เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • บินไทยกำไรวูบ

    บินไทยกำไรวูบ

    นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย เปิดเผยว่า  การบินไทย ปรับลดประมาณการณ์กำไรสุทธิทั้งปี 56 ลงเหลือ 2,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปรับลดครั้งที่สองในปีนี้ จากเดิมที่คาดทั้งปีมีกำไร 6,000 ล้านบาท ต่อมาลดเหลือ 4,000 ล้านบาท และเหลือ 2,000 ล้านในที่สุด ที่สำคัญยังเป็นกำไรที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่สูงถึง 6,200 ล้านบาทด้วย โดยสาเหตุที่กำไรลดลง เนื่องจากการหารายได้ และจำนวนผู้โดยสารในปีนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้น เพียงพอ กับจำนวนที่นั่งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากการมีเครื่องบินใหม่ในปีนี้ถึง 17 ลำ ประกอบกับปีนี้การบินไทยมีค่าใช้จ่ายการดำเนินการที่สูง รวมถึงการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตามปีนี้ยังระบุไม่ได้ว่า ผลดำเนินการจะขาดทุนหรือกำไร แต่ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาการบินไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงที่เหนือการควบคุมหลายด้าน ทั้งตลาดในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง จนทำให้ยอดผู้โดยสารเดินทางภายในประเทศช่วงเดือนพ.ย.ลดลงไป 2-3% ขณะที่ตลาดต่างประเทศ กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนก็ได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลจีนใช้มาตรการควบคุมทัวร์ศูนย์เหรียญ ตลาดอินเดียก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ จนทำให้ยอดเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศลดลง รวมถึงตลาดยุโรปก็มียอดจองตั๋วในช่วงไฮซีซั่นลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย ยกเว้นตลาดญี่ปุ่นที่ยังขยายตัวได้ดี ส่วนผลการดำเนินงานด้านการขนส่ง ประจำเดือนต.ค.56 มีสัดส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (เคบิน แฟ็กเตอร์) ทั้งระบบเฉลี่ย 71.6% ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนที่เฉลี่ย 73.5% อย่างไรก็ตามเมื่อคิดเป็นจำนวนผู้โดยสาร มียอดเพิ่มขึ้นจาก 1.71 ล้านคนในเดือนต.ค.55 เป็น 1.77 ล้านคนในเดือนต.ค.56 หรือเพิ่มขึ้น 3.5% แนวทางแก้ปัญหาธุรกิจการบินไทยในปีหน้า จะมีการเสนอแผนฟื้นฟูธุรกิจประจำปี 57 ให้ที่ประชุมคณะกรรมการการบินไทย ประจำเดือนธ.ค.56 เห็นชอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรการบินไทย ให้มีรายได้เพิ่ม ลดรายจ่าย และทำกำไรให้สูงขึ้น พร้อมกับกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจระยะ 2 ปี (ปี57-58) ด้วย โดยสาระสำคัญจะมีการแก้ปัญหาบุคลากรภายใน การลดค่าใช้จ่ายในองค์กรที่มีสูง แต่ไม่ให้กระทบต่อการให้บริการ รวมถึงการปรับกลยุทธ์การขายตั๋วในเชิงรุก และการให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อรองรับการแข่งขันธุรกิจการบินที่รุนแรงในปีหน้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บินไทยกำไรวูบ

  • กสทช.เดินหน้าดันร่างม.37 เปิดประชาพิจารณ์ 30 วัน

    กสทช.เดินหน้าดันร่างม.37 เปิดประชาพิจารณ์ 30 วัน

    วันนี้ (13 พ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช.เห็นชอบขยายระยะเวลาให้ ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …. หรือร่างฯ กำกับเนื้อหาทางโทรทัศน์วิทยุ ตาม ม. 37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 นำไปเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) อีก 30 วัน แล้วนำกลับมาเสนอต่อที่ประชุมกสท.และกสทช.อีกครั้งคาดจะใช้ระยะเวลาทั้งหมด 60 วันนับจากนี้ ส่วนกรณีกระแสคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองการสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร อยากให้เลื่อนการประมูลทีวีดิจิทัลออกไปนั้น ได้ชี้แจ้งว่า การเลื่อนประมูลมีทั้งส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งกมธ.สามารถเสนอความคิดเห็นได้ ส่วนการเลื่อนต้องให้ศาลมีคำสั่งเท่านั้น โดยยืนยันว่า กระบวนการยังดำเนินการต่อไป นายฐากร กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบอนุมัติเงินให้คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฎิบัติงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ ซุปเปอร์บอร์ดกสทช. เพิ่มให้อีกจำนวน 3.4 ล้านบาท เพื่อนำไปสนับสนุนการทำงานบุคคลากรเดือนพ.ย. – ธ.ค. 56 โดยรวมแล้วกสทช.อนุมัติเงินค่าดำเนินการไปแล้วจำนวน 52.01 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินค่าใช้จ่ายประจำ ได้แก่ ค่าเงินเดือน ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าจ้างต่างๆ จำนวน 28.61 ล้านบาท และค่าโครงการ 5 โครงการ จำนวน 20 ล้านบาท ส่วนค่าเช่าสำนักงานอาคารไอ ทาวเวอร์ ถนนวิภาวดี รังสิต กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของซุปเปอร์บอร์ด ส่วนการบริการคงสิทธิเลขหมาย หรือการโอนย้ายเลขหมาย คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ ที่หมดสัญญาสัมปทาน บริษัท ทรูมูฟ จำกัด มีลูกค้าประมาณ 17 ล้านเลขหมาย เหลือลูกค้ายังไม่โอนย้ายจำนวน 13.2 ล้านเลขหมาย อยู่ระหว่างการโอนย้ายอีกจำนวน 1 ล้านเลขหมาย โดยพบว่ายังติดปัญหาการโอนย้ายได้เพียงวันละ 60,000 เลขหมายเท่านั้น ส่วนบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือ ดีพีซี มีลูกค้าประมาณ 70,000 เลขหมาย ยังเหลือลูกค้าไม่โอนย้ายจำนวน 28,000 เลขหมาย โดยคาดว่าลูกค้าส่วนที่ไม่ดำเนินการโอนย้าย อาจจะเป็นลูกค้าบัตรเติมเงิน หรือลูกค้าที่จะไม่มีการใช้งานเลขหมาย เป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เดินหน้าดันร่างม.37 เปิดประชาพิจารณ์ 30 วัน

