ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 12.00 น. วันที่ 8 พ.ย. 56 นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ที่ประชุมการประชุมสามัญสมาชิกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นมีมติ 5 ข้อในการต่อต้านพ.ร.บ. นิรโทษกรรม ประกอบด้วย 1. การยืนยันว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องการนิรโทษกรรมเพียงอย่างเดียวแต่แฝงด้วยการล้างผิดให้กับคดีโกงด้วย เพราะหาก พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่าน คดีที่ถูกกล่าวหาการกระทำผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 ทั้ง คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.), คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง), ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการเลือกตั้ง จะพ้นผิดทั้งหมดข้อ 2. องค์กรจะจับตาการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพราะการยกเลิก พ.ร.บ.ไม่ได้หมายถึงการล้มเลิกความพยายาม, ข้อ 3. องค์กรเชื่อมั่นว่าการเรียกร้องต่อต้านครั้งนี้เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายสากล และเป็นไปอย่างสันติวิธี โดยในวันที่ 11 พ.ย. นี้องค์กรยื่นหนังสือต่อสถานทูตกลุ่มประเทศอียูและประเทศอื่นๆ เพื่อให้นานาชาติเห็นถึงการกระทำที่ไม่ยุติธรรมและจะประณามการกระทำดังกล่าวไปทั่วโลกข้อ 4.องค์กรจะติดตามโครงการอื่นๆของรัฐบาลต่อไปเพราะว่าการโกงกินยังไม่หมด และ 5. องค์กรขอยืนยันไมได้เป็นการต่อต้านรัฐบาลหรือต่อต้านการปรองดอง แต่เป็นการต่อต้านคอร์รัปชั่น เพราะแม้ว่ารัฐบาลจะแถลงยกเลิก พ.ร.บ. แต่กลับไม่ทำให้การชุมนุมคลี่คลายลงเนื่องจากประชาชนยังไม่เชื่อมั่นประชาชน“ ต้องขอขอบคุณประชาชนที่ออกมาต่อต้านการคอร์รัปชั่น ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศที่พลังมวลชนได้ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านความไม่ชอบธรรม เห็นได้จากความคืบหน้าในการลงชื่อคัดค้านล้างผิดคดีโกงผ่านเว็บไซต์ Chang.org กว่า 590,000 คน หากครบ 1ล้านเสียงก็จะนำไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญและวุฒิสมาชิก เพื่อตอกย้ำว่าประชาชนไม่ยอมรับการล้างคนคดีโกง”นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารส.อ.ท.เห็นชอบร่วมกันคัดค้านร่างกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับความผิดที่เกี่ยวข้องกับคดีการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบและขอให้ผู้ที่มีหน้าที่รบผิดชอบทุกฝ่ายต้องดำเนินการให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติเรียบร้อยโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติทั้งนี้เนื่องจากหากปัญหายืดเยื้อไปถึงสิ้นปีหรือต้นปี 57 ยาวนานเกินไปคงไม่ส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจไทยแน่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นแถลงจุดยืนต้านกฎหมายล้างผิด
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นแถลงจุดยืนต้านกฎหมายล้างผิด
-

ม็อบต่อต้านนิรโทษกรรมไม่กระทบภาคท่องเที่ยว
นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า ศูนย์ได้ประเมินการประท้วงต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของประชาชนจะไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศมากนักในกรณีที่มีการชุมนุมเฉพาะพื้นที่และไม่ได้มีการใช้กำลังในการสลายการชุมนุม เนื่องจากเป้าหมายการท่องเที่ยวของต่างชาติอยู่ในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ เป็นต้น “หากการชุมนุมไม่ลุกลามไปในแหล่งท่องเที่ยวและในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรงก็ไม่กระทบต่อท่องเที่ยวมากนัก หากกระทบก็มีบ้างในระยะสั้นๆ แต่เมื่อรวมทั้งปีจะเห็นได้ว่าผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากอย่างที่มีการกล่าวอ้างกัน โดยสาเหตุที่ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ลดลงมากเพราะเข้าใจวัฒนธรรมการประท้วงของคนไทยดี” ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า เหตุการณ์ในระยะหลังเกี่ยวกับการเมืองในปี 49 ที่เกิดเหตุการณ์ม็อบขับไล่รัฐบาลจนเกิดการรัฐประหารมีนักท่องเที่ยวจากต่างเข้าไทยประมาณ 13.8 ล้านคน เพิ่มจากปี 48 ประมาณ 20% และ การชุมนุมประท้วงที่ราประสงค์ในปี 53 ซึ่งมีการเสียชีวิตและรุนแรงมาก แต่กลับมีนักท่องเที่ยว 15.9 ล้านคน เพิ่มจากปี 52 ประมาณ 13% แสดงให้เห็นว่าปัจจัยทางการเมืองทั้ง 2 เรื่องนี้ ไม่ได้มีผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวเลย จึงไม่ใช่ข้ออ้างอิงทีไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่มองว่าการต่อต้านนิรโทษกรรมทำให้ท่องเที่ยวเสียหายมูลค่ามหาศาล
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ม็อบต่อต้านนิรโทษกรรมไม่กระทบภาคท่องเที่ยว -

ธุรกิจจดทะเบียนใหม่ ต.ค.ลดลง 14%
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลทั่วประเทศเดือนต.ค. 56 มีจำนวน 5,262 ราย ลดลง 14% เทียบกับต.ค. 55 และลดลง 6% เทียบกับก.ย. 56 โดยมีทุนจดทะเบียนจัดตั้งต.ค. 56 มูลค่า 19,000ล้านบาท ส่งผลให้การจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) 56 มีจำนวน 59,900ราย เพิ่มขึ้น 14% เทียบกับชวงเดียวกันปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้การจดทะเบียนจัดตั้งในเดือนต.ค.ลดลงนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลจดทะเบียนย้อนหลัง 5 ปี ประเมินได้จาก 3 สาเหตุ ได้แก่ มาตรการที่ได้ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าดูแลกิจการค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีการตรวจสอบเอกสารต้นฉบับ เพื่อดูสถานที่ตั้งกิจการ และดูสมุดบัญชีเงินฝากที่มีตัวเลขของทุนจดทะเบียน ทำให้มีธุรกิจประเภทนี้เข้ามาจดกิจการลดลงอย่างมาก โดยเดือนต.ค. 56 มีธุรกิจจดจัดตั้งค้าสลากกินแบ่งฯเพียงแค่ 15 ราย ลดลงถึง 98% เทียบกับการจดจัดตั้งธุรกิจค้าสลากกินแบ่งฯในเดือนต.ค. 55 ที่จะมียอดจดถึง 960 ราย นอกจากนี้ยังพบว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกปี การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจจะมีแนวโน้มชะลอตัว เพราะเป็นช่วงสิ้นปี ซึ่งภาคธุรกิจจะรอการจัดตั้งกิจการเริ่มต้นในช่วงของปีใหม่ และอีกสาเหตุเป็นผลจากสถาการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้มีการมาจัดตั้งธุรกิจลดน้อยลง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธุรกิจจดทะเบียนใหม่ ต.ค.ลดลง 14%