ยอมรับว่า เป็นสัปดาห์ที่เพลินไปกับการดูหนัง ฟังเพลง แบบส่วนตัวทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เซนไฮเซอร์ ส่งหูฟังรุ่น โมเมนตั้ม ออน เอียร์ มาให้ทดลองใช้ โดยบอกว่า จุดแข็งของหูฟังรุ่นนี้อยู่ที่ดีไซน์และคุณภาพเสียงที่เก็บทุกรายละเอียด เหมาะสมกับการเป็นแบรนด์หูฟังระดับโลก เริ่มตั้งแต่การดีไซน์ แกะกล่องออกมาก็จะเจอกับกล่องรูปวงรี ด้านนอกเป็นผ้านุ่มมือ ออกแบบสำหรับเก็บหูฟังรุ่นนี้ เมื่อเปิดกล่องก็จะมีถุงผ้าอีกชั้น อีกมุม ออกแบบให้เป็นที่เก็บสายรีโมตคอนโทรล เซนไฮเซอร์ เป็นผู้ผลิตหูฟังจากประเทศเยอรมนี สำหรับรุ่น โมเมนตั้ม ออน เอียร์ นี้ ออกแบบมาทั้งหมด 4 สี คือ ฟ้า เขียว ชมพู และสีงาช้าง ปกติแล้วเราจะไม่ค่อยเห็นผู้ผลิตหูฟังเครื่องเสียงแบรนด์ระดับโลกลงมาเล่นกับเทคโนโลยีแฟชั่น แต่เมื่อสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล แทบจะกลายเป็นหนึ่งในอวัยวะของมนุษย์ในยุคนี้ จึงเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีการแข่งขันและมูลค่าตลาดสูง สำหรับโมเมนตั้ม ออน เอียร์ ผู้ผลิตจากเยอรมนี ได้ใส่แฟชั่นผนวกเข้ากับเทคโนโลยี ตัวหูฟังแบบสวมหัว ขอบอะลูมิเนียมด้านบนหุ้มด้วยหนังสีน้ำตาลสวยงาม บริเวณที่แนบกับหูหรือตัวหูฟังสามารถปรับเลื่อนขึ้นลงตามระดับความยาวของรูปหน้า และหุ้มด้วยผ้าสวยงามทั้งสองข้าง ถ้าชอบแฟชั่นแนวเรโทร รับรองว่าถูกใจ รุ่นนี้เค้าออกแบบมาเพื่อใช้งานกับอุปกรณ์ของแอปเปิล และอุปกรณ์พกพาแบรนด์อื่น ๆ ที่รองรับแจ๊กมาตรฐาน วิธีใช้งานไม่ยากเลย ก็เหมือนเราเสียบหูฟังทั่วไป แค่เอาสายที่อยู่ในกล่องเอาด้านที่เป็นแจ๊กตรง ๆ เสียบเข้ากับหูฟัง และด้านที่เป็นรูปตัวแอล เสียบเข้ากับอุปกรณ์พกพาของเรา ทั้งแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ฟังเพลงดิจิทัล แค่นั้นเอง ก็เพลินกับระบบเสียงได้ทันที ไม่ต้องไปเซต หรือตั้งค่าอะไรอีกเลย คุณภาพเสียง เวลาดูหนัง เหมือนมีโฮมเธียเตอร์ขนาดย่อม ๆ อยู่ในหัว เก็บรายละเอียดอยู่ในระดับดีเลยล่ะ ตัวหูฟังที่หุ้มผ้าไว้รอบ ทำให้ป้องกันเสียงรบกวนรอบข้างได้ดี ที่สำคัญมีเสียงรบกวนเล็ดลอดให้คนข้าง ๆ ได้ยินน้อยมาก เซนไฮเซอร์ บอกว่า รุ่นนี้ขายดีทั่วโลก เพราะดีไซน์และคุณภาพเสียง โดยเฉพาะในตลาดเอเชียที่นิยมเทคโนโลยีแฟชั่นน่าจะถูกใจ เพราะคุณภาพเสียงชัดใส สามารถเก็บรายละเอียดที่เล็ก ๆ มีค่าความต้านทานเสียง ที่ 18 โอมห์ จึงทำให้ได้ฟังเสียงแบบสเตอริโอเต็มรูปแบบ รองรับความถี่ 16-22,000 เมกะเฮิรตซ์ ใช่ว่าจะใช้ได้แค่ความบันเทิงเท่านั้นนะคะ ยังใช้เป็นแฮนด์ฟรี ทั้งรับสายและโทรฯออกได้ด้วย มีอุปกรณ์รีโมตคอนโทรลติดอยู่ที่สาย ซึ่งเซนไฮเซอร์ออกมาเพื่อใช้กับอุปกรณ์ของแอปเปิล เรียกว่า แอปเปิล ไอดีไวซ์ (Apple iDevices) จะช่วยควบคุมการเล่นเพลง รวมถึงฟังก์ชั่นโทรศัพท์ โดยไม่ต้องเปิดที่ตัวเครื่อง สวยและเสียงดีน่าใช้ แต่ราคาก็เล่นเอาเหงื่อตกพอสมควร กับราคาขาย 8,990 บาท จะไม่ชอบก็ตรงนี้แหละ พอรู้ราคา ตลอดสัปดาห์ที่เอามาทด ลองใช้แทบจะคาอยู่ที่คอ กลัวว่าถ้าทำของเค้าหาย เงินเดือนตัวเองจะพลอยหายไปด้วย. ปรารถนา ฉายประเสริฐ prathana.chai@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หูฟังดีไซน์ใหม่ – ฉลาดใช้
