เดือน: ตุลาคม 2013

  • “เอกชน”ยื่นประมูลทีวีดิจิทัลวันแรก 20 ราย เอกสาร 28 ชุด

    “เอกชน”ยื่นประมูลทีวีดิจิทัลวันแรก 20 ราย เอกสาร 28 ชุด

    เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้(28ต.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า การยื่นเอกสารขอรับการประมูลทีวีดิจิทัลบริการธุรกิจ 24 ช่อง ในวันแรก มีเอกชนยื่นเอกสารและวงเงินหลักประกัน 10% ของราคาหมวดหมู่ จำนวน20 บริษัท เอกสารยื่นขอประมูล 28 ชุด โดยมีมูลค่าวงเงินประกันจำนวน1,687ล้านบาท สำหรับช่วงเช้าบริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด (เดลินิวส์) ยื่นขอเข้าประมูลช่องข่าว ตามที่ได้ยื่นซื้อซองเอกสารไปเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ในขณะที่บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด(ไทยรัฐ) ยื่นขอประมูลช่องวาไรตี้คุณภาพมาตรฐาน(เอสดี)จากที่ได้ยื่นซื้อซองเอกสาร 3 ช่องคือ ช่องเอสดี ช่องเอชดี และช่องข่าว ส่วนบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7 ) ยื่นช่องวาไรตี้คุณภาพคมชัด (เอชดี )ด้านตระกูลมหากิจศิริ ส่ง2บริษัทเข้าร่วมประมูล คือ บริษัทพีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด ยื่นช่องเอชดี บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ยื่นช่องเอสดี ที่ผ่านการตรวจสอบเอกสารเรียบร้อยแล้ว ต่อมาในช่วงบ่ายมีบริษัทเข้ามายื่นเอกสารเพิ่ม อาทิ บริษัท ไทยทีวี จำกัด (ทีวีพูล)ยื่นประมูล 3 ช่อง คือ ช่องเอสดี ช่องเอชดี และช่อง เด็ก ส่วนบริษัท โพสต์ทีวี จำกัด ยื่นประมูลช่องข่าว บริษัท บีอีซี – มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3 )ยื่นช่องเอสดี และช่องเอชดี ในขณะที่บริษัท ไทย บรอดคาสท์ จำกัด (เวิร์คพอยท์) ยื่นช่องเอสดี และเอชดี เป็นต้น ทั้งนี กสทช.ยังเปิดให้เอกชนเข้ามายื่นในวันพรุ่งนี้( 29 ต.ค. )อีก 1 วัน ก่อนที่จะมีการตรวจสอบเอกสารของผู้ยื่นขอภายใน 45 วัน หากไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะคืนเงินประกัน ในขณะเดียวกันหากไม่ชนะการประมูลจะคืนเงินหลักประกันภายหลังจากมีการประกาศผลผู้ชนะการประมูลภายใน 30 วันเช่นกัน อย่างไรก็ตามเมื่อยื่นเอกสารขอรับการประมูลแล้วจะเข้าสูงช่วง ไซเรนท์ พีเรียด คือห้ามไม่ให้ผู้ยื่นซองทุกรายเปิดเผยหรือให้ข้อมูลที่มีนัยยะสำคัญที่จะมีผลเกี่ยวข้อง อาทิ ราคาเข้าประมูล การสมยอมราคา เงินลงทุนต่างๆ ที่คาดจะนำไปสู่การฮั้วประมูลไปจนกว่าจะมีการประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการจึงจะสามารถให้ข่าวและข้อมูลได้ ส่วนบริษัทที่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์สามารถให้ข้อมูลอื่นๆได้ตามปกติ ยกเว้นเรื่องทีวีดิจิทัล.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เอกชน”ยื่นประมูลทีวีดิจิทัลวันแรก 20 ราย เอกสาร 28 ชุด

