ลุยใช้เงินค้างท่อรัฐบาลก่อน 8 พันล้านบาท จากชุมชนพอเพียง เป็นโครงการให้เงินพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปรับสถานะจากเดิมให้ชุมชน เป็น ให้กลุ่มที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแทน ป้องกันทุจริตเงินรั่วไหล
นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบริหารโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการใช้งบประมาณจากโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน หรือ โครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลก่อนที่หยุดดำเนินการไปตั้งแต่ปี 52 เพราะเกิดปัญหา และยังเหลือวงเงินอยู่ประมาณ 8,000 ล้านบาท มาดำเนินโครงการขับเคลื่อนฯ โดยได้เปลี่ยนรูปแบบจากที่กำหนดให้ชุมชนสามารถเสนอโครงการมาเพื่อขอรับจัดสรรวงเงินตามจำนวนประชากร มาเป็นการสนับสนุนวงเงินให้สมาคม มูลนิธิ สหกรณ์การเกษตร และองค์กรเอกชน ที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลเท่านั้น เพื่อป้องกันการทุจริตในโครงการ ทั้งนี้ในหลักเกณฑ์การพิจารณา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กรณีที่เป็นนิติบุคล ทั้งสมาคม มูลนิธิ สหกรณ์การเกษตร และองค์กรเอกชน ที่มีความพร้อมขอรับสนับสนุนวงเงิน ต้องเสนอโครงการผ่านที่ทำการปกครองจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการระดับจังหวัด และกรุงเทพฯ ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือปลัดกรุงเทพฯ เป็นประธาน หากคณะอนุฯระดับจังหวัด พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสมตามเงื่อนไขโครงการ จะเสนอโครงการดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการอำนวยโครงการฯ พิจารณาอนุมัติและจัดสรรวงเงินให้ ส่วนกรณีที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ต้องการเสนอโครงการ สามารถยื่นเสนอโครงการได้ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการอำนวยโครงการฯ ซึ่งมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาอนุมัติและจัดสรรงบประมาณต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุยใช้เงินค้างท่อรัฐบาลก่อน 8 พันล้านบาท
เดือน: ตุลาคม 2013
-

ลุยใช้เงินค้างท่อรัฐบาลก่อน 8 พันล้านบาท
-

จี้ร้านทองขึ้นทะเบียน
กรมการค้าภายในเกณฑ์ร้านทอง 7,500 แห่ง จดทะเบียนเพื่อติดตามข้อมูลได้ง่ายขึ้น ห่วงการซื้อขายเก็งกำไรระบบออนไลน์ฉ้อโกงแมงเม่า
นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับตัวแทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมค้าทองคำว่า เตรียมให้ร้านทองคำทั่วประเทศ 7,500 แห่งมาขึ้นทะเบียนผู้ค้าทองกับกรมการค้าภายใน เพื่อให้รัฐบาลติดตามการซื้อขายทองคำทั้งระบบของประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการซื้อขายเก็งกำไรในระบบออนไลน์ (โกล์ด ออนไลน์) รวมทั้งการซื้อขายทองในรูปของตั๋วสัญญา แทนส่งมอบทองคำกันจริงๆ เพราะแต่ละปีจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนการนำเข้าที่มีมูลค่าเพียง 300,000 ล้านบาท เบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์ต้องการป้องปรามไม่ให้เกิดการฉ้อโกงกันในอนาคตระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเหมือนกับประเทศอื่นๆ เช่น อินเดียจนเกิดความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ “ภาพรวมการซื้อขายทองคำทั้งทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่ิอง แต่เมื่อการซื้อขายทองมีการผูกติดกับตลาดต่างประเทศ ก็จะเกิดความผันผวนได้ง่ายในเรื่องของราคา ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นมาตรฐานการดูแลการซื้อขาย กระทรวงพาณิชย์จะนำประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติทางการค้าของผู้ค้าทองที่เป็นธรรม ที่เคยใช้มาตั้งแต่ปี 52 มาประกาศดูแลภาคธุรกิจค้าทองทั้งระบบต่อไป” นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เตรียมจะหารือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการออกระเบียบให้ร้านค้าทองมาขึ้นทะเบียนกับกรมการค้าภายในเพื่อที่จะติดตามสถานการณ์ซื้อขายทองคำในลักษณะเก็งกำไรอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นแม้ว่ายังไม่มีการเกิดเหตุการณ์ฉ้อโกงแต่ในอนาคตกรมฯ เป็นห่วงว่าอาจเกิดปัญหาเหมือนกับหลายๆประเทศ เพราะมูลค่าการซื้อขายแต่ละปีสูงมาก และอาจเกิดการฉ้อโกงกันได้หากราคาทองคำตลาดโลกเกิดความผันผวน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้ร้านทองขึ้นทะเบียน -

