ตอนนี้เห็นเขาจัดระเบียบคลื่นความถี่และใบอนุญาตมากมายในบ้านเรา ออกมาเป็นเงินมหาศาล ก็ให้รู้สึกตื่นเต้นถึงโอกาสที่กำลังทยอยกันมา เพราะเงินเหล่านี้ กสทช.บ้านเราจะเอาไปทำ USO หรือระบบบริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อสังคม แผน 5 ปี สองหมื่นล้านบาท
ทำให้อดคิดไปถึงว่าสมัยก่อนจะนัดหมายใครไปเจอกันข้างนอกเป็นต้องวุ่นวายให้แน่ใจว่าไปถูกที่ก่อนออกเดินทาง ไม่อย่างนั้นก็ควานหากันหัวโตหรือไม่ก็ต่างคนต่างผิดหวังหงุดหงิดกลับกันไป แต่เดี๋ยวนี้การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพียงนัดกันคร่าว ๆ เช่นว่าสยามพารากอน หรือขอนแก่น ก็พอ เดี๋ยวใกล้ ๆ ค่อยโทรฯ มือถือจูนกันอีกทีสองที
มือถือและเทคโนโลยีเหล่านี้เป็น การเชื่อมโยง ผู้คนเข้าด้วยกันเพื่อการใช้งานอันหลากหลาย สุดแต่ใครจะนำไปคิดประดิษฐ์ใช้งานการเชื่อมโยงนี้ ทำให้ผมอดนึกไปถึงวันหนึ่งลูกสาวที่ทำแล็บอยู่กับพรรคพวกตอนเรียนมหาวิทยาลัยกลับมาเล่าให้ฟังว่าความที่ห้องแล็บมันกว้าง เครื่องก็เสียงดัง ตะโกนกันไม่ได้ยิน ไม่ได้เรื่อง เลยควักมือถือออกมาโทรฯ สั่งงานกัน คนหนึ่งเฝ้าหน้าปัดเครื่องอยู่ทางมุมหนึ่ง อีกคนก็ไปเฝ้าเตาเผาอยู่ที่อีกมุมหนึ่ง ใช้มือถือเป็นวอล์กกี้ทอล์กกี้วิทยุสื่อสารไปโน่นเลย
ตอนนี้บังเอิญกำลังนั่งอ่านหนังสือ The New Digital Age ของ Eric Schmidt ประธานบริษัทกูเกิล กับ Jared Cohen ผู้อำนวยการคนหนึ่งของกูเกิล อ่านไปเจอตัวอย่างที่เขายกมาสองอันเข้าท่าดีมากเลยอดเอามาเล่าสู่กันฟังไม่ได้
ตัวอย่างแรกคือชาวประมงสตรีในประเทศคองโกแทนที่จะจับปลาจากแม่น้ำไปเน่ารอลูกค้าอยู่ที่ตลาดก็เปลี่ยนเป็นเอาปลาแขวนแช่ไว้ในแม่น้ำรอลูกค้าโทรฯ มาสั่งซื้อทางมือถือจึงจะงัดปลาออกมาผ่าล้างเตรียมไว้ ไม่ต้องขนส่ง ได้ปลาสดโดยไม่ต้อง
แช่เย็น จับปลาแต่พอดีไม่เหวี่ยงแหขนไปกันมาก ๆ แถมไม่ทำงานเหนื่อยยากอย่างแต่ก่อน เพิ่มโอกาสและทั้งยังลดต้นทุน นอกจากนั้นยังสื่อสารกับพรรคพวกในละแวกใกล้เคียงเป็นเครือข่ายประมงพอเพียง เกิดเป็นวิถีชาวบ้านที่ไม่ละทิ้งรากฐานพื้นถิ่นแต่เพิ่มศักยภาพของตลาดขึ้นอย่างมาก
อีกตัวอย่างคือพวกเลี้ยงสัตว์แห่งทุ่งเซแรงเกติในแอฟริกาซึ่งอาศัยมือถือเช็กราคาเนื้อในตลาดจะได้กะเวลาส่งเนื้อไปขายได้กำไรดี และยังใช้เชื่อมโยงเครือข่ายพรรคพวกที่เลี้ยงสัตว์กันอยู่ในละแวกใกล้เคียงในรูปแบบของ crowd sourcing หรือเรียกแบบไทย ๆ ว่า ลงแขกแบบระยะไกลผ่านมือถือ เพื่อติดตามร่องรอยเสือ สิงห์และสัตว์ล่าเนื้ออื่น ๆ ที่หากินอยู่ในบริเวณ เรียกว่าสอดรับกับวิถีชีวิตกลางทุ่งเลี้ยงสัตว์ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี
จะเห็นว่า การเชื่อมโยง ผู้คนในสังคมเข้าด้วยกันในระดับพื้นฐาน เข้าไปเอื้อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนพลเมือง นั่นจึงเป็นการส่งเสริมรากหญ้าของสังคมอย่างแท้จริง แม่ค้าส้มตำ อาโกร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด หรือสาวยาคูลท์ที่รับออร์เดอร์จากลูกค้าทางมือถือเป็นประเด็นสำคัญยิ่งยวดของการพัฒนาประเทศ มากกว่าการใช้มือถือ