  • สั่งกนอ.ปรับแผนรับมือน้ำท่วมภาคตะวันออก

    สั่งกนอ.ปรับแผนรับมือน้ำท่วมภาคตะวันออก

    นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้การนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) เร่งดูแลป้องกันน้ำท่วมในนิคมฯภาคตะวันออกทั้ง 14 แห่ง โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี แม้ว่า ที่ผ่านมาทุกฝ่ายได้ร่วมมือป้องกันจนทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยผู้ประกอบการในนิคมฯ อมตะกลับมาผลิตครบ 100% แล้ว และจากนี้ไปทุกฝ่าย จะต้องร่วมกันหาแผนป้องกันระยะยาวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน โดยขณะนี้นักลงทุนยังไม่คิดย้ายฐานการผลิตแต่อย่างใด นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่า กนอ. กล่าวว่า แผนระยะสั้น จะทบทวนการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินในนิคม ฯ ภาคตะวันออกที่มีอยู่ 14 แห่ง โดยเฉพาะอุปกรณ์ฉุกเฉิน และอุปกรณ์ในภาวะปกติต้องพร้อมทำงาน ส่วนระยะยาว จะปรับปรุงมาตรฐานระบบสาธารณูปโภคเช่นเดียวกับที่ดำเนินการกับนิคม ฯ ที่ถูกน้ำท่วมภาคกลางเมื่อปี 54 ที่จะกำหนดการออกแบบระบบสูบระบายน้ำที่ต้องปรับให้เข้ากับระดับน้ำที่สูงขึ้นใหม่ในภาคตะวันออกซึ่งเกิดน้ำท่วมปีนี้ “ระดับน้ำสูงสุดในตะวันออกได้เปลี่ยนใหม่ทำให้ต้องปรับแผนทั้งหมด โดยล่าสุดคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยหรือกบอ. เองก็จะจัดทำแผนรับมือในพื้นที่ภาคตะวันออกที่จะมาเชื่อมโยงกับแผนของกนอ.ที่จะต้องไปด้วยกัน ซึ่งกบอ.ได้ประชุมมาแล้ว 2-3 ครั้งและมีงบดำเนินการปรับปรุงด้านต่างๆ 10,000 ล้านบาท” นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า แผนของภาครัฐระยะยาว ต้องเร่งดำเนินการ ระบายน้ำที่จะต้องเพิ่มทางระบายทั้งประตู คลองธรรมชาติ ที่ต้องปรับปรุงใหม่เพราะฝนที่ตกมากในพื้นที่ภาคตะวันออกพบว่าสูงถึง 136-137 มิลลิเมตรต่อวัน แต่ความสามารถรับน้ำมีเพียง 9 มิลลิเมตร ต่อวัน รวมทั้งได้หารือกับกระทรวงคมนาคม ที่จะต้องปรับปรุงถนนบ้านเก่า-พานทอง ควรขยายช่องจราจรและมีการวางท่อระบายน้ำระหว่างการก่อสร้างที่ต้องปรับปรุงให้ถูกต้อง และ 3. ถนนบางนา-ตราดจะต้องทำทางระบายน้ำเชื่อมลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุดซึ่งนิคมฯอมตะอยู่ห่างจากทะเลเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น ส่วนนิคมอมตะฯ มีแผนที่จะลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดการน้ำ โดยจะหารือกับผู้ประกอบการในนิคมฯ 31 ต.ค.และ 1 พ.ย.นี้ ซึ่งเงินลงทุนนั้น คาดว่าจะประเมินอีกครั้งภายใน 2 -3 สัปดาห์ จากนั้นจะเดินหน้าลงทุนได้เร็ว เพราะเป็นเอกชน เช่น การปรับแก้มลิง ให้รับน้ำได้ 130 ล้านลูกบาศก์เมตรจากรับได้ 20 กว่าล้านลบ.เมตร การเพิ่มทางระบายน้ำ(ฟลัดเวย์) ซึ่งจะหารือกับกนอ.ในการวางแผนต่อไป “ผมไม่ได้เรียกร้องให้อมตะ แต่นี่คือของประเทศถ้าน้ำท่วมหนักในภาคตะวันออกเงินลงทุนนับกว่า 1 ล้านล้านบาท จุดนี้จะเกิดอะไรขึ้น เศรษฐกิจไทยจะยุ่ง ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีล่มแน่นอน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งกนอ.ปรับแผนรับมือน้ำท่วมภาคตะวันออก

  • ตะลึงยอดนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่ง

    ตะลึงยอดนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่ง

    นางเบญจา หลุยเจริญ รมช. คลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมศุลกากร ถึงการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย 17 ชนิดพบว่ายอดนำเข้าตลอดทั้งปีงบ 2556 สูงถึง 1 แสนล้านบาท โดยสินค้าที่นำเข้าสูง คือ น้ำหอมมียอดนำเข้า 1.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 4 พันล้านบาท รองลงมาคือ กระเป๋า 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3 พันล้านบาท นาฬิกานำเข้า 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 พันล้านบาท เสื้อผ้านำเข้า 6,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 1 พันล้านบาท แว่นตานำข้า 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัว 1,000 ล้านบาท แว่นตานำเข้า 2,00 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 400 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการนำเข้าเบ็ดเตล็ด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตะลึงยอดนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่ง