“นิวัฒน์ธำรง”บินตื๊อจีนขายข้าวจีทูจี 1 ล้านตันต่อปี ตามที่ผู้นำสองประเทศตกลงกัน พร้อมทั้งพ่วงขายยางพาราและมันสำปะหลัง
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ย. 56 ตนจะเดินทางไปหารือกับรัฐมนตรีพาณิชย์ของจีนเพื่อตกลงในรายละเอียดการซื้อข้าวไทยในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) ปีละ 1 ล้านตัน ตามที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือกันไว้ ซึ่งเจรจาขายข้าวให้จีนทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวขาว ส่วนราคาที่จะซื้อขายกันจะยึดราคาตลาดโลกเป็นหลัก โดยตั้งเป้าหมายที่จะเซ็นสัญญากันให้ได้ไม่เกินเดือนธ.ค.56 “ไทยและจีน ยังจะหารือในรายละเอียดการขายสินค้าเกษตรอื่นๆ ได้แก่ ยางพาราปริมาณ 2 แสนตัน และมันสำปะหลังด้วย“ สำหรับการขายข้าวให้กับรัฐวิสาหกิจจีนของมณฑลเฮย์หลงเจียงปริมาณ 1.2 ล้านตัน ภายในเดือนต.ค. 56 นี้ จะมีการลงนามในสัญญากันได้ ส่วนสัญญาที่รัฐวิสาหกิจจีนเซ็นกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ปริมาณ 1 ล้านตันภายใน 5 ปี หรือประมาณปีละ 2 แสนตัน เป็นเรื่องที่เอกชนจะไปดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ ไทยยังมีโอกาสในการขายข้าวให้กับจีน หลังจากที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในเรื่องรถไฟฟ้าแลกสินค้าเกษตร ซึ่งหากกระทรวงคมนาคมไปเจรจาในรายละเอียดได้แล้ว กระทรวงพาณิชย์ก็จะไปเจรจาต่อในขั้นสุดท้าย เพื่อผลักดันให้จีนซื้อสินค้าเกษตรของไทย ซึ่งจะมีทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพด อย่างไรก็ตาม ไทยยังได้มีการเจรจากับประเทศอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย และอิรัก เพื่อขายข้าวในรูปแบบจีทูจี โดยการเจรจาขายมีทั้งหลักแสนตัน และหลักล้านตัน ซึ่งหากได้ข้อสรุปก็จะรีบแจ้งให้ทราบ แต่ขณะนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างการเจรจา นายศักดิ์ดา ทองปลาด ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานธุรกิจ และผู้ทำการแทนผู้จัดการ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต) กล่าวว่า รัฐบาลโดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) จะเปิดประมูลข้าวล็อตแรก ผ่านตลาดเอเฟต ในวันที่ 25 ต.ค. 56 นี้ ที่กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 1.4 แสนตัน จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบค้าข้าวทุกระดับเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ สำหรับการประมูลผ่านตลาดเอเฟต นั้นจะ คัดข้าวคุณภาพดีจากคลังมาตรฐานในแหล่งข้าวที่เป็นที่น่าเชื่อถือในคุณภาพ และยังแบ่งเป็นกองย่อยไม่เกิน 2,000 ตัน หรือประมาณ 20,000 กระสอบ ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ค้าข้าวทุกระดับทั้งรายกลางรายเล็กสามารถเข้าประมูลได้อย่างเท่าเทียมกัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : "นิวัฒน์ธำรง"บินตื๊อจีนซื้อข้าว
เดือน: ตุลาคม 2013
-

