กรมทางหลวงเผย ทางหลวง 11 สายทางอ่วม โดนน้ำท่วม โดยเฉพาะทางหลวงใน 4 จังหวัดใช้การไม่ได้ ด้านทางหลวงชนบท พังยับ 238 สายทาง
นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า มีถนนทางหลวงที่ถูกน้ำท่วมในวันที่ 8 ต.ค.56 จำนวน 8 จังหวัด เสียหาย 36 สายทาง ในจำนวนนี้ใช้สัญจรผ่านไปมาได้ 25 แห่ง และผ่านไม่ได้ 11 แห่ง จึงขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทาง 11 สายทางที่ผ่านไม่ได้ ในพื้นที่ 4 จังหวัด เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง ดังนี้ จังหวัดฉะเชิงเทรา ทางหลวงหมายเลข 3076 วังขอน – พนมสารคาม ท้องที่อำเภอพนมสารคาม ช่วงกม.ที่ 43 – 53 ระดับน้ำสูง 10-35 เซนติเมตร ให้ใช้เส้นทาง ดังนี้ ทางหลวงหมายเลข 3200 – ทางหลวงหมายเลข 3124 – ทางหลวงหมายเลข 3481 ตรงไปอำเภอบ้านสร้าง เข้าปราจีนบุรี ทางหลวงหมายเลข 3076 พนมสารคาม – อ่างฤาไน ท้องที่อำเภอพนมสารคาม ช่วงกม.ที่ 63 – 65 ระดับน้ำสูง 30 – 40 เซนติเมตร ให้ใช้เส้นทาง ดังนี้ ทางหลวงหมายเลข 304 – ทางหลวงหมายเลข 331 – ไปอำเภอบ้านสร้าง – เข้าจังหวัดปราจีนบุรี ทางหลวงหมายเลข 3304 บ้านโพธิ์ – แปลงยาว ท้องที่อำเภอบ้านโพธิ์ ช่วงกม.ที่ 9 – 14 ระดับน้ำสูง 45 เซนติเมตร ให้ใช้เส้นทาง ดังนี้ ทางหลวงหมายเลข 315 – ทางหลวงหมายเลข 304 – ทางหลวงหมายเลข 331 ตรงสี่แยกเก็ตเวย์ ส่วนจังหวัดลพบุรี มีทางหลวงหมายเลข 205 ม่วงค่อม – คลองห้วยไผ่ – เทศบาลลำนารายณ์ ท้องที่อำเภอชัยบาดาล ช่วงกม.ที่ 58 – 69 เป็นแห่งๆ ระดับน้ำสูง 25 – 50 เซนติเมตร ให้ใช้เส้นทางสาย ทางหลวงหมายเลข 21 ม่วงค่อม – คลองกระจัง จังหวัดปราจีนบุรี มีทางหลวงหมายเลข 33 ปากพลี – ประจันตคาม ท้องที่อำเภอประจันตคาม ช่วงกม.ที่ 82 – 83 ระดับน้ำสูง 20 – 40 เซนติเมตร ให้ประชาชนให้ไปใช้เส้นทางสาย ทางหลวงหมายเลข 33 เข้าทางอบต. ทางหลวงหมายเลข 319 ปราจีนบุรี – ไผ่ชะเลือด ท้องที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี ช่วงกม.ที่ 12 – 18 เป็นแห่งๆ ระดับน้ำสูง 40 เซนติเมตร ให้ใช้เส้นทางสาย ทางหลวงหมายเลข 3481 บางขนาด – บ้านสร้าง และทางหลวงหมายเลข 3076 บางหอย – วังขอน ท้องที่อำเภอบ้านสร้าง ช่วงกม.ที่ 40 – 43 ระดับน้ำสูง 60 เซนติเมตร ให้ใช้เส้นทางสาย ทางหลวงหมายเลข 3481 ไปปราจีนบุรี – ทางหลวงหมายเลข 319 ไปพนมสารคาม นอกจากนี้มีทางหลวงหมายเลข 3078 ระเบาะไผ่ – ประจันตคาม ท้องที่อำเภอศรีมหาโพธิ ช่วงกม.ที่ 23 – 24 ระดับน้ำสูง 40 เซนติเมตร ไม่มีเส้นทางเลี่ยง 3.5 ทางหลวงหมายเลข 3079 ปราจีนบุรี – ศรีมหาโพธิ ท้องที่อำเภอศรีมหาโพธิ ช่วงกม.ที่ 18 – 19 ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร ให้ใช้ทางหลวงชนบทหมายเลข ทช.4018 ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 3069 – บ้านโคกขวาง ขณะที่จังหวัดสระแก้ว มีทางหลวงหมายเลข 33 พระปรง – โนนจิก ท้องที่อำเภอเมืองสระแก้ว ช่วงกม.ที่ 141 – 151 เป็นแห่งๆ ระดับน้ำสูง 40 – 80 เซนติเมตร ให้ใช้ทางเลี่ยง คือ ทางหลวงหมายเลข 359 เข้า หินซ้อน – สระแก้ว – อรัญประเทศ 4.2 ทางหลวงหมายเลข 3366 ท่าข้าม – โนนสาวเอ้ ท้องที่อำเภออรัญประเทศ ช่วงกม.