เดือน: ตุลาคม 2013

  • “ศาลปกครองสูงสุด”ยืนคำตัดสินเดิมคดี“อนุภาพ” ฟ้อง กสทช.

    “ศาลปกครองสูงสุด”ยืนคำตัดสินเดิมคดี“อนุภาพ” ฟ้อง กสทช.

    วันนี้(31ต.ค.) ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 446/2555 หมายเลขแดงที่ 785/2555 ของนายอนุภาพ ถิรลาภ ผู้ฟ้องคดี กับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กำหนดให้ปฎิบัติหรือปฎิบัติหน้าที่ล้าช้า โดยมีคำสั่งยืนยันตามศาลชั้นต้นที่ตัดสินว่าผู้ฟ้องไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย นายอนุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระ ด้านโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังรับฟังแล้วพบว่า เนื้อหาที่ศาลอ่านเป็นเรื่องเกี่ยวกับ 3 จี 2.1 กิกะเฮิร์ตซ ที่ได้ให้จำหน่ายสารบท เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง แต่ในขณะเดียวกันยังข้องใจว่า ตัวเองไม่ได้ขอยื่นอุทรณ์กรณี 3 จี ส่วนกรณีการยื่นฟ้องพรีเพด กรณีห้ามกำหนดวันหมดอายุนั้นชนะคดีเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเตรียมรวบรวมข้อมูลค่าบริการ คุณภาพการให้บริการ เพื่อศึกษาว่าจะดำเนินการฟ้องอย่างไรต่อไป “ส่วนตัวฟ้องแค่ 2 คดี คือ 3 จี ที่จำหน่ายคดีออกจากสารบท และกรณีห้ามกำหนดวันหมดอายุพรีเพด เท่านั้น ไม่เข้าใจว่าการฟังครั้งนี้ไม่มีเกี่ยวกะพรีเพด แต่เนื้อหาเข้าข่าย 3 จีครั้งที่ผ่านมา “นายอนุภาพ กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ศาลปกครองสูงสุด”ยืนคำตัดสินเดิมคดี“อนุภาพ” ฟ้อง กสทช.

  • เข้มจราจร ห้ามอาชญากรรม

    เข้มจราจร ห้ามอาชญากรรม

    นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดี กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้เพิ่มความเข้มงวดในการออกใบ และขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะทุกประเภท ทั้งใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ รถสามล้อสาธารณะ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งในส่วนของผู้ขอใหม่ และขอต่ออายุ โดยผู้ที่ยื่นคำขอใบอนุญาตจะต้องดำเนินการตรวจสอบประวัติอาชญากร ที่สถานีตำรวจ หรือพิสูจน์หลักฐานจังหวัด หรือกองทะเบียนประวัติอาชญากรพร้อมกับชำระค่าธรรมเนียมค่าตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรเพื่อเป็นการป้องกัน มิให้บุคคลกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาใช้อาชีพพนักงานขับรถเป็นช่องทางในการประกอบอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน “กรมการขนส่งทางบกได้ออกระเบียบว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถในประเภทที่ต้องดำเนินการตรวจสอบประวัติอาชญากรใหม่ โดยหากผู้ขอไม่มีประวัติ หรือลักษณะต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 หรือพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 กรมฯ จะพิจารณาออกใบอนุญาตให้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการรวมทั้งเสริมสร้างสนับสนุนความปลอดภัยในการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะอีกทางหนึ่ง” นายอัฌษไธค์กล่าวเพิ่มว่า หลักฐานที่ใช้ในการขอรับใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ประกอบด้วย ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านใบรับรองแพทย์ออกก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน หลักฐานรับรองการผ่านการอบรมและจบหลักสูตรการอบรมจากกรมการขนส่งทางบกหรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกให้การรับรองตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก โดยในการขอต่ออายุใบอนุญาตผู้ขับรถและใบอนุญาตผู้ประจำรถสามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตขับได้ล่วงหน้า 90 วันก่อนวันสิ้นอายุใบอนุญาตขับรถในแต่ละประเภท นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบก ขอให้ประชาชนเลือกใช้รถโดยสารสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากผู้ขับรถโดยสารสาธารณะต้องผ่านการอบรมเกี่ยวกับกฎจราจร มารยาท การขับรถ และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนได้รับใบอนุญาต ขับรถสาธารณะ หากพบเห็นการฝ่าฝืน เอาเปรียบผู้โดยสาร หรือพบรถ โดยสารสาธารณะที่ไม่ปลอดภัยสามารถจดรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับวันเวลา สถานที่เกิดเหตุ หมายเลขทะเบียนรถ แจ้งที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน1584 ตลอด 24 ชั่วโมงหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เข้มจราจร ห้ามอาชญากรรม

