เดือน: มีนาคม 2013

  • ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ

    ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ

    การทำธุรกิจส่วนตัว แตกต่างจากสิ่งอื่นๆ ที่คุณทำมาตลอดชีวิตอย่างไร?

    และการทำธุรกิจส่วนตัวจะให้อะไรกับชีวิตคุณ?

    เราจะมาค้นหาคำตอบกันว่า การทำธุรกิจส่วนตัวส่งผลดีกับชีวิตคุณอย่างไร

    การทำธุรกิจส่วนตัว เหมือนหรือต่างจากอาชีพอื่นอย่างไร

    หลายต่อหลายคน คงมีข้อสงสัยว่า การทำธุรกิจมันเหมือนหรือต่าง จากการทำงานประจำ หรืออาชีพอิสระอย่างไร เราจะมาคลายข้อสงสัยนี้ ด้วยการเปรียบเทียบหา สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเหนือกว่า และสิ่งที่ทำให้ธุรกิจด้อยกว่า ระหว่างการทำธุรกิจ กับงานทั้ง 2 อย่าง

    1. ธุรกิจส่วนตัว  VS งานประจำ

    ธุรกิจส่วนตัวกับงานประจำ มีความเหมือนที่ชัดเจนมากอย่างนึง นั่นคือ ถ้าคุณจะประสบความสำเร็จ คุณต้องใช้ความตั้งใจ และใส่ความพยายามเข้าไปในสิ่งที่คุณทำ เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ

    ไม่ว่าจะเป็นความร่ำรวย ยศฐาบรรดาศักดิ์ หรือชื่อเสียง หากคุณไม่ได้ทำงานชั้นเลิศ สักแต่ว่าทำแบบส่งๆไป เช้าชามเย็นชาม สุกเอาเผากิน คุณก็จะไม่มีทางที่จะได้ผลลัพธ์ที่คณปรารถนาได้เลย

    สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเหนือกว่า

    • ทำมากได้มาก: หากคุณเป็นคนที่ตั้งใจทำงานเต็มความสามารถ ธุรกิจจะทำให้คุณมีรายได้ที่มากกว่า เพราะธุรกิจทำให้เกิดกำไร ซึ่งทำมากก็ได้มาก ต่างจากรายได้ของงานประจำ ที่คุณต้องรอให้เจ้านายพิจารณาขึ้นเงินเดือนตอนปลายปี
    • ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่: การทำธุรกิจเปิดโอกาสให้คุณ แสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ มีอิสระในการควบคุมชะตาชีวิตของคุณเอง ถ้าคุณเป็นพนักงาน คุณแสดงความคิดของตัวเองได้ไม่เต็มที่ เพราะจะถูกมองว่าข้ามหน้าข้ามตาเจ้านาย และงานของคุณ ก็อาจจะถูกขโมยไปเป็นงานของคนอื่นก็ได้

    สิ่งที่ทำให้ธุรกิจด้อยกว่า

    • รู้สึกว่าไม่มั่นคงเท่างานประจำ: คนส่วนใหญ่ที่ไม่กล้าเริ่มทำธุรกิจ เพราะรู้สึกว่ามันเสี่ยง และไม่มั่นคงเท่ากับงานประจำ แต่ที่จริงแล้ว ไม่เริ่มทำธุรกิจอะไรเลยกลับเผชิญกับความเสี่ยงที่มากกว่า เพราะการทำธุรกิจเป็นเรื่องของทักษะ ถ้าวันนึงธุรกิจคุณล้ม คุณก็ยังมีทักษะที่จะสร้างใหม่ได้ แต่คนทำงานประจำจะไม่มีทักษะนี้ หากโดนไล่ออกจากงาน ตอนอายุ 50 ก็เตรียมตัวเตะฝุ่นยาวได้เลย
    • ต้องตั้งใจและจริงจังกับมัน: การทำงานประจำนั้น คุณขี้เกียจทำงานได้ อู้งานได้ หรือทำงานไม่เต็มที่ก็ได้ แต่สำหรับธุรกิจส่วนตัว นั่นหมายถึงหายนะ ยิ่งถ้าเป็นช่วงเริ่มต้น คุณต้องใส่พลังให้กับธุรกิจเกิน 100% ด้วยซ้ำ เพื่อที่จะสร้างระบบให้มันเดินได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่คุณเป็นทาสของมัน ส่วนช่วงที่อยู่ตัวแล้ว คุณก็ยังต้องดูแลความเป็นไปอย่างห่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่เจ๊ง หรือโดนโกง

