Blog

  • WeChat โซเชียลเน็ตเวิร์กโตเร็วที่สุดในโลก

    WeChat โซเชียลเน็ตเวิร์กโตเร็วที่สุดในโลก

    ยอดการใช้งานวีแชต(Wechat) มีอัตราการเติบโตเร็วกว่าโซเชียลแอพรายอื่น มีจำนวนผู้ใช้งานประจำเติบโตถึง 1,104% จากรายงานของ  GlobalWebIndex (GWI) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ เปิดเผยรายงานประจำไตรมาสที่ 1 ของปี ค.ศ.2014 ระบุว่า วีแชต เป็นโซเชียลแอพพลิเคชั่นที่เติบโตเร็วกว่าโซเชียลแอพรายอื่นในเอเชียแปซิฟิก ด้วยยอดผู้ใช้งานเป็นประจำเติบโตสูงมากถึง 1,104% ในปีที่แล้ว GlobalWebIndex ทำการวิเคราะห์ตลาดที่ใหญ่ที่สุดจากหลากหลายวงการ เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคต่อการใช้งานด้านดิจิตอล โดยสัมภาษณ์จากบุคคลกว่า 170,000 รายในแต่ละปี ครอบคลุมหลากหลายวงการถึง 32 ประเภท หรือเท่ากับ 89% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก พบว่า วีแชต เติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับที่หนึ่งของโซเชียลเน็ตเวิร์กทั่วทั้งเอเชีย แปซิฟิก ซึ่งรวมไปถึง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ นอกจากนั้นผลการสำรวจยังระบุว่าผู้ใช้งานในละตินอเมริกาก็เติบโตชัดเจนเป็นอย่างมากควบคู่ไปกับเอเชีย แปซิฟิก ด้วยยอดผู้ใช้งานประจำที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000% ส่วนในระดับโลก พอ ชู เหยิง รองประธานกลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท เทนเซ็นต์ กล่าวว่า เรามีความพยายามเป็นอย่างยิ่ง ในการแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานโซเชียลแอพพลิเคชั่นที่สมบูรณ์แบบให้แก่ผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ วีเเชต เป็นนวัตกรรมด้านการสื่อสารด้วยโซเชียลแอพพลิเคชั่นผ่านอุปกรณ์มือถือที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน เป็นโซเชียลแอพพลิเคชั่นที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในขณะนี้ มียอดผู้ใช้งานมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก  สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี และใช้งานได้บนสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แบล็กเบอร์รี่ ไอโอเอส ซิมเบี้ยน และวินโดว์ส. 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : WeChat โซเชียลเน็ตเวิร์กโตเร็วที่สุดในโลก

  • หนุนรัฐใช้จีคลาวด์ลดค่าใช้จ่ายไอที

    หนุนรัฐใช้จีคลาวด์ลดค่าใช้จ่ายไอที

    สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ดันคลาวด์ภาครัฐ ชี้แนวโน้มหน่วยงานรัฐสนใจนำระบบสำคัญมาใช้บริการมากขึ้น คาดปีหน้ามีผู้ใช้กว่า 1,000 ระบบ จากปัจจุบันที่มีการใช้งานประมาณ 30 % ของภาครัฐทั้งหมด ดร.ศักดิ์  เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ  EGA เปิดเผยว่า ระบบคลาวด์ภาครัฐ หรือจีคลาวด์ (G-Cloud)  ที่เปิดให้บริการเมื่อ 2 ปีก่อน มีความเติบโตต่อเนื่องตลอดเวลา ปัจจุบันรองรับการทำงานไม่น้อยกว่า 600  ระบบเสมือนจริงบนคลาวด์  โดยมีระบบของหน่วยงานราชการกว่า 400 ระบบ และภายในปี 2558 จะมีระบบสะสมในคลาวด์คอมพิวติ้งภาครัฐถึง 1,000 ระบบ ทั้งนี้รูปแบบการใช้งานไอทีของภาครัฐได้เปลี่ยนแปลงไป  จากช่วงเริ่มต้นหน่วยงานรัฐจะมีระบบไอทีเป็นของตนเองใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเป็นเจ้าของ  ส่วนระบบไอทีที่นำมาทดลองลงในระบบจีคลาวด์มักจะเป็นระบบสำรอง หรือระบบการบริหารงานที่ไม่จำเป็น  แต่หลังจากที่ได้ทดลองใช้ระบบจีคลาวด์แล้ว พบว่ามีข้อตกลงการบริการที่มีมาตรฐาน ใช้งานระบบได้ทันทีและมีการรักษาความปลอดภัยที่ยอมรับได้ ทำให้ปริมาณการขอใช้งานจีคลาวด์เพิ่มขึ้นตลอดเวลา และเริ่มมีการนำระบบการทำงานที่มีความสำคัญของหน่วยงานภาครัฐมาลงมากขึ้น  “สิ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในรอบสองปีที่ผ่านมาคือ หน่วยงานรัฐขนาดใหญ่จะไม่สามารถขยายระบบไอทีของตนเองออกไป  ระบบใหม่จะมาอยู่บนจีคลาวด์ เพื่อลดค่าใช้จ่าย  สุดท้ายจะปรับเปลี่ยนระบบเดิมมาอยู่บนจีคลาวด์ด้วย  และหันไปทำหน้าที่ด้านการพัฒนาแอพพลิเคชั่นอย่างจริงจังแทน ขณะที่หน่วยงานเล็ก ๆ ที่ไม่เคยมีระบบไอทีมาก่อนก็สามารถดำเนินการระบบไอทีของตนเองบนจีคลาวด์ได้ทันที และมีแนวโน้มใช้งานเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งทั้งหมดจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านไอทีภาครัฐลงประมาณ 300 ล้านบาท ในขณะที่ปัจจุบันมี 30% ของหน่วยงานรัฐที่ใช้งานระบบจีคลาวด์ และเชื่อว่าภายในสามปีทุกหน่วยงานจะต้องใช้คลาวด์ทั้งหมด” ดร.ศักดิ์ กล่าว สำหรับในส่วนของงบประมาณของการจัดทำระบบคลาวด์ภาครัฐ หรือจีคลาวด์ ปีแรกอยู่ที่ 100 ล้านบาท ปีที่สองคือ 300 ล้านบาท ส่วนปี 2558 จะอยู่ที่ 600-700 ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มตามปริมาณการใช้งานจริง และคาดว่าจะทำให้ประหยัดงบประมาณภาครัฐมากกว่าเท่าตัวจากงบประมาณที่ใช้ และจะทำให้บริการภาครัฐสู่ประชาชนมีมากขึ้น หลากหลายขึ้น เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนุนรัฐใช้จีคลาวด์ลดค่าใช้จ่ายไอที