ที่ 0 – 5 ระดับน้ำสูง 80 เซนติเมตร ให้ใช้ทางเทศบาลอรัญประเทศ นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยปัจจุบัน ทำให้ถนน และสะพานในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ได้รับผลกระทบ 21 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และมีถนนทางหลวงชนบทเสียหายกว่า 238 สายทาง แบ่งเป็นถนนที่เสียหายแต่ยังสัญจรผ่านได้ 206 สายทาง ผ่านไม่ได้อยู่ระหว่างดำเนินการ 32 สายทาง ขณะนี้ได้สั่งการให้ สำนักทางหลวงชนบท ,สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดในพื้นที่ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ร่วมกับจังหวัด ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในทุกกรณี โดยสนับสนุนเครื่องมือ เครื่องจักร ในการรับ-ส่งประชาชนและสิ่งของ สำหรับเส้นทาง ที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง ได้ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง อีกทั้งได้แจกถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย และกรมทางหลวงชนบท ได้บูรณาการข้อมูลกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ด้วย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทางหลวงรับน้ำท่วมถนนพังยับ
เดือน: ตุลาคม 2013
-

ทางหลวงรับน้ำท่วมถนนพังยับ
-

ราคาทองคำ 10 ต.ค. 56 ปรับครั้งที่ 7 ลด 50 บาท
ราคาทองคำปรับครั้งที่ 7 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,800 บาท ทองแท่งขาย 19,400 บาท
วันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15:30 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 7 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,800 บาท รับซื้อ 19,025.80 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,400 บาท รับซื้อ 19,300 บาท
ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 7 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,800 บาท รับซื้อ 19,025.80 บาท ทองแท่งขาย 19,400 บาท รับซื้อ 19,300 บาท เวลา 15:30 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 6 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,850 บาท รับซื้อ 19,071.28 บาท ทองแท่งขาย 19,450 บาท รับซื้อ 19,350 บาท เวลา 15:07 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 5 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,900 บาท รับซื้อ 19,116.76 บาท ทองแท่งขาย 19,500 บาท รับซื้อ 19,400 บาท เวลา 14:43 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 4 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,850 บาท รับซื้อ 19,071.28 บาท ทองแท่งขาย 19,450 บาท รับซื้อ 19,350 บาท เวลา 14:09 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 3 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,900 บาท รับซื้อ 19,116.76 บาท ทองแท่งขาย 19,500 บาท รับซื้อ 19,400 บาท เวลา 12:36 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,850 บาท รับซื้อ 19,071.28 บาท ทองแท่งขาย 19,450 บาท รับซื้อ 19,350 บาท เวลา 11:53 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,900 บาท รับซื้อ 19,116.76 บาท ทองแท่งขาย 19,500 บาท รับซื้อ 19,400 บาท เวลา 09:27 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 10 ต.ค. 56 ปรับครั้งที่ 7 ลด 50 บาท -

ทีดีอาร์ไอชี้เก็บข้าวนานเกิน1ปี ทำข้าวไทยเสื่อม
