นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า การจัดสรรโควตาสลากการกุศลรอบใหม่ให้ผู้พิการ ที่สำนักงานสลากฯ ได้เปิดให้คนพิการแจ้งความประสงค์ขอรับสลากไปจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องรอขอความเห็นชอบจากรัฐบาลชุดใหม่อีกครั้ง ขณะเดียวกันคณะกรรมการสลากฯ พบว่ายังมีขั้นตอนต้องขอศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากต้องการจัดสรรให้คนพิการอย่างเป็นธรรมและถึงมือคนพิการจริง ๆ“ขณะนี้ กำลังศึกษาแนวทางการจัดสรรให้คนพิการในหลายวิธี เพราะต้องการให้คนพิการได้รับสิทธิในโควตาดังกล่าว ที่เป็นรายย่อยเท่านั้น และถึงมือคนพิการจริง ๆ เนื่องจากไม่ต้องการให้เหมือนกับที่ผ่านมา ที่ผู้ได้รับสิทธิไม่ใช้รายย่อย รวมทั้ง การดำเนินงานดังกล่าวก็อยู่ที่นโยบายของรัฐบาลใหม่ โดยยืนยันว่าจะทำเรื่องนี้อย่างประนีประนอมมากที่สุด”ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า การจัดสรรโควตาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม 50 ล้านฉบับ ในจำนวนนี้ 43 ล้านฉบับจะครบกำหนด ต้องจัดสรรใหม่ในเดือนมิ.ย.นั้น ขอยืนยันว่ากระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง การจัดสรรโควตาเพื่อจำหน่าย ยังเป็นไปตามปกติ ยังไม่ได้มีวาระหารือเพื่อจัดสรรโควตารอบใหม่เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการแต่อย่างใดรายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสลาก เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา มีความเห็นว่าการเพิ่มสลากการกุศลนั้น ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐบาลชุดใหม่อีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการ สลากฯ พิจารณาได้ก็ตาม รวมทั้ง ยังเสนอให้นำเรื่องดังกล่าว ไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อพิจารณาถึงภาวะตลาดให้รอบคอบ ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อตลาดสลากที่มีอยู่ในปัจจุบันที่มีอยู่ในตลาด 72 ล้านฉบับ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โยนรัฐบาลใหม่ตัดสินเพิ่มโควตาสลาก
Blog
-

โยนรัฐบาลใหม่ตัดสินเพิ่มโควตาสลาก
Facebook Comments -

ธ.ก.ส.ไฟเขียวจ่ายเบี้ยประกันภัยนาข้าว
รายงานข่าวจากคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้เห็นชอบเรื่องการอนุมัติเงิน 376 ล้านบาท เพื่อจ่ายเป็นค่าเบี้ยในโครงการประกันภัยนาข้าวฤดูกาลผลิต 57/58 เพราะเป้าหมายพื้นที่ทำประกันครั้งนี้ 1.5 ล้านไร่ คาดว่าต้องใช้เงิน 494 ล้านบาท แต่มีวงเงินที่เหลือจากโครงการเก่า 118 ล้านบาท ทำให้ยังขาดเงินอีก 376 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเพียงพอต่อการประกันภัยแก่ชาวนาต่อไป โดยเงินที่สำรองไปดังกล่าวนั้น จะเสนอกระทรวงการคลัง ขอค่าชดเชยต้นทุนเงินในอัตราเอฟดีอาร์ +1 % จากปัจจุบันระดับกว่า 2%ทั้งนี้ เมื่อคณะกรรมการธนาคารเห็นชอบแล้ว ก็จะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา เพื่อเสนอต่อที่ประชุมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบต่อไป โดยเรื่องดังกล่าวถือเป็นมาตรการเร่งของ คสช. ที่สั่งให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งในส่วนของ ธ.ก.ส. ได้สั่งทุกสาขาเตรียมแผนขายประกันนาข้าวไว้พร้อมแล้วคาดว่าเริ่มได้ทันที ตั้งเป้าหมายขายประกันครบ 1.5 ล้านไร่ภายในเดือน ก.ย. นี้สำหรับการแบ่งพื้นที่หรือโซนการรับประกันออกเป็น 5 โซน ตามความเสี่ยงภัย คือ พื้นที่เสี่ยงต่ำสุดคิดเบี้ยประกันไร่ละ 129.47 บาท แบ่งเป็น เกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 60 บาท รัฐบาลร่วมจ่ายเบี้ยประกัน 69.47 บาท หากพื้นที่เสี่ยงต่ำมาก คิดเบี้ยประกันไร่ละ 247.17 บาท โดยเกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 70 บาท รัฐบาลจ่ายเบี้ย 177.17 บาทขณะเดียวกัน หากพื้นที่เสี่ยงต่ำคิดเบี้ยประกันไร่ละ 376.64 บาท โดยเกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 80 บาท รัฐบาลจ่ายเบี้ย 296.64 บาท ส่วนพื้นที่เสี่ยงปานกลางคิดเบี้ยประกันไร่ละ 472.94 บาท โดยเกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 90 บาท รัฐบาลจ่ายเบี้ย 382.94 บาท และพื้นที่เสี่ยงสูง คิดเบี้ยประกันสูงสุดไร่ละ 510.39 บาท เกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 100 บาท รัฐบาลร่วมจ่ายเบี้ยประกัน 410.39 บาททั้งนี้ การประกันดังกล่าว มีความคุ้มครองทั้งภัยธรรมชาติ และภัยจากศัตรูพืช แบ่งเป็น ความคุ้มครองความเสียหาย 6 ประเภทได้แก่ อุทกภัย ฝนทิ้งช่วง วาตภัย อัคคีภัย ลูกเห็บและอากาศหนาว ซึ่งจะได้รับชดเชย 1,111 บาทต่อไร่ ถ้าเสียหายจากภัยศัตรูพืชและโรคระบาดจะคุ้มครอง 555 บาทต่อไร่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธ.ก.ส.ไฟเขียวจ่ายเบี้ยประกันภัยนาข้าวFacebook Comments -

เล็งขอ คสช.ลดพิกัดภาษีเหลือ 5 พิกัด
นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้เสนอไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อปรับโครงสร้างภาษีของกรมฯ โดยเตรียมรื้อพิกัดภาษีใหม่ จากเดิมที่มีอยู่ 20 พิกัด อัตราภาษีระหว่าง 0-80% ให้เหลือ 5 พิกัด อัตราภาษีเหลือเพียง 0-20% โดยแบ่งเป็นภาษี 0% สำหรับเครื่องจักรที่เป็นสินค้าทุน 1% สินค้าวัตถุดิบ 5% สินค้ากึ่งวัตถุดิบ 10% สินค้าสำเร็จรูป และ 20% เป็นสินค้าที่ประเทศให้ความคุ้มครอง โดยพิกัดภาษีใหม่นี้จะลดอัตราสูงสุดลงเพื่อให้สอดคล้องการจัดเก็บภาษีศุลกากรประเทศอื่น ๆ ของโลกทั้งนี้ การปรับลดภาษีศุลกากรต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับภาษีสรรพากร และภาษีสรรพสามิต ที่ต้องปรับขึ้น เพื่อดูแลสินค้าที่ผลิตในประเทศ และป้องกันสินค้าจากต่างประเทศมาตีตลาดในไทย โดยในอนาคตนั้น กรมศุลกากรคงจะไม่ใช่หน่วยงานหลักที่จะหารายได้เข้ารัฐ เพราะภาษีส่วนใหญ่จะเหลือ 0% ตามข้อตกลงทางการค้าที่ไทยไปเจรจาไว้ ซึ่งช่วง 8 เดือนของปีงบ 57 ที่ผ่านมานั้น กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 18,000 ล้านบาท คาดว่าตลอดทั้งปี งบต่ำกว่าเป้าหมาย 20,000 ล้านบาท หรืออยู่ที่ 110,000 ล้านบาท จากเป้าหมาย 130,000 ล้านบาท โดยปีงบ 58 ปรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ที่ 110,000 ล้านบาทใกล้เคียงกับการเก็บจริงในปีงบ 57ขณะที่ความคืบหน้าการเชื่อมโยงด้านศุลกากรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (เนชั่นแนล ซิงเกิล วินโดว์) นั้น ขณะนี้เชื่อมการให้บริการของหน่วยงานต่างๆ ไปแล้ว 17 หน่วยงานจากเป้าหมาย 35 หน่วยงาน คาดว่าภายในปี 58 จะเชื่อมโยงแล้วเสร็จ 80-90% น่าจะรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ได้ในระดับหนึ่ง โดยยังมีเพียง 5-6 หน่วยงานที่ยังไม่ดำเนินการอะไรเลย เพราะติดขัดเรื่องบประมาณในการจัดซื้อระบบและคอมพิวเตอร์ ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะเสนอของบไปยัง คสช.หรือไม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งขอ คสช.ลดพิกัดภาษีเหลือ 5 พิกัดFacebook Comments