เดือน: ตุลาคม 2013

  • แอพพลิเคชั่นประหยัดพลังงาน “ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์”

    แอพพลิเคชั่นประหยัดพลังงาน “ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์”

    หลังจากเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ล่าสุดมียอดผู้ใช้ดาวน์โหลดแอพฯนี้เกิน 10 ล้านคนทั่วโลกจากกูเกิลเพลย์ (Google Play)ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของแบตเตอรี่สูงสุดถึง 50 % ทำให้ผู้ใช้มีอิสระในการใช้งานสมาร์ทโฟนของตัวเองมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องกังวลว่ากระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่จะลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
    จากผลสำรวจพบว่ามีผู้รีวิวการใช้งานมากกว่า 65,000 คนซึ่งมีการให้คะแนนรวมสูงถึง 4.6 จาก 5 ดาวในกูเกิ้ล เพลย์ สะท้อนให้เห็นว่า “ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์” กำลังได้รับความนิยมและครองใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง มร.จาง เล่ย (Zhang Lei) ผู้ก่อตั้งแอพพลิเคชั่น “ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์” จากบริษัทไป่ตู้ ประเทศจีน กล่าวว่า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้การยอมรับและสนับสนุน นับเป็นแรงผลักดันให้ทีมผู้พัฒนาเร่งปรับปรุงระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีก เพื่อตอบสนองต่อผู้ใช้ทั่วโลกได้สนุกสนานกับการใช้งานสมาร์ทโฟน อย่างเต็มที่และหมดกังวลเรื่องปัญหาแบตเตอรี่ “ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์” มีหน้าจอและฟังก์ชั่นการใช้งานที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมาก ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแบตเตอรี่ได้แม่นยำ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะต่างๆที่สำคัญ อาทิ สถานการณ์ทำงานของแบตเตอรี่, อุณหภูมิ ฯลฯ ช่วยทำให้ผู้ใช้กะเวลาของการใช้งานที่เหลืออยู่ก่อนที่จะทำการชาร์จ ด้วยระบบสั่งการง่ายเพียงกดปุ่ม ‘Diagnose’ แอพฯ จะเริ่มสแกนระบบทั้งหมดเพื่อค้นหาจุดหรือช่องโหว่ในระบบที่ทำให้เกิดการสูญเสียกระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน จากนั้นผู้ใช้งานสามารถกดปุ่ม ‘Optimize’ ซึ่งตัวแอพฯ จะทำการปิดโปรแกรมหรือแอพฯ ที่ไม่ได้ใช้โดยอัตโนมัติ และมองหาทางออกอื่นในการช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ โดยแต่ละขั้นตอนการทำงาน ผู้ใช้สามารถทราบถึงระดับกระแสไฟฟ้าที่สามารถประหยัดได้ นอกจากนี้ยังมีปุ่ม ‘One Touch’ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสั่งเปิดหรือปิดการทำงานของระบบที่ใช้กระแสไฟอย่าง GPS, การรับ-ส่งข้อมูลของโทรศัพท์ และ ไว-ไฟ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการปรับตั้งค่าของโทรศัพท์แต่อย่างใด แถมส่งเสียงแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำด้วย พร้อมนำเสนอฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยขึ้นในรุ่น โปรวิชั่น ที่มาพร้อมกับความโดดเด่นของการบริหารจัดการปรับระดับการใช้กระแสไฟในแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติ ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงโหมดสมาร์ท พาวเวอร์ เซ็ตติ้ง  เช่น การปิดการทำงานของแอพฯ ที่ไม่ได้ใช้งานผ่านทาง Auto-Clear, ระบบ Auto-Switch Mode, การปรับแต่ง CPU ฯลฯ ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด “ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์” ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่กูเกิล เพลย์  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอพพลิเคชั่นประหยัดพลังงาน “ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์”

  • ทรูคว้ารางวัลเอเชียแบรนด์

    ทรูคว้ารางวัลเอเชียแบรนด์

    บริษัททรูฯ คว้ารางวัลเอเชียแบรนด์ เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในเอเชีย
    บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย นายวิเชาวน์ รักษ์พงษ์ไพโรจน์  หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ – ด้านคุณภาพโครงข่าย การปฏิบัติการและบำรุงรักษา เป็นตัวแทนกลุ่มทรู ขึ้นรับ 2 รางวัล “Asia Brand” ได้แก่ “Top 500 Asia Brand” ในฐานะที่กลุ่มทรู ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 500 แบรนด์ชั้นนำที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในเอเชีย โดยทรู เป็นบริษัทด้านการสื่อสารโทรคมนาคมไทยเพียงรายเดียวที่ติดอันดับตามเกณฑ์รางวัลดังกล่าว และรางวัลบุคคล “Asia Brand Management Innovation Personality Award” ซึ่งนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้รับในฐานะผู้บริหารตัวอย่างด้านการบริหารจัดการแบรนด์และส่งเสริมนวัตกรรม สะท้อนบทพิสูจน์ที่ว่า กลุ่มทรู เป็นหนึ่งในองค์กรดีเด่นที่สามารถสร้างแบรนด์สินค้าคุณภาพที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่น และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกไลฟ์สไตล์ จนเป็นที่ยอมรับระดับสากล ในพิธีมอบรางวัล Asia Brand ครั้งที่ 8 ณ ประเทศฮ่องกง เมื่อเร็วๆ นี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทรูคว้ารางวัลเอเชียแบรนด์

