ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 มิ.ย. ดัชนีตลาดหุ้นไทยดีดตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด และเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงเช้า ขณะที่ช่วงบ่ายตลาดแกว่งตัวผันผวนทั้งในแดนบวกและลบ ตามแรงซื้อขายทำกำไร เนื่องจากนักลงทุนยังรอปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนตลาด ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ เริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากนักลงทุนคลายความกังวล หลังจากการตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวในหลายพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,454.05 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,466.15 จุด จนมาปิดตลาด 1,457.30 จุด ลดลง 0.72 จุด หรือ 0.05 ด้วยมูลค่าซื้อขาย 39,629.26 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 167.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง2.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 20.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท3.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 16.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท4.ทรู ปิดที่ 7.45 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท5.อิตาเลียนไทย ปิดที่ 4.62 บาท ลดลง 0.30 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 มิถุนายน 2557 ปิดลบ 0.72 จุด
Blog
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 มิถุนายน 2557 ปิดลบ 0.72 จุด
Facebook Comments -

กรมศุลฯจับรถหรูสำแดงเท็จ
ที่กรมศุลกากร เวลา 10.00 น. เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.57 นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมฯได้จับกุมสินค้าลักลอบหนีศุลกากรและหลีกเลี่ยงอากร ข้อห้ามข้อกำกัด ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล มูลค่ากว่า 21.6 ล้านบาท โดยเป็นกรณีการจับกุมรถยนต์ ที่สำแดงเป็นรถใหม่ แต่ตรวจพบเป็นรถเก่าใช้แล้ว และเตรียมการส่งออกไปประเทศที่ 3 รวมทั้ง จับกุมรถยนต์สำแดงเป็นรถเก่าใช้แล้วแต่ไม่มีใบอนุญาตการนำเข้าจากกระทรวงพาณิชย์ สำหรับสาเหตุที่ใช้ประเทศไทย ถูกใช้เป็นทางผ่านในการส่งออกรถนั้น เนื่องจากกรมศุลกากรอำนวยความสะดวกในการนำเข้าเเละส่งออกสินค้า จึงอาจเป็นช่องว่างทำให้มีการลักลอบกระทำความผิดได้ง่าย ซึ่งกรมศุลกากรจะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง มีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเกี่ยวกับกรณีดัง กล่าวหรือไม่ หากตรวจพบทางกรมศุลกากรจะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีคนไทยเป็นผู้ร่วมขบวนการด้วย จึงได้ประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทำการสกัดกั้นต่อไป “สืบเนื่องจากสถานฑูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ได้รับข้อมูลว่าได้มีแก๊งโจรกรรมรถ ได้ขโมยรถจากมาเลเซียแล้วบรรจุใส่ตู้คอนเทนเนอร์ที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อ เปลี่ยนสัญชาติ โดยสำเเดงเเปลงสภาพให้เป็นรถใหม่ จากนั้นนำเข้ามาในประเทศไทย โดยปะปนกับรถใหม่ซึ่งเข้ามาเป็นปกติอยู่เเล้วกว่า 1,000 คัน ก่อนที่จะเเยกรถเเปลงสภาพดังกล่าวส่งออกโดยผ่านด่านเเหลมฉบัง คลองใหญ่ เเม่สอด เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ อาทิ กัมพูชา เเอฟริกาใต้ ตะวันออกกลาง จีน สิงคโปร์ จากการตรวจสอบพบว่าโดยส่วนมากรถที่ถูกโจรกรรมนั้นมักจะเป็นรถชนิดขับเคลื่อน 4 ล้อ เนื่องจากเหมาะกับการใช้ขับขี่ในพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ภายในปี 57 โดยเมื่อต้นปีสามารถจับกุมได้ทั้งหมด 15 คัน ซึ่งรวมกับจับกุมครั้งนี้รวมทั้งสินเป็นจำนวน 45 คัน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมศุลฯจับรถหรูสำแดงเท็จFacebook Comments -

ไกด์จ่อตกงาน3,000 ราย
นายวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ไกด์คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้บริการนักท่องเที่ยวจีน กว่า 3,000 คนกำลังเข้าสู่ภาวะการตกงาน เนื่องจาก ถูกกลุ่มชาวจีน เข้ามาแย่งอาชีพและรับบริการในราคาที่ถูกกว่า โดยมักจะเข้ามาทำงานในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจีนหนาแน่น อาทิ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา เป็นต้น โดยอาศัยการคุ้มครองจากบริษัททัวร์รายใหญ่ ที่เข้ามาทำธุรกิจแบบผู้ถือหุ้นแทน(นอมินี) ประกอบกับ สถานการณ์ทางการเมืองทำให้ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปี 56 ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงไปแล้วไม่ต่ำกว่า 55% ทำให้กลุ่มไกด์ต้องดิ้นรนแย่งกลุ่มลูกค้ากันเอง “ต้องยอมรับว่าแต่เดิมไกด์ชาวจีนเดินทางมาทำงานในประเทศไทยนานแล้ว โดยมีกว่า 3,000 เท่าๆกับไกด์ไทยแบบถูกกฎหมายแต่ที่ผ่านๆมา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมีเยอะมาก จึงไม่เกิดการแย่งงานกับไกด์คนไทยเอง โดยกลุ่มไกด์ชาวจีนนั้น ส่วนใหญ่ก็จะพูดภาษาไทยไม่ได้ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวได้ไม่มาก แต่จะเน้นหนักไปที่การแนะนำแหล่งช็อปปิ้งเป็นหลักมากกว่า เรียกง่ายๆ ว่าเกือบจะเข้ามารับหน้าที่เป็นไกด์ให้ทัวร์ศูนย์เหรียญ และด้วยความที่จะได้ค่าจ้างในราคาที่ถูกกว่า บริษัททัวร์ต่างๆ ก็จะนิยมจ้างไกด์พวกนี้เข้ามาทำงานมากกว่าคนไทย” อย่างไรก็ดีทางสมาคมฯ จะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะเสนอไปยัง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีอำนาจสูงสุดด้านการตั้งสภาต่างๆในขณะนี้ ให้พิจารณาแยกอาชีพมัคคุเทศก์ออกมาตั้งเป็นสภามัคคุเทศก์วิชาชีพ จากปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของกรมการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดความคล่องตัว สามารถพัฒนาวิชาชีพไกด์ให้มีศักยภาพมากขึ้น เพิ่มอำนาจต่อรองและป้องกันปัญหาไกด์ต่างชาติทะลักเข้ามาช่วงไทยเข้าร่วม ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (เออีซี) ปี 58
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไกด์จ่อตกงาน3,000 รายFacebook Comments