รถยนต์เก่า7-10ปียังวิ่งได้ รถตู้เถื่อนลุยจับสัปดาห์หน้า
“ชัชชาติ” ค้านจำกัดอายุรถ 7-10 ปี เข้า กทม. ชี้ระบบขนส่ง รถเมล์มีรถเก่า 1.9 ล้านคัน
"ชัชชาติ" ค้านจำกัดอายุรถ 7-10 ปี เข้า กทม. ชี้ระบบขนส่ง รถเมล์มีรถเก่า 1.9 ล้านคัน ด้าน ตำรวจทำเข้ม จัดระเบียบที่จอดรถตู้ 12 จุดทั่วกรุง เหตุทำรถติดและเพื่อความปลอดภัย โวสัปดาห์หน้า เล็งจับรถตู้เถื่อนเป็นป้ายเหลืองปรับเข้าเส้นทางให้ถูกต้อง บขส.เตรียมติดกล้อง-กล่องดำ เหมือนเครื่องบินวานนี้ (9 ต.ค.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาจราจรด้วยการจำกัดอายุการใช้งานรถยนต์ ห้ามนำรถอายุ 7-10 ปี เข้ามาวิ่งใน กทม. หากนำเข้ามาวิ่งจะต้องเสียภาษีเทียบเท่ารถยนต์ใหม่ ว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พร้อมนำมาตรการนี้มาบังคับใช้ เนื่องจากปัจจุบันระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของไทยยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะเป็นทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน ดังนั้นหากมีการบังคับห้ามรถเก่ามาวิ่งบนท้องถนนอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนมากขึ้น เราจำเป็นต้องพัฒนา คุณภาพการให้บริการระบบขนส่งมวลชนให้ดีก่อน ทั้งรถเมล์ และรถไฟ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน หากระบบขนส่งสาธารณะเราดีแล้ว พร้อมแล้ว อนาคตตำรวจก็สามารถนำข้อเสนอดังกล่าวมาหารือแลกเปลี่ยนกันได้อีกครั้ง ซึ่งจะต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบ ข้อดีข้อเสีย เนื่องจากเป็นมาตรการที่มีผลเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก
นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก พร้อมดำเนินการตามหากรัฐบาลจะมีนโยบายให้ โดยเบื้องต้นมีรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ ประมาณ 1.9 ล้านคัน แบ่งเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลใน กทม.ประมาณ 8.7 แสนคัน และภูมิภาค 1.5-1.6 ล้านคัน
ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาการติดตั้งกล้องบนรถโดยสารของ บขส. 800 คัน ตามนโยบายของนายพ้อง ชีวานันท์ รมช.คมนาคม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร และจับตาดูพฤติกรรมคนขับว่าสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือไม่ พร้อมติดตั้งกล่องดำบันทึกข้อมูลในลักษณะเดียวกันกับเครื่องบิน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จึงจะทราบผลการศึกษาที่ชัดเจนว่าจะต้องดำเนินการในลักษณะไหน และใช้งบประมาณเท่าไหร่โดยยืนยันว่า บขส. พร้อมดำเนินงานตามนโยบายอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ยอมรับว่าในต่างประเทศมีการติดตั้งกล้อง และกล่องดำบันทึกข้อมูลบนรถโดยสารสาธารณะแล้ว เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดย บขส.จะนำรูปแบบการให้บริการของแต่ละประเทศมาพิจารณาประกอบการศึกษาว่าจะใช้รูปแบบไหนในการดำเนินการด้วย
ด้าน พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เปิดเผยว่าทาง ผบ.ตร. มีความเป็นห่วงประชาชนที่โดยสารรถตู้สาธารณะในเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการ และรถตู้ผิดกฎหมาย จึงได้ทำแผนการจัดระเบียบรถตู้ โดยจะเข้าพื้นที่จัดระเบียบใน 12 จุดที่มีปัญหาการจอดรถทำให้การจราจรติดขัด 1. อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 2. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 3.สถานีขนส่งหมอชิต 2 4. จตุจักร 5. เมเจอร์รัชโยธิน 6.มีนบุรี 7. หนองจอก 8. พาต้าปิ่นเกล้า 9. เมกาบางนา 10. ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 11. บางแค และ 12. แยกบางนา ในส่วนของตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายกวดขันรถตู้เถื่อนป้ายดำ โดยรถตู้ในกรุงเทพฯ มีประมาณ 2 หมื่นคัน เป็นป้ายเหลือง 60% ที่เหลือเป็นป้ายดำ ในเรื่องนี้ยังไม่สามารถใช้มาตรการรุนแรง ได้ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการอาจได้รับความเดือดร้อน ซึ่งอธิบดีกรมการขนส่งทางบก รับปากจะไปพิจารณาเส้นทาง มีประชาชนใช้เป็นจำนวนมากให้กลาย เป็นเส้นทางที่ถูกต้อง ส่วนสัปดาห์นี้จะทำการเตือนและประชาสัมพันธ์ก่อน และจะจับจริงในสัปดาห์หน้า สำหรับในการกวดขันจับรถจอดริมถนน 10 สาย ที่จะเริ่มวันที่ 20 ต.ค. นั้น ก็จะกวดขันการจอดรถตู้ ในเส้นทางดังกล่าวด้วย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รถยนต์เก่า7-10ปียังวิ่งได้ รถตู้เถื่อนลุยจับสัปดาห์หน้า