เดือน: มีนาคม 2013

  • 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว

    5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว

    สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่นักธุรกิจ หรือผู้ประกอบการ มักจะละเลยไป เมื่อเริ่มต้นธุรกิจ สร้างความสำเร็จในธุรกิจได้บ้าง หรือแม้แต่เป็นนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล้วก็เถอะ บางคนยังหลงลืมสิ่งที่ควรจะต้องหลีกเลี่ยงในการทำธุรกิจไป

    ทั้ง 5 ข้อที่ต้องหลีกเลี่ยงนี้ เหมาะสำหรับ คนที่เป็นนักธุรกิจทั่วๆ ไป แต่บางข้ออาจจะไม่เหมาะกับ คนที่เป็นนักธุรกิจที่เก่งฉกาจ ระดับเทพจริงๆ สำหรับเทพยดาเหล่านี้ อาจจะละเลยบางข้อได้ แต่ก็ไม่ควรจะละเลยทั้งหมด โดย ทั้ง 5 ข้อนี้ เริ่มจาก

    1. มั่นใจในตัวเองมากเกินไป

    “Don’t be cocky. Don’t be flashy. There’s always someone better than you.”

    Tony Hsieh

    “อย่าทะนงตน อย่าคุยโตโอ้อวด จงจำไว้ว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า” เป็นคำพูดของ Tony Hsieh นักธุรกิจ ผู้เป็นหนึ่งใน Co-Founder และ CEO website www.Zappos.com

    ความมั่นใจในการทำอะไรซักอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามั่นใจมากเกินไปอาจจะส่งผลเสียได้ เพราะคนๆ นั้น จะละเลยความเสี่ยงบางอย่างที่ต้องเผชิญ และกลายเป็นคนที่มองเหรียญเพียงด้านเดียว

    นอกจากนี้ คนๆ นั้นจะฟังคนรอบตัวน้อยลง รับฟังความคิดเห็นของหุ้นส่วน หรือจากลูกน้องน้อยลง การตัดสินใจจะเต็มไปด้วย ความคิดที่ว่า “ข้าใหญ่ ข้าแน่ เอ็งจะไปรู้อะไร” อาจจะนำไปสู่ การลงทุนที่ไม่คุ้มค่า หรือการตัดสินใจทางธุรกิจที่นำไปสู่ความล่มจม

    2. กำจัดทุกคนที่ขวางทาง

    “Walking with a friend in the dark is better than walking alone in the light.”

    Helen Keller

    “ร่วมทางกับมิตรสหายในที่มืด ดีกว่าเดินทางอย่างเดียวดายในที่แจ้ง” เป็นคำพูดของ Helen Keller นักเขียน และนักเคลื่นไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ชาวอเมริกัน ผู้พิการทั้งตาบอด และหูหนวก ตั้งแต่อายุ 19 เดือน

    ซุนวู เคยกล่าวไว้ว่า วิธีชนะศึกที่ดีที่สุด คือ “การชนะโดยไม่ต้องรบ” อาจจะด้วยการฑูต หรือวิธีอื่นก็แล้วแต่ สิ่งที่พยายามจะสื่อในข้อนี้ คือ ขอให้คุณหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นผู้ร่วมงานของคุณ หรือบริษัทคู่แข่งก็ตาม

    ในแง่ของความขัดแย้งกับผู้ร่วมงานของคุณ ขอให้คุณพูดคุยกันด้วยเหตุผล และให้เห็นประโยชน์ของธุรกิจเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่จ้องแต่จะพูดเพื่อเอาชนะผู้ร่วมงานของคุณอย่างเดียว มันจะกลายเป็น “ชนะศึก แต่ชนะสงคราม”

    ส่วนการสู้กับคู่แข่ง มันคงจะสร้างสรรค์กว่า ถ้าแข่งกันด้วย จุดเด่น หรือคุณภาพของสินค้า ไม่ใช่จะทำให้คู่แข่งออกจากตลาดไป เพราะว่าคุณตัดราคาแล้วทำให้เค้าอยู่ไม่ได้ เพราะที่สุดแล้ว คุณจะโดนธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำกว่า ตัดราคาและทำให้คุณเจ๊งเช่นกัน

    3. อย่าทำให้ตัวคุณเป็นระบบเสียเอง

    “It’s all about quality of life and finding a happy balance between work and friends and family.”