ซื้อขายหุ้นหรือขายที่กันโครม ๆ เสียอีกอย่างบ้านเราตอนนี้มีวินมอเตอร์ไซค์เกลื่อนไปหมด ทั้งยังออกไปรับส่งคนตามใบออร์เดอร์ที่เข้ามาทางมือถือของคนคุมวินได้ ชีวิตผู้คนสุขสบายขึ้นอีกอักโขครับ
นี่เพียงแต่มีมือถือสื่อสารด้วยเสียงระดับพื้นฐานก็ยังใช้สอยกันได้อย่างพิสดารขนาดนี้ ถ้าเน็ตผ่านมือถือพัฒนากันไปได้อย่างแผนที่วางไว้ สังคมรากหญ้าตามประเทศ (ด้อย) พัฒนาอย่างเราจะยิ่งพุ่งทะยานไปได้อีกขนาดไหน ลองคิดดู
แต่ยังไง ๆ กสทช.ช่วยสอดส่องดี ๆ นะครับ อย่าปล่อยให้แบนด์วิธ(bandwidth) ขาดแคลนสาหัสอย่างตอนนี้ล่ะ ทั้งเน็ตทั้งโทรฯ บ่นกันไปได้ทั้งเมือง. ดร.ยรรยง เต็งอำนวย
ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
คณะวิศวกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Yunyong.T@Chula.ac.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มือถือของปวงชน – 1001
เดือน: ตุลาคม 2013
-

มือถือของปวงชน – 1001
-

ฟ้องกสทช. เยียวยาคลื่น1800 “กสท”ยับ2.7แสนล้าน
“กสท”เตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหาย กสทช. สูญเกือบ 3 แสนล้านบาท ออกประกาศเยียวยา 1800 เมกะเฮิรตซ์ ชี้ ลูกค้า 17 ล้านหายจากระบบสัมปทานของ ทรูมูฟ-ดีพีซี ต้องเป็นของ กสท
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า เตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขอยกเลิกเพิกถอนมติกสทช.ที่ออกประกาศ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการกรณีสิ้นสุดสัมปทาน หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ 2556 (ประกาศเยียวยาคลื่น1800 เมกะเฮิรตซ์) ต่อศาลปกครอง เพราะทำให้กสท ต้องเสียลูกค้าในสัญญาสัมปทาน 17 ล้านราย สำหรับมูลค่าความเสียหายบอร์ดให้ฝ่ายจัดการไปพิจารณาอีกรอบ ให้เกิดความรอบครอบใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด เนื่องจากจะส่งผลต่อค่าธรรมเนียมที่กสท ต้องจ่ายให้ศาลด้วย โดยเบื้องต้นบอร์ดอนุมัติกรอบงบค่าธรรมเนียมสูงสุด ไว้ที่ 280 ล้านบาท ในการฟ้องร้องครั้งนี้ คาดว่าภายในเดือนต.ค. จะฟ้องร้องได้ นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ประกาศเยียวยาคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ขัดต่อกฏหมาย 3ประเด็น คือ 1.ประกาศดังกล่าวกำหนดให้เจ้าของสัมปทานคือ กสท และผู้รับสัมปทานคือ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และ บริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) เป็นผู้ให้บริการต่อไปในช่วงประกาศเยียวยา ทั้งๆ ที่ผู้รับสัมปทานมีข้อจำกัดของกฏหมายในการให้บริการตามมาตรา 80 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งสิทธิการบริหารจัดการของผู้รับสัมปทานต้องหมดลงตั้งแต่ในวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมาแล้ว 2.ประเด็นการใช้คลื่นความถี่ที่จะไม่ขัดต่อมาตรา 46 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยระบุว่าผู้รับสัมปทานสามารถบริหารคลื่นความถี่ได้เฉพาะในช่วงที่อยู่ในสัมปทานเท่านั้น ดังนั้น การใช้คลื่นความถี่ภายหลังหมดสัญญาสัมปทานผู้รับสัมปทานคือทรูมูฟ และดีพีซี จึงไม่มีสิทธินำคลื่นดังกล่าวมาบริหารจัดการ แต่กสท มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว เพราะเป็นผู้รับใบอนุญาต 3.