    2. ธุรกิจส่วนตัว VS อาชีพอิสระ
    (เพิ่มเติม…)

  • จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร

    จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร

    พบกับ ความแตกต่างระหว่าง ขายของออนไลน์ กับร้านค้าออนไลน์ และ 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นขายของออนไลน์ แบบ Step by Step และสิ่งที่คุณจำเป็นต้องมี ได้ที่นี่

    ขายของออนไลน์ แตกต่างจากร้านค้าออนไลน์อย่างไร

    ขายของออนไลน์: คือ การที่คุณนำสินค้า ไปประกาศขายตาม Website ที่เป็น Marketplace ที่คนซื้อกับคนขายมาเจอกัน ไม่ว่าจะเป็น Website ในไทย เช่น tarad.com และ weloveshopping.com หรือในต่างประเทศ เช่น amazon.com และ ebay.com

    ซึ่งเป็นรูปแบบของ Website สำเร็จรูป ข้อดี คือ สามารถลงประกาศขายได้ทันที มีคนเข้ามาดูสินค้า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมวันนึงมหาศาล เพราะเป็น Website ขนาดใหญ่ และมีค่าใช้จ่ายน้อย เพราะคุณไม่ต้องเสียเวลาสร้าง Website ขึ้นมาเอง

    แต่คุณก็ต้องแลกกับข้อเสีย นั่นคือคุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้บริการ Website เหล่านี้ โดยอาจจะอยู่ในรูปของ ส่วนแบ่งเมื่อคุณขายสินค้าได้ ค่าประกาศขายสินค้าต่อชิ้น หรืออาจจะมีค่าบริการทั้งสองอย่างพร้อมกัน เป็นต้น

    ร้านค้าออนไลน์: คือ การที่คุณสร้าง Website ขึ้นมาเองเพื่อขายสินค้า แทนที่จะไปลงประกาศขายตาม Marketplace ต่างๆ วิธีนี้อาจจะต้องเสียเวลาในการพัฒนา Website ของคุณเองซักหน่อย แต่ก็คุ้มค่าสำหรับการทำธุรกิจในระยะยาว

    ข้อดีของวิธีนี้ คือ คุณไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับ Marketplace และคุณก็มีอิสระในการออกแบบ Website ในแบบที่คุณต้องการ ไม่ต้องผูกติดกับรูปแบบที่มีการบังคับจาก Marketplace และเหมาะกับการทำธุรกิจในระยะยาว เพราะอย่างน้อยคุณก็มีการสร้างแบรนด์ของตัวเอง

    ส่วนข้อเสียของวิธีนี้ คือ คุณยังไม่รู้ว่าสินค้าของคุณมีอนาคตหรือเปล่า จะขายได้หรือไม่ เงินทุนก็อาจจะจมไปกับการสร้าง Website ขึ้นมา และต้องนำเงินไปใช้กับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เป็นที่รู้จักอีกด้วย

    เพราะฉะนั้น คุณควรจะเลือกรูปแบบธุรกิจให้เหมาะสมกับตัวคุณ ถ้าคุณเพิ่งจะเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัว ไม่เคยทำธุรกิจออฟไลน์ แบบมีหน้าร้านมาก่อน ตัวเลือกแบบ “ขายของออนไลน์” อาจจะเหมาะกว่า

    แต่ถ้าคุณมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ขายสินค้าแบบออฟไลน์มา ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง สินค้าได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ตลาดต้องการ คุณก็เหมาะกับการสร้าง “ร้านค้าออนไลน์” มากกว่า ซึ่งวิธีการสร้าง “ร้านค้าออนไลน์” คร่าวๆ ก็คงอย่างที่ทุกคนทราบ คือ