    Philip Green
    (เพิ่มเติม…)

  • 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด

    7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด

    เทคนิคที่นำมาบอกเล่าทั้ง 7 ข้อนี้ ไม่เพียงทำให้ธุรกิจ SME เติบโตได้อย่างเป็นระบบแล้ว ยังช่วยให้ธุรกิจ อยู่รอดได้ในภาวะวิกฤต และมีสิทธิพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ด้วย

    1. ทำค่าโสหุ้ยของ ธุรกิจ SME ให้ต่ำเอาไว้

    “Cash is King”
    Anonymous

    “เงินสด คือ พระราชา” เป็นคำพูดของนิรนาม

    เงินสด คือ เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่ระดับโลก หรือเล็กระดับรถเข็นขายของ ซึ่งการที่ธุรกิจของคุณยังเป็นธุรกิจ SME หรือธุรกิจขนาดเล็กอยู่

    สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำ คือ รักษาเงินสดไว้ใช้ในยามวิกฤตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และวิธีที่เหมาะสม คือ การทำให้ค่าโสหุ้ยต่ำเข้าไว้ เช่น ถ้าคุณเริ่มทำธุรกิจโดยมีพนักงานแค่ 5 คน ก็คงไม่จำเป็นต้องเช่าสำนักงานขนาด 20 คน

    หรือเปิดหน้าร้าน ก็คงไม่ใช่การซื้อขาดไปเลย แต่คุณควรจะลองเช่าดูก่อนซัก 3 เดือนเพื่อดูว่าธุรกิจของคุณเป็นอย่างไร ไปไหวมั้ย

    2. Outsource ในสิ่งที่เราไม่ถนัด

    “I will do my best. That is all I can do. I ask for your help – and God’s.”
    Lyndon B. Johnson

    “ผมจะทำในส่วนของผมให้ดีที่สุด นั่นเป็นสิ่งที่ผมทำได้ นอกเหนือจากนั้นผมคงต้องขอให้คุณและพระเจ้าช่วยผม” เป็นคำพูดของ Lyndon B. Johnson อดีตประธานาธิบดีของอเมริกา

    ทรัพยากรที่คุณมีในธุรกิจของคุณ มีอยู่อย่างจำกัด คุณจำเป็นต้องใช้มันอย่างรอบคอบ ถ้าวันนี้บริษัทคุณเพิ่งจะเริ่มต้น การจ้างพนักงานมาทำบัญชี จ้างนักกฎหมายมาดูสัญญาระหว่างคุณกับคู่ค้า หรือเปิดโรงงานเอง คงจะเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น

    การจ้างพนักงานทำบัญชีในช่วงเริ่มแรก เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมาก เพราะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กนั้น ค่าใช้จ่ายนี้เพียงแค่ 2-3 หมื่นบาทต่อปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับจ้างพนักงานบัญชีเดือนละ 8,000 บาท

    ส่วนเรื่องสินค้าคุณก็ควรจะจ้างคนอื่นผลิตก่อน เพราะคุณยังไม่รู้เลยว่าสินค้าคุณจะขายได้หรือเปล่า ถ้าลงทุนเปิดโรงงานไปเป็นล้านบาท สุดท้ายขายของไม่ได้ เงินคุณจะจมไปกับโรงงาน กลับตัวก็ไม่ได้ เปลี่ยนไปขายอย่างอื่นก็ไม่ได้ เจ๊งสถานเดียว

    3. ทำการตลาดผ่านสื่อยุคใหม่

    “I just think that we’re capable of so much more;

    we don’t utilize all our capacity like we should.”

    Marcus Allen

    “ผมคิดว่าเรามีความรู้ และความสามารถ ที่จะทำอะไรตั้งมากมาย แต่เราไม่ยอมใช้มันให้เต็มศักยภาพ อย่างที่มันควรจะเป็น” เป็นคำพูดของ Marcus Allen ยอดนักอเมริกันฟุตบอล ตำแหน่ง Running Back หรือตัววิ่ง ชาวอเมริกัน

    เช่นเดียวกับ 2 ข้อแรก เพื่อเป็นการรักษาเงินสดให้อยู่กับคุณ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่าการโฆษณา และทำการตลาดจะมีความสำคัญ ต่อการผลักดันสินค้าจากคุณ ไปสู่ผู้บริโภคได้

    แต่จะดีกว่าไหม ถ้าวันนี้คุณทำการตลาดด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง ราคาถูก และตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ผ่านทางสื่อยุคใหม่ นั่นคือ Internet ซึ่งรวมถึงการเขียน Blog ขึ้นมาเพื่อทำ Review นำเสนอสินค้าของคุณ

    หรือใช้ Social Network ให้เป็นประโยชน์ มีการสร้างหน้า Fan Page ขึ้นมาให้ Facebook มีการใช้ Twitter เพื่อส่งข่าวสาร เกี่ยวกับสินค้าของคุณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ สามารถทำได้โดยแทบไม่ต้องใช้เงินเลย และยังช่วยนำเสนอสินค้าของคุณได้เป็นอย่างดี

    4. จัดตั้งบริษัทไว้ล่วงหน้า

    “By failing to prepare, you are preparing to fail.”
    Benjamin Franklin
    (เพิ่มเติม…)

  • จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?

    จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?

    เรามาค้นหาคำตอบกันว่า มันมีอะไรบ้างที่จำเป็น สำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัว สิ่งใดบ้างที่เป็นปัจจัยสำคัญ และขาดไม่ได้สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ

    ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่า มีแค่ไอเดีย ความรู้ และเงินทุน ก็พียงพอแล้ว แต่เราอยากให้คุณรู้ไว้ว่า มันยังมีอีก 2 อย่างที่มีความสำคัญ แม้จะไม่ถึงขนาดจำเป็นอย่างยิ่ง

    แต่ก็ชี้เป็นชี้ตายให้ การเริ่มต้นธุรกิจของคุณได้ เปรียบได้ดั่ง การเปลี่ยนทางที่ขรุขระ และคดเคี้ยว เป็นทางด่วน ตัดตรงเข้าสู่ความสำเร็จเลยทีเดียว นั่นคือ สายสัมพันธ์ และโค้ช

    1. ความคิด (Idea)

    “ทุกๆ ความสำเร็จ ทุกๆ ความร่ำรวยของเศรษฐีที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้เอง มีจุดเริ่มต้นมาจากไอเดียเล็กๆ” เป็นคำพูดของ Napoleon Hill นักเขียน และนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ชาวอเมริกัน

    เมื่อคุณอยากจะสร้าง ธุรกิจส่วนตัว คุณต้องคิดว่าจะทำธุรกิจอะไร วิธีที่ใช้สร้างไอเดียอย่างง่าย มีอยู่ 2 วิธี วิธีแรก คือ คิดว่าจะทำในสิ่งที่รักและถนัด เช่น คุณอาจจะรักการทำอาหาร และทำอาหารอร่อย ก็อาจจะคิดว่าจะทำธุรกิจร้านอาหารก็เป็นได้

    และอีกวิธีหนึ่ง คือ คิดว่าจะสร้างคุณค่าบางอย่างที่คนอื่นๆ ยังมองไม่เห็น เช่น แถวบ้านยังไม่มีร้านสะดวกซื้อ คุณก็อาจจะคิดว่าจะเปิดเซเว่น สร้างความสะดวกให้คนแถวนั้น ก็เป็นการสร้างคุณค่าที่คนอื่นๆ ยังมองไม่เห็นอย่างนึง

    2. ความรู้และทักษะ (Knowledge and Skill)

    “ทักษะและความมั่นใจ คือ กองทัพที่ไร้พ่าย” เป็นคำพูดของ George Herbert นักเทศน์ และบาทหลวง ชาวเวลส์

    อาศัยแค่ไอเดีย กับความอยากทำธุรกิจ คงไม่สามารถขับเคลื่อนมันได้ คุณยังต้องมีทั้งความรู้และทักษะ ที่ใช้ในธุรกิจนั้นๆ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของคุณ

    ซึ่ง ความรู้ หมายถึง สิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้จากผู้อื่น อาจจะด้วยการคุยกับผู้รู้ หรืออ่านหนังสือ เช่น การทำบัญชีกำไรขาดทุน ส่วน ทักษะ หมายถึง สิ่งที่คุณเรียนรู้ได้ด้วยการลงมือทำ จนเกิดความเชี่ยวชาญ เช่น การหาทำเลทองเพื่อเปิดร้าน

    3. เงินทุน (Capital)

    “มีหลายต่อหลายสิ่งที่เงินแก้ปัญหาได้” เป็นคำพูดของ Danny Boyle ผู้กำกับที่โด่งดังจากเรื่อง Slumdog Millionaire ชาวอังกฤษ

    คงปฏิเสธได้ยาก ว่าเงินทุนไม่มีผลต่อการเริ่มต้นสร้างธุรกิจ ถ้าไอเดียของคุณไม่สุดยอดระดับพลิกโลกได้ เหมือนกับ Microsoft, Google หรือ Facebook ที่มีนายทุนมาลงทุนให้ตั้งแต่เริ่มต้นสร้างธุรกิจ

    ฉะนั้นจะมากจะน้อย ไม่ว่าธุรกิจใดก็ตามคุณจำเป็นต้องมีเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ และมีเงินทุนบางส่วนที่เก็บไว้เป็นสายป่าน ในการยืนระยะหากธุรกิจคุณเกิดการติดขัดเรื่องการเงินขึ้น

    4. (เพิ่มเติม…)