ประกาศดังกล่าวเร่งรัดให้โอนย้ายออกจากระบบ ทำให้กสท เป็นผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากลูกค้าทั้งหมดภายใต้สัญญาสัมปทานราว 17 ล้านเลขหมายจะต้องย้ายมาอยู่ในระบบ 3จี มาย (3G My) ของกสท แทน และยังไม่เป็นไปตามประกาศเอ็มเอ็มพี (MMP) ที่ระบุให้โอนย้ายแบบยินยอมสมัครใจเท่านั้น ทำให้ลูกค้าดังกล่าวย้ายออกจากระบบทั้งหมด รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า กสท ได้คิดค่าเสียหายจากการออกประกาศเยียวยาดังกล่าว โดยใช้การคำนวนจากการนำอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อคนต่อเดือน (อาปู้) ของกสทซึ่งมีอัตราขั้นต่ำอยู่ที่ราว 200-300 บาทต่อเดือน คูณด้วยจำนวนผู้ใช้บริการทั้ง 17 ล้านเลขหมาย และคิดรวมกับรายได้ไปจนถึงการสิ้นสุดใบอนุญาตของกสทในปี 2568 ที่สามารถให้บริการ 3จี มาย (12ปี) จะได้มูลค่าความเสียหายสูงถึง 275,000 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฟ้องกสทช. เยียวยาคลื่น1800 “กสท”ยับ2.7แสนล้าน -

แอลจีเปิดตัวทีวีจอโค้งเครื่องแรกของโลก
แอลจี เปิดตัว ทีวีจอโค้งเครื่องแรกของโลกขนาด 55 นิ้ว พร้อม ลุยจำหน่ายทีวีดิจิทัล 16 รุ่นหลังกสทช.ไฟเขียวรับรองมาตรฐานเครื่อง
วันนี้(10ต.ค.)ที่โรงแรม ฮิลตัน สุขุมวิท. บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิกส์ (ประเทศไทย)จำกัด เปิดตัวโทรทัศน์ LG CURVED OLED TV รุ่น EA9800 ขนาด 55 นิ้ว ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องแรกของโลก และครั้งแรกในประเทศไทย ที่เป็นนวัตกรรมจอภาพโค้ง บางเฉียบเพียง 4.3 มิลลิเมตร หรือประมาณ 0.17 นิ้ว น้ำหนัก 17 กิโลกรัม โดยการใช้เทคโนโลยีโอเลด ผสมกับเทคโนโลยี WRGB ที่มีแม่สี 4 สีพิกเซล ให้ความคมชัด สว่างมากยิ่งขึ้น และมีฟังก์ชั่น Motion Clarity แสดงภาพเคลื่อนไหวได้เหนือกว่าแอลอีดีทั่วไปถึง 100 เท่า นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการบริษัท แอลจี กล่าวว่า สำหรับโทรทัศน์จอโค้งจำหน่ายในราคา339,990 บาท เนื่องจากประสิทธิภาพ และคุณสมบัติช่วยทำให้ลูกค้าได้รับชมคอนเทนต์แบบสามมิติ นอกจากนี้มีฟังก์ชั่นสมาร์ททีวีถูกออกแบบให้ใช้งานผ่านสมาร์ทรีโมท พร้อมทั้งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและแอพพลิเคชั่นต่างๆได้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาแอลจี ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานเครื่องทีวีระบบดิจิทัล ที่มีจูนเนอร์ บิวอินในเครื่อง ระบบดีวีบี ที2 จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) จำนวน 16 รุ่น โดยได้เปิดจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้การขอรับรองมาตรฐานเครื่อง ผู้ประกอบการนำเข้าทีวี หรือ ผู้ผลิตทีวี จะต้องนำเครื่องให้กสทช.ตรวจสอบ และเมื่ออนุญาตแล้วผู้ผลิตรายใดที่มีฐานผลิตในไทยสามารถผลิตจำหน่่ายได้เลย ส่วนที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศต้องขออนุญาตนำเข้าอีกครั้ง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอลจีเปิดตัวทีวีจอโค้งเครื่องแรกของโลก