  • ราคาข้าวต่ำสุดในรอบ3ปี

    ราคาข้าวต่ำสุดในรอบ3ปี

    รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาข้าวปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากมีปริมาณข้าวในตลาดจำนวนมากจากการระบายสต๊อกข้าวของรัฐบาล ประกอบกับข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ปี 2556/57 กำลังทยอยออกมา ส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวลดลงตามจิตวิทยาของตลาด โดยข้าวเปลือกเจ้าแห้ง ความชื้น 15% ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 7,500-8,000 บาทต่อตัน ลดลงจากช่วง 3 ปี ที่ราคาขายอยู่ที่ 8,400-8,500 บาทต่อตัน ข้าวขาว 5% (ข้าวสาร) ปัจุบันกระสอบ (100 กก.) 1,210-1,230 บาท ลดลงจากช่วง 3 ปีก่อนที่ขายกระสอบละ 1,400 บาท และราคาส่งออกข้าวขาว 5% อยู่ที่ตันละ 420-430 เหรียญสหรัฐต่อตัน ต่ำกว่าราคาส่งออกช่วง 3 ปีก่อนราคาส่งออกอยู่ที่ตันละ 460-470 เหรียญสหรัฐ นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ขณะนี้ราคาข้าวของไทยลดลงต่อเนื่องจนมีราคาใกล้เคียงกับข้าวของคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม ทำให้มีส่วนต่างราคากันเพียงตันละ 10 เหรียญสหรัฐเท่านั้น แต่พบว่าคำสั่งซื้อข้าวกลับมีน้อยมาก ส่วนหนึ่งมาจากผู้ซื้อต้องการรอดูสถานการณ์ราคา เพราะคาดการณ์ว่าราคาข้าวของไทยน่าจะลดลงต่ำได้อีก เนื่องจากรัฐบาลไทยมีสต๊อกอยู่ในมือจำนวนมากหลายล้านตัน และยังมีข้าวที่จะเข้าสู่โครงการรับจำนำรอบใหม่อีก ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญ ปกติช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. จะมีการซื้อข้าวกันมากเพื่อป้อนความต้องการปลายปีและต้นปี แต่ตอนนี้ลูกค้ากำลังหยุดและเฝ้าดูสถานการณ์ราคาข้าว เพราะเชื่อว่าสต๊อกที่ไทยถืออยู่ จะเป็นแรงกดดันให้ราคาข้าวลดต่ำลงไปอีก” ทั้งนี้ การส่งออกข้าวช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณ 4.6 ล้านตัน และช่วง 3 เดือนหลังจากนี้ น่าจะส่งออกข้าวไทยเดือนละ 600,000 ตัน คาดว่าทั้งปีไทยจะส่งออกข้าวได้ 6 ล้านตัน แต่ไม่ถึง 8 ล้านตัน อย่างที่คาดกันไว้ นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ราคาข้าวในตลาดที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ เป็นผลมาจากข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ หรือปีการผลิต 2556/57 กำลังทยอยออกมา ทำให้ราคาข้าวในตลาดปรับตัวลดลง แต่เชื่อว่าราคาข้าวจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากโครงการรับจำนำเพื่อพยุงราคาข้าวเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งล่าสุดได้เปิดจุดรับจำนำแล้ว 415 จุด มีข้าวเข้าสู่โครงการแล้ว 1.1 ล้านตัน ส่วนใหญ่เป็นข้าวเปลือกเจ้า สำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิคาดว่าเดือนพ.ย.-ธ.ค.จะเข้าสู่โครงการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ จะเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เพื่อติดตามความคืบหน้าในโครงการรับจำนำข้าว และจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการร้องเรียนทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเข้ามา เพราะการรับจำนำข้าวฤดูกาลนี้ ภาครัฐได้วางมาตรการไว้เข้มงวดในการตรวจสอบ เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้วงการค้าข้าวได้มีการจับตาการขายข้าวให้รัฐวิสาหกิจจีน 1.2 ล้านตัน และการขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ปีละ 1 ล้านตัน ซึ่งไม่ได้เป็นปัจจัยทำให้ราคาข้าวไทยปรับตัวดีขึ้น เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ แต่ได้มีการจับตากันว่า เป็นการทำออเดอร์ปลอมเพื่อที่จะขายข้าวในสต๊อกหรือไม่ และยังมีแนวโน้มที่จะขายในราคาหน้าโกดัง (เอ็กซ์ แวร์เฮ้าส์) ซึ่งจะเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริต ด้วยการขายข้าวในราคาต่ำๆ แล้วให้ผู้ซื้อนำไปขายต่อในตลาด โดยมีการประเมินกันว่า อาจจะขายต่ำตันละ 8,000-9,000 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาข้าวต่ำสุดในรอบ3ปี