เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • ประสารยันเงินตู้เอทีเอ็มเพียงพอให้บริการปชช.

    ประสารยันเงินตู้เอทีเอ็มเพียงพอให้บริการปชช.

    โรงแรมดาษดา จ.ปราจีนบุรี เวลา 17.00 น. เมื่อวันที่ 30 พ.ย.56 นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทการทำงานของ ธปท.และธนาคารพาณิชย์ ยืนยันว่า ธนาคารพาณิชย์จะให้บริการได้ตามปกติ และหากสาขาธนาคารพาณิชย์อยู่ในพื้นที่ชุมนุม ผู้จัดการสาขาของธนาคารแห่งนั้นมีอำนาจในการสั่งปิดสาขาได้ทันที ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ รวมทั้ง การให้บริการระบบชำระเงินก็มีการกระจายศูนย์กระจายธนบัตรมากขึ้น โดยยืนยันปริมาณเงินในตู้เอทีเอ็มมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ดี ธปท.มีแผนสำรองกรณีมีเหตุฉุกเฉิน หากเกิดกรณีที่ไม่คาดคิด โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมระหว่าง ธปท.และธนาคารพาณิชย์ ผ่านระบบโทรคมนาคม อย่างใกล้ชิด ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ปัญหาการเมืองส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศของประเทศ และกระทบต่อการอุปโภค บริโภค การลงทุน และท่องเที่ยว ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหนคงต้องติดตาม โดยล่าสุด ธปท.ได้ปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจลงเหลือ 3% ที่ยังไม่รวมผลกระทบการเมือง ดังนั้น ช่วงที่เหลือของปีนี้ จึงปฎิเสธไม่ได้ที่จีดีพีปีนี้จะต่ำกว่า 3% “เชื่อว่าปัญหาการเมืองนั้น เห็นว่าทุกฝ่ายพยายามหลีกเลี่ยงการใชัความรุนแรง แมัจะมีความเห็นแลกข้อเรียกร้องแตกต่าง ซึ่งคงต้องมีการหารือร่วมกัน หากทางตรงไม่ได้ก็ต้องทางอ้อม โดยเฉพาะขณะนี้มีกลุ่มบุคคลและสถาบันที่เสนอความเห็นและเสนอตัวเป็นคนกลางในการประสานหาออกในเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยสันติวิธีที่สุด โดยอย่างน้อยที่สุดทุกฝ่ายต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อร่างกายและชีวิตของประชาชน และส่วนตัวมองคิดว่าทุกฝ่ายจะยึดความต้องการของตัวเองเป็นหลักร้อยเปอร์เซนต์ไม่ได้ แต่ควรจะหาทางออกร่วมกันในแนวทางที่รับได้มากที่สุด” นายประสาร กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าผลกระทบการเมืองจะทำให้เงินทุนไหลออกอย่างรุนแรงนั้น ยืนยันว่าจากการที่ ธปท.ได้ติดตามสถานการณ์เงินทุนเคลื่อนย้าย พบว่า ยังไม่มีความน่าเป็นห่วง โดยเงินทุนยังคงเคลื่อนย้ายไหลออกอย่างสมดุล รวมทั้ง อัตราแลกเปลี่ยนยังมีความยืดหยุด เงินทุนสำรองระหว่างประเทศยังมีเพียงพอที่รองรับความต้องการของนักลงทุนไทยและต่างประเทศได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประสารยันเงินตู้เอทีเอ็มเพียงพอให้บริการปชช.