ทีดีอาร์ไอ เผยเก็บข้าวในโกดังเกิน 1 ปี ทำข้าวเหลืองและเกิดมอด ฉุดมูลค่าลดลงทันทีปีละ 5,266 ล้านบาท
รายงานข่าวจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยรายงานโครงการยุทธศาสตร์ข้าวไทย การวิจัยพัฒนาข้าวไทยและการมองไปข้างหน้าว่า ขณะนี้ผลการวิจัยพบว่าการที่รัฐบาลเก็บข้าวไว้ในโกดังกลางตามนโยบายจำนำข้าวเป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีเนื่องจากไม่สามารถระบายข้าวออกสู่ตลาดได้ จะทำให้ข้าวเหลืองและมีมอด จนส่งผลให้มูลค่าข้าวในโกดังลดลงปีละกว่า 5,266 ล้านบาท และหากยิ่งเก็บไว้นานๆก็จะทำให้มูลค่าข้าวลดลงเรื่อยๆ นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ตั้งแต่รัฐบาลได้ดำเนินโครงการการรับจำนำข้าวเปลือกตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.54 – 29 ต.ค.55 รัฐบาลได้รับซื้อข้าวเปลือกตามโครงการรับจำนำข้าวนาปี54/55 และข้าวนาปรัง 55 รวมทั้งสิ้น 21.76 ล้านตันข้าวเปลือก ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าโครงการนี้ทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อฐานะทางการคลังและการค้าข้าวของไทยทั้งระบบ สำหรับรายงานฉบับดังกล่าวได้สรุปการรั่วไหลและความสูญเสียอันเนื่องมาจากโครงการรับจำนำข้าว คือ มีเงินรั่วไหลไปยังโรงสีและชาวนาในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีโรงสีบางแห่งลักลอบนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์การจำนำ ,มีการรั่วไหลที่สำคัญเกิดจากการทุจริตของผู้เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวในทุกขั้นตอนการรับจำนำ และสุดท้ายโครงการนี้ทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคม เพราะเป็นการถ่ายโอนเงินภาษีจากมือของประชาชนผู้เสียภาษีไปสู่ชาวนา โรงสี และนักธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งเป็นการถ่ายโอนเงินจากชาวนาและโรงสีที่สุจริตไปสู่มือของผู้ทุจริตด้วย นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ในการเดินทางเยือนไทยของนายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 11-13 ต.ค. นี้คาดว่า ภาคเอกชนของจีนจะลงนามในสัญญาซื้อขายข้าวกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ราว 1 ล้านตัน ซึ่งในส่วนนี้เป็นข้าวของเอกชน ไม่ใช่ข้าวที่ซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) อย่างไรก็ตาม ในการหารือร่วมกับบริษัท คอฟโก ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนเมื่อต้นสัปดาห์ ได้สอบถามเกี่ยวกับคุณภาพข้าวไทย โดยได้ชี้แจงให้มั่นใจในข้าวไทย เพราะมีการตรวจสอบคุณภาพเป็นประจำ และไม่พบสารปนเปื้อน หรือสารตกค้างในปริมาณที่เกินกำหนด และหากไม่มั่นใจ จีนสามารถส่งบริษัทตรวจสอบคุณภาพมาตรวจสอบข้าวไทยร่วมกับบริษัทตรวจสอบของไทยได้ “ขณะเดียวกันในวันที่ 16 ต.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต) แบ่งเป็นข้าวหอมมะลิ 50,000 ตัน และข้าวขาว 5%จำนวน 100,000 ตัน คาดจะมีผู้สนใจประมูลจำนวนมาก เพราะข้าวล็อตนี้มีคุณภาพตรงตามที่ผู้ซื้อต้องการ และแบ่งประมูลเป็นกองๆ ละไม่เกิน 2,000 ตัน โดยเอาข้าวในโกดังที่สะดวกแก่การขนส่งมาเปิดประมูลก่อน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีดีอาร์ไอชี้เก็บข้าวนานเกิน1ปี ทำข้าวไทยเสื่อม