    ต้องมีการเช่า Host จด Domain โดยมากมือใหม่ก็มักจะต้องเลือกใช้บริการ Web Hosting ที่มีปัญหาตามมาน้อย อย่าง Bluehost.com หรือ Hostgator.com ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะมีการพูดถึงในบทความต่อๆ ไป

    5 ขั้นตอนการเริ่มต้น ขายของออนไลน์

    เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเริ่มต้นธุรกิจขายของออนไลน์ คุณก็คงอยากจะรู้ว่า ต้องทำอะไรบ้างถึงจะขายของได้ ควรจะเตรียมตัวอย่างไร สิ่งสำคัญที่ต้องมี คืออะไร และต้องทำอะไรก่อนหลัง ซึ่งคำถามเหล่านี้ จะถูกไขผ่านทาง 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นธุรกิจ ดังนี้

    1. เลือกสินค้า

    “You can spend all the money in the world.
    If you’ve got a bad product, it doesn’t matter.”

    Harvey Weinstein

    (เพิ่มเติม…)

  • 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์

    5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์

    สำหรับ 5 ขั้นตอนที่จะกล่าวถึง ในที่นี้ จะหมายรวมแค่ ขั้นตอนที่ไม่ต้องใช้ หากคุณแค่ “ขายของออนไลน์” แต่จำเป็นสำหรับการสร้าง “ร้านค้าออนไลน์” ซึ่งเมื่อคุณต้องการสร้างร้านค้าออนไลน์ของคุณเอง คุณต้องทำทั้ง 5 ขั้นตอนที่กล่าวถึง ในบทความที่แล้ว และ 5 ขั้นตอนที่กำลังจะนำเสนอด้วย

    1. เลือกวิธีการสร้าง Website

    “When you choose your friends, don’t be short-changed
    by choosing personality over character.”

    W. Somerset Maugham

    “เมื่อคุณเลือกที่จะคบใคร อย่าหลอกตัวเอง ด้วยการเลือกคบที่บุคลิกภาพของเพื่อนคนนั้น แทนที่จะเป็นตัวตนของเค้า” เป็นคำพูดของ W. Somerset Maugham กวีชาวอังกฤษ

    หลายต่อหลายคน คิดว่าการสร้าง Website ด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ยาก และเกินความสามารถของตน เพราะไม่มีความรู้ทางด้านนี้ ไม่เคยมีประสบการณ์การทำ Website มาก่อน หรือไม่มีคนรู้จักที่มีความรู้ความเข้าใจในการเขียน Website

    ในอดีตสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเรื่องยาก เพราะการเขียน Website ต้อง Coding ด้วยตัวเองใน Notepad และนำขึ้นไป Run เพื่ออ่านผล แค่จะเปลี่ยน Background หรือเปลี่ยนสีตัวหนังสือ ยังต้องใช้ Code เฉพาะที่ค่อนข้างจะวุ่นวายเป็นอย่างมาก

    แต่ในปัจจุบัน โปรแกรมสำหรับเขียน Website แบบ Dreamweaver ทำให้คุณสร้าง Website ได้ด้วยการลากวางได้ง่าย ไม่ต่างจากการทำ PowerPoint เลยทีเดียว ทำให้การสร้าง Website เป็นอะไรที่ใครๆก็สามารถทำได้สวยงามอย่างมืออาชีพ

    อย่างไรก็ตามกลุ่มคนบางกลุ่มก็ยังคิดต่างออกไป และเลือกที่จะเขียน Website อยู่บน WordPress เนื่องจากในปัจจุบัน WordPress ขยายตัวเป็นอย่างมาก และใช้กันแพร่หลาย ทำให้มี Programmer เขียน Plugin (คล้ายกับ Application ใน iPhone หรือ Android) ทำให้การสร้าง Website บน WordPress อาจจะสะดวกสบายกว่า

    2. คิดชื่อ Website (เพิ่มเติม…)