เดือน: มีนาคม 2013

  • อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?

    อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?

    ทำไมต้องหา อาชีพเสริม?

    อาชีพเสริมจะช่วยให้ชีวิตของคุณ ดีขึ้นได้อย่างไร?

    เราจะมาค้นหาคำตอบกันว่า ถ้าคุณคิดจะเริ่มหารายได้เพิ่ม และทำอาชีพเสริม คุณต้องเลือกจากอะไร

    ทำไมต้องหา อาชีพเสริม

    คุณอาจจะมีข้อสงสัยว่า ทำไมคุณต้องหาอาชีพเสริม ทั้งๆ ที่ ตอนนี้คุณก็ยังอยู่สบาย เงินเดือนที่ได้มาจากงานประจำก็ยังพอใช้ หนี้สินก็ยังไม่มี ครอบครัวก็ไม่มีให้เลี้ยง หรือคุณพ่อคุณแม่ ก็มีสตางค์อยู่แล้ว ไม่ได้เดือดร้อนให้เราต้อง จ่ายเงินเดือนท่านทุกเดือน แล้วเราจะหาอาชีพเสริม ทำเพื่ออะไร

    ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทุกคน ไม่ได้มีชีวิตที่ง่ายอย่างนั้น บางคนยังต้องทำ O.T. เพื่อให้เงินเดือนพอใช้จ่าย บางคนมีหนี้บัตรเครดิต หรือบัตรเงินสดที่ต้องชำระ บางคนมีลูกยังเล็ก หรือเข้าโรงเรียนแล้ว ทำให้ต้องเข้าๆ ออกๆ โรงรับจำนำ อยู่เป็นประจำ

    บางคนพ่อแม่ก็ทำงานไม่ไหวแล้ว และไม่ได้มีมรดกด้วย ซึ่งในฐานะของลูกที่ดี ก็ต้องดูแลปรนนิบัติพ่อแม่ บางคนอาจจะไม่ได้ลำบากก็จริง แต่ก็มองการณ์ไกลไปถึงอนาคต ว่าต้องมีเงินใช้หลังเกษียณ หรือเตรียมพร้อมสำหรับการแต่งงาน และมีครอบครัว

     

    ยิ่งถ้าเรามองไปที่ ประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ เช่น ลาว เวียดนาม กัมพูชา และพม่า ประชากรในประเทศเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ทำ 2 งาน นั่นคือ อาชีพหลัก และอาชีพเสริม เป็นเรื่องปกติ หากคุณได้มีโอกาสไปคุยกับคนเวียดนามแล้ว คุณจะพบว่า แม้แต่วิศวกรที่นั่น ตอนเย็นยังต้องไปขับแท็กซี่เลย เพื่อที่จะได้มีรายได้เสริม ไว้จุนเจือครอบครัว

    เพราะค่าจ้างที่เค้าได้รับนั้น ต่ำกว่าในประเทศไทยค่อนข้างมาก ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน กลับสูงกว่าค่าครองชีพในบ้านเราเสียอีก เพราะสินค้าต่างๆ ที่มีขายอยู่ตามห้างร้านนั้น ล้วนแล้วแต่ส่งมาจากประเทศไทย ทำให้ราคาถูกบวกเพิ่มให้แพงกว่า ของชิ้นเดียวกัน หากซื้อในประเทศไทย

    เหตุผลทั้งหลายเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ คนส่วนใหญ่นั้น มองว่าการหาอาชีพเสริมทำนั้น เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตเค้า ในการที่จะช่วยให้เค้าสร้างชีวิตที่มีคุณภาพ เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว ในวัยเกษียณ และดูแลคนที่ตนเองรักได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

    อาชีพเสริมจะช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้นได้อย่างไร

    (เพิ่มเติม…)

  • ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?

    ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?

    ทำไมต้องเป็น ธุรกิจสปา

    ในปัจจุบัน สภาพสังคมมีแนวโน้มที่จะ มุ่งไปสู่สังคมเมืองมากขึ้น สำหรับในกรุงเทพมหานคร คงไม่ต้องพูดถึง เพราะว่ากรุงเทพนั้น เป็นสังคมเมืองอย่างเต็มตัว 100% ไปแล้ว ส่วนในต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นหัวเมืองใหญ่ๆ หรือจังหวัดเล็กๆ ก็ตาม ความเป็นสังคมเมืองได้แผ่ขยายไปในพื้นที่เหล่านี้อย่างรวดเร็ว

    จะเห็นได้ว่า ตอนนี้ ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ก็ได้ยึดทุกตรอกซอกซอยที่มีชุมชนขนาดใหญ่กว่า 1,000 ครัวเรือนไปแล้ว Discount Store อย่าง Tesco Lotus บวกกับ BigC ก็มีสาขาเกือบจะครบทุกจังหวัด และ Internet ความเร็วสูงก็มีใช้กันทั่วหน้า ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองขนาดไหน

    สังคมเมืองที่เกิดขึ้น นำมาซึ่ง อาชีพการงานที่หลากหลายขึ้น ตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้น และความเจริญทางวัตถุที่มาพร้อมๆ กับรายได้ที่เพิ่มขึ้นของคนในสังคมนั้น แต่รายได้ที่เพิ่มมากขึ้นก็ยัง มีบางสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ตามมาด้วย นั่นคือ ความเครียดที่เพิ่มมากขึ้นของคนทำงาน

    ทำให้ธุรกิจเกี่ยวข้องกับความบันเทิง และพักผ่อนหย่อนใจ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น โรงภาพยนตร์ รวมถึงคนบางกลุ่มก็ต้องการที่จะใช้บริการ ธุรกิจสปา เพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อที่จะได้มีกำลังกาย และกำลังใจที่เพิ่มขึ้น สำหรับสู้กับการทำงานต่อไป

    นอกจากการที่ธุรกิจสปา จะเจริญเติบโตไปได้ด้วยดีกับสังคมเมืองแล้ว ยังได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเรื่อง การดูแลสุขภาพของคนในปัจจุบัน และสังคมผู้สูงอายุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่า ธุรกิจสปาจะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ไปเต็มๆ

    และธุรกิจสปา ยังไปด้วยกันได้ดีกับการท่องเที่ยว ที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศไทย รวมไปถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่จะเห็นว่าชาวต่างชาติมากมาย หลั่งไหลเข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพในประเทศไทย

    รูปแบบของธุรกิจสปา

    ธุรกิจสปาสามารถแบ่งได้ 4 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
    (เพิ่มเติม…)

  • ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?

    ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?

    พบกับ เหตุผลว่าทำไมคุณต้องทำ ธุรกิจคาร์แคร์ รวมถึงรูปแบบ จุดเด่น และปัจจัยสู่ความสำเร็จของธุรกิจคาร์แคร์ ได้ที่นี่

    ทำไมต้องเป็น ธุรกิจคาร์แคร์

    หลายต่อหลายคนอาจจะไม่ทราบว่า ประเทศไทยนั้นเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในระดับ Top 5 เลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถบรรทุกประเภท 1 ton pick-up หรือที่คนไทยเรียกกันว่า รถปิคอัพ หรือรถกระบะนั้น ประเทศไทยสามารถผลิตได้หลายล้านคันต่อปี

    ส่วนในแง่ของยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยนั้น ในปี 2555 เมื่อรวมรถกระบะ และรถยนต์นั่งส่วนบุคคุลทั้งหมด จะมีสูงกว่า 1 ล้านคันต่อปี ซึ่งเติบโตมหาศาลในช่วง 1-2 ปี หลัง เนื่องจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ที่ช่วยส่งให้ยอดขายรถภายในประเทศเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล

    เมื่อยอดขายรถยนต์เติบโตขึ้น ก็ทำให้อุตสาหกรรมที่เป็นต้นน้ำ หรือต้นทางของการผลิตรถยนต์ นั่นคือ พวกโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ก็โตขึ้นอย่างมหาศาล ถึงกับต้องวางแผนขยายกำลังการผลิต ด้วยการสร้างโรงงานใหม่ หรือซื้อโรงงานคู่แข่งกันเลยทีเดียว

    นอกจากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์จะขยายตัวได้อย่างดีแล้ว ยังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่เป็น ปลายน้ำ หรือปลายทางของการผลิตรถยนต์ นั่นคือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ การบำรุงดูแลรักษารถยนต์ หรือ ธุรกิจคาร์แคร์นั่นเอง

    ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน ที่ประชากรในวัยทำงานมีเวลาส่วนตัวน้อยลง ไหนจะต้องเอาเวลาไปดูแลครอบครัว และดูแลสุขภาพตัวเอง ทำให้ธุรกิจคาร์แคร์ เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของคนเมืองมากขึ้น ดังจะเห็นได้ว่า เจ้าของรถมีแนวโน้มที่จะล้างรถด้วยตัวเองน้อยลง และมักจะนำไปล้างตามศูนย์บริการต่างๆ

    หลังจากเอารถไปฝากก็ ไปเดินเที่ยวห้าง หรือใช้เวลาอยู่กับครอบครัว แล้วค่อยมารับรถทีหลัง ทำให้ธุรกิจคาร์แคร์ ดูจะเข้ากับกับ Lifestyle ของคนเมืองได้เป็นอย่างดี

    รูปแบบของธุรกิจคาร์แคร์

    ธุรกิจคาร์แคร์สามารถแบ่งได้ 4 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
    (เพิ่มเติม…)