นายชาครีย์ บูรณกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า ปตท. ได้มีแผนบริหารจัดการก๊าซเอ็นจีวีจากกรณีบริษัทผู้ผลิตแหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย(เจดีเอ-เอ18)มีแผนปิดซ่อมบำรุงระหว่างวันที่13มิ.ย. – 10 ก.ค. 57รวม28วันส่งผลให้สถานีจ่ายก๊าซหลัก อ.จะนะ จ.สงขลาไม่สามารถผลิตก๊าซเอ็นจีวีเพื่อจ่ายไปยังสถานีบริการเอ็นจีวีทั้งหมด 14แห่งในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างประกอบด้วย จ.สุราษฎร์ธานี4แห่งจ.นครศรีธรรมราช5แห่ง และ จ.สงขลา5แห่งซึ่งมีปริมาณการใช้ก๊าซเอ็นจีวีอยู่ที่180 – 190ตันต่อวันได้ทั้งนี้ ปตท.ได้เตรียมแผนรองรับเพื่อบรรเทาปัญหาความต้องการใช้ก๊าซเอ็นจีวีโดยในช่วง10วันแรก (13 – 22มิ.ย. 57)ปตท.จัดสรรก๊าซฯ ไว้รองรับการให้บริการได้ 50 ตันต่อวันโดยขนส่งก๊าซเอ็นจีวีจากสถานีก๊าซธรรมชาติหลักเทพารักษ์จ.สมุทรปราการ และสำรองก๊าซเอ็นจีวีล่วงหน้าจากสถานีก๊าซธรรมชาติหลักจะนะ จ. สงขลาและในอีก18วันถัดมา (23มิ.ย. – 10 ก.ค. 57) สถานีจ่ายก๊าซหลักจะนะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตและอัดก๊าซจากที่สำรองไว้ในท่อส่งก๊าซธรรมชาติจ่ายให้กับสถานีบริการฯเพื่อรองรับการให้บริการได้110ตันต่อวันโดยที่ผ่านมาปตท.ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวผ่านสื่อต่างๆณสถานีบริการในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. เป็นต้นมาและล่าสุดเมื่อเดือนพ.ค. ได้ลงพื้นที่เพื่อสื่อความและขอความเห็นร่วมกันกับภาครัฐ ทั้งพลังงานจังหวัดขนส่งจังหวัด หน่วยงานความมั่นคงผู้ประกอบการขนส่งผู้บริหารสถานีบริการเอ็นจีวีและสื่อมวลชนในพื้นที่อีกด้วยซึ่ง ปตท.จะสื่อความอย่างต่อเนื่องจนกว่าแหล่งก๊าซฯ ภาคใต้จะซ่อมบำรุงแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณก๊าซเอ็นจึวีที่ลดลงส่งผลให้สถานีบริการเอ็นจีวีบางแห่งมีความจำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราวโดยระหว่างวันที่13 –22 มิ.ย. 57มีสถานีบริการเอ็นจีวีที่ปิดให้บริการจำนวน3แห่ง ประกอบด้วย สถานีบริการเอ็นจีวีปตท. ทักษิณออยล์อ.ท่าฉาง จ.สุราษฏร์ธานี, สถานีบริการเอ็นจีวีปตท.สายแก้วปิโตร1999ถ.ราษฏร์อุทิศ อ.หาดใหญ่จ.สงขลาและสถานีบริการเอ็นจีวีปตท. ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราชสำหรับ สถานีบริการเอ็นจีวีปตท.จะนะ อ.จะนะ จ.สงขลาจำเป็นต้องปิดให้บริการตั้งแต่วันที่13มิ.ย. – 10 ก.ค. 57 ทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1365 หรือศึกษาข้อมูลสถานีบริการได้ที่www.pttmap.com และ www.pttplc.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปตท.จัดแผนรับมือหาเอ็นจีวีภาคใต้
Blog
-