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

หูฟังดีไซน์ใหม่ – ฉลาดใช้
-

‘อะวาเลเบิล’ แอพ โซเชียล มีเดียฝีมือคนไทย – App/แอพ
หลังจากเปิดให้ดาวน์โหลดแอพในเวอร์ชั่นแรกไปแล้ว ล่าสุดทาง แอพพลิเคชั่น อะวาเลเบิล ซึ่งเป็นแอพแนวโซเชียล มีเดีย ที่ใช้หาคู่ หรือเพื่อนใหม่ ที่พัฒนาโดยคนไทย โดยถือกำเนิดจาก meetnlunch บริษัทจัดหารักที่ได้จับมือร่วมกับทีมไอทีมืออาชีพในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้น โดยที่ผ่านมาได้รับรางวัลการันตี อย่างรางวัลชนะเลิศในงาน Echelon Ignite Thailand 2013 ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังถูกเชิญไปร่วมโชว์ผลงานถึงประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งแอพพลิเคชั่นอะวาเลเบิล ในเวอร์ชั่น 2.0 ทางทีมงานได้เก็บข้อมูลการใช้งานเพื่อนำมาพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้มีฟีเจอร์ที่ใช้งานได้ง่ายและหลากหลายมากยิ่งขึ้น อาทิ ได้เพิ่มออพชั่นการยืนยันโปรไฟล์เข้ามา โดยผู้ใช้งานสามารถแนบรูปบัตรประจำตัวประชาชนคู่กับโปรไฟล์ของตน เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานคนอื่น ๆ และยังมีออพชั่นเสริมอื่น ๆ เช่น การโชว์โปรไฟล์ให้โดดเด่นอยู่ในหน้าหลัก การซื้อจำนวนคู่แมตช์เพิ่ม และการซื้อสติกเกอร์ลายอื่น ๆ เพิ่ม ฯลฯ เพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกทุกคน สำหรับฟีเจอร์ที่เด่น ๆ อย่างเช่น สามารถค้นหาคนรู้ใจที่อยู่ในเขตพื้นที่เดียวกับเราได้ และยังสามารถดูเปอร์เซ็นต์ความเข้ากันได้ ว่าคนไหนมีแนวโน้มว่าจะเข้ากับเราได้มากที่สุด โดยระบบจะคำนวณจากแบบทดสอบ ความสนใจร่วมกัน และ เพื่อนที่มีร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีสูตรการหาคู่แมตช์ ที่ถูกพัฒนาขึ้นให้เป็นแอพที่มีระบบที่สามารถหาคู่แมตช์ให้ผู้เล่นได้ทุกวัน และมากถึงวันละ 30 คน หากผู้ใช้งานสนใจที่จะทำความรู้จัก สามารถเข้าหาและเริ่มต้นทำความรู้จักกับเขาหรือเธอด้วยการแชตออนไลน์ พร้อมส่งสติกเกอร์น่ารัก ๆ เพื่อบ่งบอกสไตล์ของตัวเองได้เพียงปลายนิ้ว นอกจากนี้ยังคอมเมนต์ หรือกดไลค์ของทุกคนในหน้าไทม์ไลน์ได้ทันที ซึ่งทางทีมพัฒนายังให้รายละเอียดว่า แอพพลิเคชั่นอะวาเลเบิล เป็นโซเชียล มีเดีย ที่ใช้ Graph Database แบบเดียวกับที่ เฟซบุ๊กใช้ ถือเป็นรายเดียวในเอเชียที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ทำให้สามารถเข้าถึงฐานข้อมูล (database) ได้เร็วกว่าแบบธรรมดาถึง 1,000 เท่า ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่นอะวาเลเบิล ในเวอร์ชั่น 2.0 ได้เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี ไปเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยรองรับทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอส ของแอปเปิ้ล สำหรับผู้ใช้ไอโฟน และไอแพด สามารถดาวน์โหลดได้ที่ แอพ สโตร์ และระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ กูเกิล เพลย์ สโตร์ อย่างไรก็ตามทีมพัฒนามีแผนนำแอพพลิเคชั่นนี้ที่เป็นฝีมือคนไทยบุกตลาดเอเชีย และตลาดโลก อาทิ มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ฯลฯ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนโสดทั้งชายและหญิง อายุ 21–45 ปีเป็นหลัก ซึ่งแอพพลิเคชั่นในเวอร์ชั่น 2.0 ใหม่นี้ สามารถรองรับได้ 16 ภาษาเลยทีเดียว ทางทีมงานผู้พัฒนาคาดหวังว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีคุณภาพ และเป็นสตาร์ตอัพ หรือกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จไม่แพ้ทางฝั่งตะวันตกและสหรัฐอเมริกา.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘อะวาเลเบิล’ แอพ โซเชียล มีเดียฝีมือคนไทย – App/แอพ -