  • ร่อนหนังสือยกเลิก"รับจำนำข้าว"

    ร่อนหนังสือยกเลิก"รับจำนำข้าว"

    “หม่อมอุ๋ย”ทำหนังสือเปิดผนึกถึง”นายกฯ” หยุดจำนำข้าวปีที่ 3 หลังใช้มา 2 ปี ขาดทุนสูง 4.25 แสนล้านบาท แถมเปิดช่องทางการโกง 1.1 แสนบ้าน
    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมตรีและรมว.การคลัง เปิดเผยในงานเสวนามหากาพย์จำนำข้าว สู่มหกรรมกอบกู้สุจริต ที่จัดขึ้นเนื่องในงานรำลึก 100 ปี ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ว่า ได้ทำจดหมายเปิดผนึก เพื่อส่งข้อความไปยังนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่ารัฐบาลไม่ควรยินยอมให้โครงการรับจำนำข้าวดำเนินต่อไปในปีที่ 3 แต่ให้ปรับเปลี่ยนมาใช้วิธีช่วยเหลือเกษตรกร จากการจ่ายส่วนเพิ่มทางตรงให้กับเกษตรกรแทน เนื่องจากโครงการรับจำนำที่ดำเนินการมา 2 ปี รัฐบาลขาดทุนไม่น้อยกว่า  4.25 แสนล้านบาท ขณะที่เกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการเพียง 2.1 แสนล้านบาท ซึ่งไม่ถึงครึ่งของวงเงินในโครงการ  แต่ที่น่าเสียดายคือเงินกลับไปตกอยู่กับผู้อื่นที่ไม่ใช่เกษตรกร ใช้ช่องโหว่ทำการคอร์รัปชั่นเพื่อหาประโยชน์เข้าตนเองและพวกพ้องไปกว่า 1.1 แสนล้านบาทในช่วง 2 ปีผ่านมา ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่รัฐบาบต้องสกัดกั้นการคอร์รัปชั่นในโครงการ "การจ่ายเงินส่วนเพิ่มไม่ใช่วิธีใหม่ และรัฐบาลปัจจุบันก็ได้ดำเนินการอยู่เหมือนกับกรณียางพารา ที่รัฐบาลจ่ายเฉพาะส่วนเพิ่มที่ต้องการให้กับชาวสวนยางรับโดยตรง ไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นหาประโยชน์ และระบบการค้ายางยังดำเนินได้ตามปกติ"  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีควรมีส่วนรับผิดชอบจากการใช้งบประมาณของชาติ หากยังเชื่อบุคคลที่อยู่รอบข้าง โดยยินยอมให้โครงการรับจำนำข้าวดำเนินต่อไปในปีที่ 3 ทั้งๆที่รู้แล้วว่าจะเกิดความเสียหายเช่นนั้น เพราะการรับจำนำ 2 ปี พิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลใช้งบประมาณสูงมากถึง 6.7 แสนล้านบาท แต่ขาดทุนมหาศาลถึง 4.25 แสนล้านบาท โดยตัวเลขการคำนวณผลขาดทุนโครงการรับจำนำ 2 ปี คือฤดูกาล 2554/55 และ 2555/56 ได้ยึดหลักการคำนวณแบบสากล และสอดคล้องกับวิธีคำนวณของคณะกรรมกาปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว กระทรวงการคลัง สำหรับการขาดทุนนั้นก็จะเป็นการคำนวนมาจากการขายข้าวต่ำกว่าต้นทุนรับจำนำมากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ค่าดอกเบี้ยส่วนเพิ่ม (3 ปี) 2.5 หมื่นล้านบาท ราคาข้าวลดต่ำ เพราะเสื่อมคุณภาพตามกาลเวลา 3.5 หมื่นล้านบาท ค่าเก็บรักษา ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายอีก 9,200 ล้านบาท ยังไม่รวมกับข้าวที่หายจากสต๊อกรัฐบาลอีก 1 ล้านตัน ซึ่งเป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นในโครงการรับจำนำ แต่ผลประโยชน์ที่ตกถึงเกษตรกรได้รับเงินแค่ 2.09 แสนล้านบาท นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)  กล่าวว่า โครงการจำนำข้าวมีช่องทางที่น่าสงสัยในการทุจริต 8 จุดใหญ่  เช่น ข้าวหายจากบัญชี 2.9 ล้านตัน, รัฐยืนยันการส่งออกแบบจีทูจีให้ 6 ประเทศ 1.76 ล้านตัน แต่ตรวจสอบไม่เป็นจริง, รัฐขายข้าวในราคาต่ำกว่าราคาขายส่งในกรุงเทพฯ ทำให้ขาดทุนมโหฬาร, มีการแอบนำข้าวสารถูกใจไปขายในราคาตลาด และ ปกปิดข้อมูลต่างๆ เป็นต้น “ใน 3 ฤดูกาลแรกรัฐใช้เงิน 6.67 แสนล้านบาท ซึ่งไม่รวมค่าบริหารจัดการและดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้เกิดการเสียหาย 3 ประเด็นใหญ่ ๆ ประกอบด้วย ต้นทุนการคลัง, ความเสียหายทางเศรษฐกิจ และ เกิดการทุจริต”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ร่อนหนังสือยกเลิก"รับจำนำข้าว"