ปตท.จัดแผนรับมือหาเอ็นจีวีภาคใต้
Facebook Comments -

ราคาทอง7มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย19,750บาท
วันที่ 7 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08:58 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,750 บาท รับซื้อ 18,965.16 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,350 บาท รับซื้อ 19,250 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,750 บาท รับซื้อ 18,965.16 บาท ทองแท่งขาย 19,350 บาท รับซื้อ 19,250 บาท เวลา 08:58 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง7มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย19,750บาทFacebook Comments -

รู้เท่าทันก่อนจะหันมาใช้ “บัตรเครดิต” – ไขปัญหาผู้บริโภค
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคมก้าวสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงความทันสมัยหรือกระแสวัตถุนิยม ถือเป็นสิ่งเร้าที่ก่อให้เกิดความฟุ้งเฟ้อความอยากมี อยากได้ ทำให้หลายคนหันไปพึ่ง เงินพลาสติกอย่างบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อต่าง ๆ เพื่อเป็นช่องทางในการกู้ยืมเงินสดและ การผ่อนชำระสินค้า มาใช้ตอบสนองความต้องการของตน ปัจจุบัน การใช้บริการบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อต่าง ๆ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจากความสะดวกสบายของการใช้บัตรที่สามารถรูดซื้อสินค้าโดย ไม่ต้องใช้เงินสดหรือผ่อนชำระสินค้าโดยสามารถเลือกช่วงระยะเวลา และดอกเบี้ยได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือการกดเงินสดเป็นเงินหมุนเวียนเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ชื่นชอบความรวดเร็วทันใจ จึงหันมาเลือกใช้บริการจากบัตรดังกล่าวมากขึ้น ในขณะที่ผู้ประกอบการหลายรายก็มีการจัดทำโปรโมชั่นต่าง ๆ ออกมาเพื่อโฆษณา เชิญชวนให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาสมัครใช้บริการบัตรต่าง ๆ เพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยส่วนมากจะนำเสนอสิทธิประโยชน์ในการใช้บริการตามห้างร้านต่าง ๆ แต่ไม่ได้ชี้แจงถึงรายละเอียดข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับเงื่อนไข ในสัญญา เช่น ค่าธรรมเนียมรายปี ค่าติดตามทวงถาม ค่าผิดนัดชำระหนี้ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาเลือกใช้บริการบัตรเครดิต และบัตรสินเชื่อ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคควรตะหนักในการพิจารณาเลือกใช้บริการบัตรเหล่านี้คือ การศึกษาเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บัตร ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการของผู้ให้บริการหลาย ๆ รายเปรียบเทียบกัน เช่น มีการคิดค่าธรรมเนียมรายปี ค่าติดตามทวงถามหนี้ค่าผิดนัดชำระหนี้ มากน้อยเพียงใดเป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้หรือไม่ รวมถึงข้อความที่ต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่องให้ธุรกิจบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา แล้วจึงมาตรวจสอบในเรื่องของสิทธิประโยชน์การใช้บัตร และการเปรียบเทียบ ส่วนลดค่าใช้จ่ายที่จะตามมา จากการใช้บัตรดังกล่าว สุดท้ายจึงมาพิจารณาของแถมต่าง ๆ ว่ามีเงื่อนไขอื่นแอบแฝงหรือไม่ ซึ่งคงต้องมีการดูในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม บัตรเครดิตถือว่ามีประโยชน์หลายประการสำหรับผู้ที่มีระเบียบวินัยทางการเงิน หากรู้จักวางแผนการใช้จ่ายอย่างถูกวิธี และไม่ใช้จ่ายมากเกินความจำเป็นที่จะต้องใช้ ในทางกลับกันหากไม่มีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และขณะเดียวกันไม่คำนึงถึงความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ ตลอดจนขาดความยับยั้งชั่งใจ ย่อมจะส่งผลให้เกิดภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นเราควรพึงตระหนักไว้ว่า ’เมื่อเรานำเงินของผู้อื่น มาใช้ก่อน เราจึงมีหน้าที่ต้องชำระเงินนั้นคืน“.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รู้เท่าทันก่อนจะหันมาใช้ “บัตรเครดิต” – ไขปัญหาผู้บริโภคFacebook Comments