  • คุมเข้มลอยกระทงลดอุบัติเหตุ

    คุมเข้มลอยกระทงลดอุบัติเหตุ

    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดออกมาตรการแผนอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยประชาชนในช่วงเทศกาลลอยกระทงวันที่ 16- 18 พ.ย.56 อย่างใกล้ชิด พร้อมกับตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุจากการขนส่งสาธารณะในปีนี้ให้เหลือศูนย์ โดยจะต้องไม่มีผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเทศกาล รวมถึงการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดผู้ขับขี่ระบบสาธารณะต้องเป็น 0% ที่สำคัญกระทรวงคมนาคมได้จัดตั้งศูนย์ปลอดภัยคมนาคมขึ้นมาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการความปลอดภัย รวมทั้งเปิดสายด่วนโทร 1356 ให้ประชาชนติดต่อสอบถามตลอด24ชั่วโมง ทั้งนี้หน้าที่ของกรมเจ้าท่า จะรับผิดชอบดูแลความปลอดภัยท่าเรือที่ประชาชนทำกิจกรรมลอยกระทงอย่างเข้มงวด ซึ่งเบื้องต้น ได้ออกประกาศงดการเดินเรือขนส่งสินค้า ระหว่างสะพานพระราม7-สะพานพระราม9 ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น. ในวันที่ 17พ.ย.นี้ ส่วนเรือโดยสารประจำทางและเรือท่องเที่ยวสามารถเดินเรือได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังเตรียมเจ้าหน้าที่ 186 นาย ประจำท่าเรือโดยสาร 62 แห่ง เพื่อควบคุมการเดินเรือ ให้ความช่วยนักท่องเที่ยว พร้อมกับจัดเรือตรวจการ 11ลำ ขณะที่บริการเดินเรือคลองแสนแสบเตรียมประกาศหยุดการเดินเรือในวันที่ 17พ.ย.ตั้งแต่เวลา 18.00น. เป็นต้นไป มีโดยกรุงเทพมหานคร คอยดูแลความปลอดภัยบริเวณโป๊ะท่าเรือ ทั้งหมด นอกจากนี้ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ เพิ่มเที่ยวการเดินทางให้เพียงพอต่อความต้องการช่วงวันที่ 15-18 พ.ย. โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพิ่มขบวนรถประจำรับผู้โดยสาร 250 ขบวนต่อวัน โดยเพิ่มตู้โดยสารโดยเฉพาะสายเหนืออีก 1-3 ตู้ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณวันละ 1แสนคน ส่วนบริษัท ขนส่ง จำกัด(มหาชน) หรือ บขส. เตรียมจัดรถให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 285 เที่ยวต่อวัน ช่วยรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น12,929 คนต่อวัน ส่วนองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)ได้เพิ่มจำนวนเที่ยววิ่ง 480 เที่ยวต่อวัน รวมเป็น 22,080 เที่ยววิ่งต่อวัน รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 117,850 คน ส่วนการเดินทางโดยสารเครื่องบินขณะนี้บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน เตรียมเพิ่มเที่ยวบินพิเศษภายในประเทศเส้นทาง กรุงเทพ-เชียงใหม่ ในวันที่ 18พ.ย. ทั้งไปและกลับจำนวน 2เที่ยวบิน จากปกติไปและกลับ16เที่ยวบิน สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นอีก748คน หรือรวมเป็น5,134 คน นายชัชชาติกล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมการบินพาณิชย์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย(บวท.) กำกับดูแลความปลอดภัยในพื้นที่นิยมปล่อยโคมลอย โคมควันช่วงเทศกาลลอยกระทง เพื่อไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยด้านการบิน และการเกิดเหตุอัคคีภัยร้ายแรง โดยขณะนี้ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และชุมชนให้แจ้งพิกัด วัน เวลา และจำนวนโคมลอยที่จะปล่อยล่วงหน้า 3วัน เพื่อให้ประสานงานจัดการจราจรทางอากาศได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งเตรียมออกประกาศอนุญาตให้มีประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย สามารถปล่อยโคมลอยได้เฉพาะช่วงหลังเวลา 21.00น. เท่านั้น ส่วนโคมควัน ให้ปล่อยได้เฉพาะระหว่างเวลา 10.00-12.00 น.เท่านั้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุมเข้มลอยกระทงลดอุบัติเหตุ