ญี่ปุ่นเมินม็อบ เดินหน้าลงทุนในไทยต่อเนื่อง
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ไทยเป็นประเทศเป้าหมายในอันดับต้น ๆ ที่ญี่ปุ่น ต้องการเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอาหาร ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่มีศักยภาพไปลงทุนต่างประเทศ 10,000 ราย แม้ไทยจะมีเหตุการณ์การชุมนุนทางการเมือง แต่ญี่ปุ่น ยังสนใจเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเข้าใจสถานการณ์ของไทยดี รวมทั้งมองว่า คนไทยเป็นมิตร และหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58 ไทยจะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ล่าสุดกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) ได้ลงนามความร่วมมือ(เอ็มโอยู) กับจังหวัดโทตโทริ ประเทศญี่ปุ่นในการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้ง 2 ประเทศ โดยจะเน้นดำเนินกิจกรรมส่งเสริมด้านบุคลากรและถ่ายทอดเทคโนโลยี นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดี กสอ. กล่าวว่า การลงนามเพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับทางการญี่ปุ่น กสอ. ได้ลงนามร่วมแล้วทั้งหมด 4 จังหวัดได้แก่ จ.ไซตามะ จ.ยามานาชิ จ.อาคิตะ และล่าสุด จ.โทตโทริ และมีแผนที่จะลงนามกับจ.ฟูกูโอกะ ในเดือนม.ค. 57 “สถานการณ์การเมืองตอนนี้ไม่กระทบต่อภาคการผลิตเพราะโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่อยู่นอกกรุงเทพฯ และการขนส่งสินค้ายังเป็นไปอย่างปกติ และตอนนี้ยังไม่มีการสอบถามถึงสถานการณ์การเมืองจากนักลงทุนต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่นที่คุ้นเคยกับสถานการณ์ในประเทศไทย” นายชินจิ ฮิราอิ ผู้ว่าราชการจังหวัด โทตโทริ กล่าวว่า แม้การเมืองในไทย จะมีความเคลื่อนไหวค่อนข้างคึกคัก โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับพรบ.นิรโทษกรรม แต่ญี่ปุ่นยังมองว่าการเมืองเป็นคนละเรื่องกับเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นไทย ก็ยังดำเนินนโยบายเศรษฐกิจตามที่วางไว้ โดยการเอ็มโอยูร่วมกับ กสอ. ครั้งนี้มีผู้ประกอบการ 5 รายที่สนใจประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และอาหาร โดยผู้ประกอบการมองว่าไทยเป็นประเทศที่มีวัตถุดิบสมบูรณ์อยู่ในที่ตั้งที่มีศักยภาพ คือเป็นศูนย์กลางอาเซียนเชื่อต่อกับเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เวียดนาม ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการจากจังหวัดโทตโทริมาลงทุนในไทยแล้ว 20 บริษัท และคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นตามนโยบายการส่งเสริมของรัฐบาล
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ญี่ปุ่นเมินม็อบ เดินหน้าลงทุนในไทยต่อเนื่อง