"นิวัฒน์ธำรง"บินตื๊อจีนซื้อข้าว
-

ไปรษณีย์ไทย ใช้บ้านกำนัน-ผู้ใหญ่ รับ-ส่งจดหมายช่วงน้ำท่วม
ไปรษณีย์ไทย ออกตัวขอโทษประชาชน โดยเฉพาะช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา โดนพายุฝนกระหน่ำ กระทบการนำส่งจดหมายล่าช้า ล่าสุด ใช้วิธีโทรศัพท์แจ้งนัดรับสิ่งของ ในขณะที่ ตจว.ใช้บ้านของกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เป็นจุดศูนย์กลางรับ-ส่งจดหมาย
วันนี้ (17 ต.ค.) ที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท.นายกาหลง ทรัพย์สอาด รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการภูมิภาค ไปรษณีย์ไทย เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทย ได้เตรียมแผนรับมือฉุกเฉินในช่วงที่มีพายุฝนกระหน่ำ ส่งผลให้การนำจ่ายจดหมาย พัสดุ ของไปรษณีย์มีความล่าช้า ดังนั้น ไปรษณีย์จะโทรแจ้งผู้รับสำหรับบริการลงทะเบียน และ อีเอ็มเอส ขณะที่ในต่างจังหวัดจะนำไปไว้ที่จุดศูนย์กลางของชุมชน เช่น บ้านกำนัน บ้านผู้ใหญ่บ้าน เพื่อกระจายต่อไปยังบ้านของผู้รับ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีพายุและ ฝนตกหนักตลอด โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการนำส่งจดหมายของบุรุษไปรษณีย์อีกทั้งยังได้รับการร้องเรียนว่านำจ่ายล่าช้า โดยเฉพาะบริการอีเอ็มเอสที่ไม่สามารถนำจ่ายได้ทันภายใน 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ไทยก็ไม่ได้ละเลย และได้พยายามทุกช่องทาง ทั้งการเร่งนำจ่ายจดหมาย พัสดุ ฯลฯ หลังฝนหยุด อีกทั้งยังทำงานล่วงเวลา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจดหมายตกค้าง
"ปัจจุบัน เรามีบุรุษไปรษณีย์ ทั่วประเทศ ประมาณ 1.1 หมื่นคน นำจ่ายจดหมาย 500 ฉบับต่อวัน โดยในฝนตก อาจเปลี่ยนพาหนะเป็นรถกระบะ แต่ติดปัญหาในบางพื้นที่ที่รถใหญ่ไม่สามารถเข้าไปได้ จึงขออภัยในความล่าช้าที่เกิดขึ้น" นายกาหลง กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไปรษณีย์ไทย ใช้บ้านกำนัน-ผู้ใหญ่ รับ-ส่งจดหมายช่วงน้ำท่วม -

กสท เปิด "ไอริส คลาวด์ "หวังรายได้ชดเชยสัปทานมือถือหมด
กสท ควักเงิน 200 ล้านบาท ลงทุนเปิด “ไอริส คลาวด์ ” หวังรายได้ปี 57 กวาดเงิน 100 ล้านบาท เสริมรายได้องค์กรหลังหมดสัญญาสัมปทานมือถือ ชูบริการเข้าถึงทุกแพลตฟอร์ม
วันนี้(17ต.ค.) ที่เซ็นทรัลเวิลด์ นายกิตติพงษ์ เมฆวิจิตรแสง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กสท เปิดคลาวด์ คอมพิวติ้ง ภายใต้บริการ IRIS Cloud (ไอริส คลาวด์ ) เพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้ารัฐ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี เนืี่องจากได้ร่วมมือกับ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สรอ. ที่ให้บริการเชื่อโยงข้อมูลหน่วยงานรัฐ โดยใช้งบประมาณลงทุนจำนวน 200 ล้านบาท และตั้งเป้ารายสำหรับบริการ ไอริส คลาวด์ ถึงสิ้นปี 2557 จำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปช่วยเสริมรายได้ให้กับองค์กรหลังจาก กสท จะหมดรายได้จากสัญญาสัมทานมือถือในสิ้นปี 2556 สำหรับบริการ ไอริส คลาวด์ จะช่วยเปิดโอกาสให้ธุรกิจใหม่ที่มีต้นทุนน้อย สามารถมีเซิร์ฟเวอร์ เพื่อจัดเก็บข้อมูล เป็นของตัวเองได้ และยังมีระบบความปลอดภัย ช่วยประหยัดต้นทุนบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก กสท จะดูแลระบบให้ลูกค้าผู้ใช้บริการ ประกอบกับ กสท มีดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ ศูนย์ข้อมูล ที่ได้มาตรฐาน มีโครงข่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานไอที ทำให้บริการ ไอริส คลาวด์ จะรองรับระบบงานไอทีทุกแพลตฟอร์ม.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท เปิด "ไอริส คลาวด์ "หวังรายได้ชดเชยสัปทานมือถือหมด