  • ‘ทรูออนไลน์’ย้ำกลยุทธ์คอนเวอร์เจนซ์ รักษาผู้นำตลาดบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต

    ‘ทรูออนไลน์’ย้ำกลยุทธ์คอนเวอร์เจนซ์ รักษาผู้นำตลาดบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต

    ทรูออนไลน์ รุกตลาดบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต ชูเทคโนโลยีสุดล้ำ ผสานยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์รวมบริการต่าง ๆที่คุ้มค่ากว่าเสนอให้ลูกค้า ตั้งเป้าสิ้นปีมีลูกค้าเพิ่มเป็น 2.2 ล้านราย นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าสายงานการพาณิชย์และพัฒนาธุรกิจ ทรูออนไลน์และทรูวิชั่นส์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2557 ทรูออนไลน์มีฐานผู้ใช้บริการบรอดแบนด์เพิ่มขึ้นเป็น 1.9 ล้านราย ถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตของไทย โดยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีส่วนแบ่งตลาดมากถึง 65% ปีนี้ ทรูออนไลน์จะให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริการผ่านหลากหลายเทคโนโลยี อาทิ เทคโนโลยี  DSL, DOCSIS 3.0 และ FTTx ที่ให้บริการผ่านเครือข่ายสายไฟเบอร์ที่คุณภาพสูงสามารถให้ความเร็วตั้งแต่ 10-200 Mbps มีความเสถียรและปลอดภัยต่อข้อมูล โดยตั้งเป้าหมายขยายฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 2.2 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ปัจจุบันทรูออนไลน์ได้ขยายบริการอัลตร้าไฮสปีดอินเทอร์เน็ตครอบคลุมแล้วกว่า  4.4 ล้านครัวเรือนใน 66 จังหวัดและภายในสิ้นปี พ.ศ.  2557 นี้จะขยายบริการครอบคลุม 5 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ สำหรับกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าในปีนี้ทรูออนไลน์ยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ ซึ่งเป็นจุดเด่นและแตกต่างของกลุ่มทรู โดยผสมผสานบริการต่าง ๆ ในกลุ่มเข้าด้วยกันเพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุดแก่ลูกค้าด้วยแพ็กเกจคอนเวอร์เจนซ์ที่ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั่วประเทศ อาทิ ทั้งแพ็กเกจเน็ตทรูดับเบิ้ลสุข,เน็ตทรูสุขคูณสอง,เน็ตทรูสุขคูณสองพลัสและทรูสุขคุณสาม ฯลฯ โดยเฉพาะสำหรับลูกค้าใหม่ที่สมัครแพ็กเกจ “ทรูสุขคูณสาม” ด้วยการอัพสปีดความเร็วเริ่มต้นเป็น 30 Mbps แถมยังได้รับชมรายการคุณภาพจากทรูวิชั่นส์และทรูมูฟ เอช 4 จีแอลทีอีในราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 1,000 บาท.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ทรูออนไลน์’ย้ำกลยุทธ์คอนเวอร์เจนซ์ รักษาผู้นำตลาดบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต