเงินมาเดินสายจัดสัมมนาชี้แจงข้อมูลให้ประชาชนได้ทั่วประเทศแบบนี้ และถ้าไปรับเงินมาจะคงความเป็นกลางได้หรือไม่  ผมอยากเรียนว่าวิธีการดังกล่าวนั้นเป็นกลยุทธ์ถนัดของคน ๆ นี้ในการดิสเครดิตคนที่มีความเห็นแตกต่างจากเขา โดยใช้วิธีโจมตีคนอื่นให้เป็นคนเลว เพื่อให้เห็นว่าตนเองนั้นเป็นคนดี แทนที่จะมาถกเถียงกันโดยใช้เหตุผลถึงเนื้อหาความคิดเห็นหรือข้อเสนอของแต่ละฝ่ายว่าเป็นอย่างไร  และวิธีการที่ใช้นั้นก็เลวสิ้นดี เพราะเล่นใช้วิธีการตัดเทปเป็นบางตอน แล้วไปนำเสนอให้คนเข้าใจผิด เพราะไม่ได้ฟังทั้งหมด (ซึ่งวิธีการอย่างนี้ ผู้ดีมีสกุลที่ได้รับการอบรมมาดี เขาไม่ทำกันหรอกครับ) ดังนั้นถ้าท่านมาตั้งข้อสงสัยในความเป็นกลางของผม ผมก็ขอตั้งข้อสงสัยกลับไปบ้างในความเป็นกลางของท่านกับคณะ ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ เพราะตลอดเวลาที่ผมเฝ้าดูและติดตามการนำเสนอข้อมูล ตลอดจนการเดินสายออกไปจัดตั้งกลุ่มต่าง ๆ ในต่างจังหวัดของท่านและคณะ ไม่ได้เป็นไปในลักษณะของการให้ความรู้กับประชาชนเลยแม้แต่น้อย  เพราะไม่มีการให้ความรู้หรือข้อมูลทั้งสองด้าน แล้วให้ประชาชนคิดและตัดสินใจเอาเอง แต่เป็นการให้ข้อมูลเพียงด้านเดียว แล้วยัดเยียดความเชื่อ สมมุติฐาน จินตนาการของตนเอง ชักจูงใจให้ชาวบ้านเชื่อว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ มีลักษณะของการปลุกระดมมากกว่าการให้ความรู้แก่ประชาชนเสียด้วยซ้ำไป ทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่า ท่านและคณะของท่านมีวาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda) อะไรหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นวาระซ่อนเร้นทางการเมืองหรือทางธุรกิจ ภายใต้ถ้อยคำสวยหรูบังหน้าว่าเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ส่วนเรื่องที่ท่านสงสัยว่าผมรับเงินใครเวลาเดินสายไปต่างจังหวัดหรือไปพูดอภิปรายตามที่ต่าง ๆ และมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่านั้น เรื่องนี้ตอบกันตรง ๆ เลยว่าผมรับหมดแหละครับถ้ามีใครมาเชิญ ผมไม่ได้เลือกว่าผู้เชิญจะเป็นใคร เพราะผมตั้งปณิธานเอาไว้แล้วว่า ใครเชิญผมไปพูดที่ไหนผมไปหมด ได้เงินหรือไม่ได้เงินผมไปทั้งนั้น เพราะผมต้องการให้ความรู้เป็นวิทยาทานแก่ประชาชน การที่มีคนมาเชิญผมไปพูด ไปออกทีวี หรือมาขอสัมภาษณ์นั้น ต้องเรียนว่าผมไม่เคยเสนอตัวขอไปพูด ไปขอออกทีวีรายการใด ๆ หรือขอให้ใครมาสัมภาษณ์แต่อย่างใด  (เหมือนใครบางคน) แต่เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า การติด ต่อขอให้ผมไปพูดหรือให้สัมภาษณ์นั้น ค่อนข้างจะสะดวก ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ไม่ต้องนัดล่วงหน้านาน ไม่มีการเรียกร้องค่าตัว ฯลฯ และข้อสำคัญคือผมพยายามตอบสนองทุกคนถ้าผมทำได้ ดังนั้นถ้าท่านจะเห็นหน้าผมบ่อยจนทำใจไม่ได้ ก็ต้องขออภัยด้วย ส่วนที่ท่านเป็นกังวลว่าเวลาไปต่างจังหวัดมีค่าใช้จ่าย ทำให้ผมต้องไปหากลุ่มทุนมาเป็นผู้อุดหนุนจนอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น ท่านก็กังวลไปเถอะครับ แต่ผมไม่กังวลหรอกเพราะผมไม่ได้เป็นคนจัด  คนจัดเขาจะไปหาทุนมาจากไหนก็เป็นเรื่องของเขา แต่เขาจะมาบังคับให้ผมพูดอย่างที่เขาต้องการไม่ได้ ไม่เชื่อท่านลองจัดแล้วเชิญผมไปพูดดูสิ ดูซิว่าผมจะพูดถูกใจท่านหรือไม่ ความจริงแล้วผมว่า ท่านไม่น่าจะต้องมากังวลว่าใครเป็นผู้สนับสนุนรายการหรอกครับ ท่านควรจะดูเนื้อหาที่ผมนำเสนอมาก กว่าว่าจริงหรือเปล่า รับฟังได้ไหม มีเหตุผลหรือเปล่า แล้วมาถกกันเรื่องเนื้อหาดีกว่า อย่าเอาเรื่องกลุ่มทุนหรือผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้นมาอ้างเพื่อปิดปากคนที่คิดไม่เหมือนท่านเลย วิธีนี้มันเก่าแก่โบร่ำโบราณเหมือนสมัยเขาปราบคอมมิวนิสต์เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว มันใช้ไม่ได้ผลหรอก ว่ากันที่จริงการที่ท่านและคณะใช้อภิสิทธิ์เอาเงินงบประมาณของสภาซึ่งเป็นเงินของประชาชนไปจัดสัมมนา อภิปราย   ต่าง ๆ นานา โดยอ้างว่าเป็นการให้ความรู้กับประชาชน แต่กลับให้ข้อมูลด้านเดียว  แล้วพอมีคนไม่เห็นด้วย เขาอยากจะจัดบ้างโดยให้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากกว่าที่ท่านให้ ท่านก็ออกมาตั้งข้อสงสัยว่าเขารับเงินจากกลุ่มทุน แล้วท่านจะให้พวกเขาออกเงินกันเองไปจัดสัมมนาหรืออภิปรายแข่งกับพวกท่านที่มีเงินงบประมาณจากสภา สนับ สนุนหรืออย่างไร ถ้าท่านกลัวกลุ่มทุนมากไม่อยากให้มาเป็นผู้สนับสนุน ท่านก็ลองแบ่งงบประมาณที่ท่านได้มา ให้คนอื่นเขาได้จัดเพื่อเสนอข้อมูลและมุมมองที่แตกต่างดูบ้างสิ แทนที่จะจัดกันเอง พูดกันเอง ฟังกันเอง แล้วก็แถลงกันเองอย่างทุกวันนี้ ว่าแต่ว่าจะใจกว้างพอหรือเปล่าล่ะ!!!.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผลประโยชน์ทับซ้อนกับวาระซ่อนเร้น – พลังงานรอบทิศ