  • เน็ตล่มทั้งประเทศรัฐบาล-ม็อบโยนกันวุ่น

    เน็ตล่มทั้งประเทศรัฐบาล-ม็อบโยนกันวุ่น

    เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงบ่ายถึงเย็นวันนี้ ระบบเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตขัดข้องเป็นวงกว้าง ทำให้เป็นที่สังเกตว่าเกิดจากกรณีผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและโค่นระบบทักษิณ เข้าไปยึดบริษัทกสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ หรือไม่ ต่อมาเวลา 16.30 น. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า กรณีระบบอินเทอร์เน็ตขัดข้องเป็นวงกว้าง เพราะมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปตัดระบบไฟฟ้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์สำรองของวงจรอินเทอร์เน็ตที่ต่อสัญญาณไปต่างประเทศของ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่ตึก 30 ชั้นสำนักงาน กสท บางรัก ทั้งนี้แม้ว่ากสทจะมีระบบสำรอง และเครื่องไฟฟ้าสำรองแต่ระบบที่โดนตัดกระจายเป็นวงกว้างจึงทำให้มีปัญหาการใช้งานบ้าง แต่ขณะนี้ได้ให้พนักงานเร่งกู้ระบบแล้ว รมว.ไอซีที ระบุอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นแค่เฉพาะเส้นทางไม่ใช่วงกว้าง และระบบเกตเวย์หลักออกต่างประเทศยังใช้ได้อยู่ ด้านนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท ฯ กล่าวว่า การที่กลุ่มผู้ชุนนุมเดินทางมายังอาคาร กสท บางรัก และตัดกระแสไฟฟ้า ได้ส่งผลกระทบระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศบางเว็บไซต์ ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ขณะนี้กสท เร่งแก้ไขและประสานงานไปยังกกลุ่มผู้ชุนนุม และพนักงานกสท ที่ร่วมปฏิบัติงาน เพื่อให้เปิดกระแสไฟฟ้าใช้งานได้จริง เนื่องจากระบบไฟฟ้าสำรองของกสท สามารถใช้งานได้ระยะเวลาหนึ่งหรือประมาณ 30 -60 นาทีเท่านั้น อย่างไรก็ตามคาดว่าจะสามารถเจรจาหาข้อสรุปได้ เพราะการติดต่อสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็น เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของทุกคน ที่ทุกวันนี้ ใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมและไม่ชุมนุม ส่วนการทำงานกสทนั้น จะประเมินวันต่อวัน ว่าจะให้พนักงานมาทำงานหรือไม่ อย่างไรก็ตามในส่วนของพนักงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการสื่อสารของกสท ทั้งหมด ก็ยังคงปฏิบัติงานตามปกติ เพื่อให้คนไทยสามารถใช้อินเตอร์เน็ตติดต่อสื่อสารกันได้ เวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นายยงยุทธ วัฒนสินธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที ฯ กล่าวว่า การที่ผู้ชุมนุมตัดไฟในทีโอที ได้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการอินเทอร์เน็ตในวงกว้าง เพราะระบบอินเตอร์เน็ตทั้งหมดต้องใช้ไฟฟ้า และการชุมนุมภายในทีโอที ก็ต้องใช้ไฟฟ้า ให้แสงสว่าง เพื่อความปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย และถึงแม้ทีโอที จะมีระบบไฟฟ้าสำรองใช้งาน แต่สามารถใช้งานได้ระยะหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทีโอที มีระบบอินเทอร์เน็ตกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งบางพื้นที่อาจใช้งานไม่ได้ บางพื้นที่อาจใช้งานได้ อีกทั้งการชุมนุมครั้งนี้ ได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หรือ โซเชี่ยลมีเดีย ในการติดต่อสื่อสารและชักชวนการมาชุมนุม ดังนั้นขอวิงวอนผู้ชุมนุมอย่าตัดกระแสไฟฟ้า เพราะกระทบประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ชุมนุมด้วย ขณะที่น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวชี้แจงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่เกี่ยวกับผู้ชุมนุมที่บุกยึดกสท.และทีโอทีถนนแจ้งวัฒนะ เนื่องจากจุดดังกล่าวไม่มีอุปกรณ์การปฎิบัติงานด้านอินเทอร์เน็ต มีแต่สำนักงานเท่านั้น การตัดสัญญาณได้ต้องเข้าไปปิดระบบปฎิบัติการที่ศูนย์กลางของระบบเครือข่ายอืนเทอร์เน็ตในอาคารกสท.บางรัก ซึ่งต้องเป็นคนในที่เข้าไปได้และเป็นผู้ปิดระบบปฎิบัติการ ถือว่ารัฐบาลโยนบาปให้ผู้ชุมนุมหรือไม่ เพราะเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา รมว. ไอซีที ก็ยืนยันเอง ว่าการเข้ายึดกสท.และทีโอทีถนนแจ้งวัฒนะ ไม่กระทบต่อระบบการสื่อสารของประเทศ แล้วทำไมตกเย็นถึงให้สัมภาษณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือ ล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น. ระบบอินเตอร์เน็ตสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่ยังล่าช้า.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เน็ตล่มทั้งประเทศรัฐบาล-ม็อบโยนกันวุ่น

