Blog

  • “ประสาร”แนะเพิ่มรายได้แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

    “ประสาร”แนะเพิ่มรายได้แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

    นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า  การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบต้องแก้ด้วยการสร้างรายได้   ไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยการกู้เงินดอกเบี้ยต่ำมาจ่ายเงินกู้ดอกเบี้ยสูง เพราะถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ   และถ้าให้เงินหรือยกหนี้ให้เปรียบเสมือนการกินยาแก้ปวดที่สามารถช่วยบรรเทากาอาการปวดได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น  แต่การแก้ปัญหาด้วยความยั่งยืนจะต้องผ่าตัดไม่ใช่กินยาแก้ปวดไปตลอดชีวิต  หลังจากนั้นต้องให้รู้จักแบ่งรายได้เพื่อเก็บเก็บออมและใช้จ่ายอย่างพอเพียง  สำหรับสาเหตุที่ประชาชนหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบส่วนหนึ่งเกิดจากฐานรายได้ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ โดยจากข้อมูลในปี 56 พบว่า ภาคครัวเรือนเข้าถึงสินเชื่อไม่ถึง 40% “ กรณีนางสังเวียน รักษาเพ็ชร ชาวอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ใช้น้ำมันราดและจุดไฟเผาตัวเอง หลังมาร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนจากหนี้สินนั้น  เป็นปัญหาสาหัสในชีวิต เพราะการที่ยอดหนี้ 400,000 บาทเพิ่มเป็น 1.5 ล้านบาทนั้น แสดงว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยแพง  และสะท้อนว่าประชาชนไม่มีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย จึงไปกู้หนี้นอกระบบ  แต่การแก้ปัญหาเพิ่มรายได้ยอมรับว่า เป็นปัญหาโครงสร้างต้องใช้เวลาไม่สามารถแก้ได้ใน 2-3 เดือน   และกลไกลตลาดต้องไม่บิดเบือน หรือสร้างภาพลวงตา” ส่วนกรณีที่รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อครัวเรือนว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยลดความเดือดร้อนของเกษตรกรและเงินถึงมือชาวนาโดยตรง  ซึ่งไม่ควรมาถกเถียงว่าเป็นโครงการประชานิยมหรือไม่เพราะเถียงกันก็ไม่ได้ประโยชน์ แต่การช่วยเหลือต้องไม่สร้างภาระผูกพันในระยะยาว และต้องรัดกุมในเรื่องการจ่ายเงินเพื่อไม่ให้มีการคดโกงตัวเลข

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ประสาร”แนะเพิ่มรายได้แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

  • คาดกินเจรอบ2 เงินสะพัดเกือบหมื่นล้าน

    คาดกินเจรอบ2 เงินสะพัดเกือบหมื่นล้าน

    นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การกินเจช่วงแรก(24 ก.ย. – 2 ต.ค. 57 มีมูลค่า41,989 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเทศกาลกินเจในปีก่อน 2.4%ซึ่งสูงกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ที่ 41,012 ล้านบาท หรือเพิ่ม 2.1%เนื่องจากราคาอาหารเจสูงขึ้นและประชาชนตั้งใจที่จะทำบุญและลดการกินเนื้อสัตว์ ส่วนการสำรวจเทศกาลกินเจรอบ 2(24 ต.ค. – 1 พ.ย. 57) คาดว่าจะมีมูลค่า 9,978 ล้านบาท ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 10,257 ล้านบาทเนื่องจากประชาชนที่ยังคงกินเจเหลือประมาณ 10%และส่วนใหญ่มีการซื้ออาหารเพื่อปรุงทานเองไว้แล้วโดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน 7,258 บาท“ประชาชนอยากให้ดูแลในด้านราคาอาหารปรุงสำเร็จผัก ผลไม่ และโปรตีนเกษตร ที่มีราคาแพงเกินจริง ส่งเสริมการกินเจ และเพิ่มโรงเจ”สำหรับพรที่ขอในการกินเจ คือขอให้พระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีมีพระพลานามัยที่แข็งแรง สุขภาพแข็งแรง การงานดีเงินทองไม่ขาดมือ และประสบความสำเร็จในชีวิต

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดกินเจรอบ2 เงินสะพัดเกือบหมื่นล้าน

  • โพลล์หอการค้าชี้สัดส่วนเงินกู้นอกระบบพุ่ง 50.4%

    โพลล์หอการค้าชี้สัดส่วนเงินกู้นอกระบบพุ่ง 50.4%

    นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจประชาชนถึงสถานการณ์ต่างๆภายในประเทศว่าปัญหาหลักของประชาชนส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของหนี้สินรองลงมาเป็นราคาสินค้าแพง และราคาพืชผลตกต่ำส่งผลให้ประชาชนต้องก่อหนี้เพิ่มขึ้นเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือส่วนหนึ่งนำไปชำระหนี้เดิม แต่ที่น่าเป็นห่วงคือสัดส่วนหนี้นอกระบบได้เพิ่มจากการสำรวจครั้งก่อนที่มีสัดส่วน49.1%เป็น 50.4% ซึ่งเป็นครั้งแรกที่หนี้นอกระบบของประชาชนสูงกว่าหนี้ในระบบส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเกษตรกร และกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือนกู้มากที่สุด ส่วนยอดหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในภาพรวมก็เพิ่มจาก 210,000 บาทเป็น220,000 บาทต่อครัวเรือน“ผลสำรวจยังพบว่าประชาชน 38.1%เห็นว่าเศรษฐกิจไทยปัจจุบันเหมือนเดิมเมื่อเทียบปี56 อีก 34.2%เห็นว่าดีขึ้น และ 27.7%เห็นว่าแย่อยู่ แต่หากเทียบกับครึ่งปีแรก 57ประชาชน 42.3%เห็นว่าเศรษฐกิจไทยดีขึ้น อีก 37.6%เห็นว่าเท่าเดิม และ 20.1%เห็นว่าแย่ ขณะเดียวกันประชาชนส่วนใหญ่ระบุเชื่อมั่นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐระดับปานกลางและเชื่อมั่นมาก”อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่านโยบายและมาตรฐานกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบันของรัฐจะทำให้การบริโภคมากขึ้นหรือไม่ พบว่า 25.2%เห็นว่าไม่เลย อีก 44.3%เห็นว่าน้อยถึงน้อยมาก เพราะราคาค่าครองชีพสูงไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจ รายได้ยังไม่เพิ่ม ภาระหนี้สินสูง และราคาพืชผลเกษตรตกต่ำขณะที่ อีก 25.4%ระบุปานกลาง และ5.1%ระบุมากนางเสาวณีย์กล่าวว่าจากผลสำรวจเป็นครั้งแรกในรอบปีที่ประชาชน 55.7%ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจจากเดิมเร่งแก้ปัญหาการเมืองและสังคม โดยประชาชนระบุไม่เห็นด้วยอย่างมากต่อนโยบายรัฐบาลคือการปรับขั้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งอนุมัติเงินสร้างหรือปรับปรุงสนามบิน 6 แห่ง มาตรการงดทำนาปรัง 22 จังหวัดส่วนที่เห็นด้วยมากสุด คือแก้กฎระเบียบที่ล้าสมัย มาตรการดูแลควบคุมค่าครองชีพ มาตรการลดต้นทุนให้ชาวนาสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยประชาชนเสนอให้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นอันแรกโดยเฉพาะเรื่องหนี้สินและค่าครองชีพสูง กระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีกว่าปัจจุบันแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ดูแลรายได้คนไทย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โพลล์หอการค้าชี้สัดส่วนเงินกู้นอกระบบพุ่ง 50.4%