  • บอร์ดปตท.อู้ฟู้เบี้ยเลี้ยงประชุมเพียบ

    บอร์ดปตท.อู้ฟู้เบี้ยเลี้ยงประชุมเพียบ

    นายสุนชัยคำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่าการบริหารงานของกฟผ.ในปัจจุบันไม่มีสิทธิประโยชน์พิเศษใดๆโดยเฉพาะประเด็นที่ถูกโจมตีมาตลอดว่า พนักงานกฟผ. หรือแม้แต่คณะกรรมการ (บอร์ด)ใช้ไฟฟ้าฟรีนั้น ไม่จริงแน่นอน โดยสามารถตรวจสอบได้ว่า พนักงานทุกคนต้องเสียค่าไฟฟ้าอัตราปกติทุกคน มีบิลไฟฟ้ายืนยันได้แน่นอน ส่วนรายได้ของคณะกรรมการกฟผ.นั้นไม่ได้มากอย่างแน่นอน เพราะเป็นไปตามข้อกำหนดของกระทรวงการคลัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผลตอบแทนคณะกรรมการของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ในปี 57 จะได้ค่าตอบแทนรายเดือน เดือนละ 30,000 บาทต่อคนเบี้ยประชุมเฉพาะกรรมการที่เข้าประชุม ครั้งละ 50,000 บาทโดยจำกัดการจ่ายเบี้ยประชุม ไม่เกินปีละ 15ครั้ง หรือไม่เกินปีละ750,000 บาท ส่วนเงินโบนัสคณะกรรมการจะได้ 0.05 % ของกำไรสุทธิประจำปี57 แต่กำหนดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 3ล้านบาท โดยคำนวณจ่ายตามระยะเวลาการดำรงตแหน่งและประธานกรรมการปตท. จะได้รับสูงกว่ากรรมการ 25%รายงานข่าวจากกฟผ.แจ้งว่ากฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ บอร์ดกฟผ. จะได้เบี้ยประชุมครั้งละไม่เกิน10,000 บาทต่อครั้งเป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ส่วนประธานบอร์ดได้ครั้งละ 20,000 บาทขณะที่โบนัสบอร์ด ได้ตามพนักงานกฟผ. เช่นปี 56ได้โบนัส 2เดือนกว่า โดยปี56 ประธานบอร์ดกฟผ. ได้โบนัสประมาณ 522,070บาท รวมทั้งบอร์ดกฟผ. ไม่มีการได้รับสิทธิประโยชน์ใช้ไฟฟ้าฟรีแต่อย่างใดโดยการให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรีแก่พนักงานกฟผ.นั้น ที่ผ่านมา พนักงานเคยได้รับจริงแต่เป็นไปในรูปเงินยังชีพ ประเภทค่ากระแสไฟฟ้าที่รวมอยู่ในเงินเดือนและได้ยกเลิกไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 37 เป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บอร์ดปตท.อู้ฟู้เบี้ยเลี้ยงประชุมเพียบ