  • สุวรรณภูมิไล่จับสุนัขจรจัดหวั่นกระทบขึ้นลงเครื่องบิน

    สุวรรณภูมิไล่จับสุนัขจรจัดหวั่นกระทบขึ้นลงเครื่องบิน

    นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ จับและคลื่อนย้ายสุนัขจรจัดออกนอกพื้นที่สนามบินเพื่อป้องกันการเล็ดลอดผ่าน เข้าไปในเขตการบิน ซึ่งเป็นอันตรายต่อการขึ้น-ลงของอากาศยานพร้อมกับกำหนดให้พื้นที่ภายในเขตท่าอากาศยานเป็นพื้นที่ปลอดสุนัข เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่ออากาศยาน เนื่องจากอาจมีสุนัขเล็ดลอดเข้าไปในเขตการบิน นอกจากนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มีการประกาศห้ามไม่ให้มีการเลี้ยงสุนัข หรือให้อาหาร รวมทั้งแหล่งพักพิงแก่สุนัขภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามมาตรการที่กำหนดไว้ ทสภ. จึงได้ดำเนินการจับและเคลื่อนย้าย สุนัขจรจัดที่ไม่มีเจ้าของภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน ซึ่งปัจจุบันจากการสำรวจมีมากกว่า 120 ตัว ให้ออกนอกพื้นที่ไปยังแหล่งพักพิงแห่งใหม่ได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด นางระวีวรรณ กล่าวว่า ได้สนับสนุนไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ กรมปศุสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ ให้เข้ามาช่วยดำเนินการ เนื่องจากเห็นว่ามีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งในเรื่องบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการจับสุนัขโดยเฉพาะ รวมถึงมีขั้นตอนการเคลื่อนย้ายสุนัขที่ถูกต้องไปยังแหล่งพักพิงใหม่ได้อย่าง ปลอดภัย ที่ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด บ้านกึ่งวิถี ต.บ้านหม้อ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี และ ทสภ. ได้เชิญกลุ่มพิทักษ์สัตว์ เข้าร่วมประชุม และสังเกตการณ์เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนการดำเนินงานการจับและเคลื่อนย้ายสุนัขจรจัด พร้อมกับสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายและจัดซื้ออาหารสุนัข 974,400 บาท ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ทสภ. ยังได้มีการจัดทำแผนระยะยาวในการป้องกันไม่ให้สุนัขจรจัดเข้ามาอยู่ภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน อีก โดยจะมีการติดตามเฝ้าระวังมิให้มีผู้ลักลอบเลี้ยงสุนัขในเขตพื้นที่ต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยาน และมีการรับแจ้งกรณีมีผู้พบเห็นผู้ฝ่าฝืนลักลอบเลี้ยงสุนัข หรือให้อาหาร รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ในการดูแลและควบคุมพื้นที่เขตการบินให้ปราศจากสุนัข โดยเด็ดขาด เพื่อสร้างความปลอดภัยทางการบินของ ทสภ. เป็นสำคัญ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สุวรรณภูมิไล่จับสุนัขจรจัดหวั่นกระทบขึ้นลงเครื่องบิน