ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เวลา 11.30 น. วันที่ 7 พ.ย. 56 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ฯได้ประเมินผลกระทบจากากรชุมนุมทางการเมืองที่ต่อต้านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมไว้ 4 แนวทาง โดยแนวทางที่ 1. หากมีการชุมนุมต่อเนื่องและเคลื่อนไหวถึงปีหน้า และมีความเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน ก็จะทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยประมาณ 200,000 ล้านบาทแนวทางที่ 2การชุมนุมยังคงต่อเนื่องมีการเคลื่อนไหวถึงปลายปี และมีความสุ่มเสียงต่อการเกิดความรุนแรงจนกระทบการท่องเที่ยวและการลงทุน ทำให้เกิดความสูญเสียด้านเศรษฐกิจ 150,000 ล้านบาท, แนวทางที่ 3. การชุมนุมต่อเนื่องแต่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยจนถึงสิ้นปี และไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและลงทุนมากนักก็จะเกิดความเสียหาย 10,000 – 20,000 ล้านบาท และแนวทางที่ 4. คือการชุมนุมสามารถคลี่คลายลงภายใน 1-2 สัปดาห์ด้วยความสงบ เช่น รัฐบาลยกเลิก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมทั้งหมดโดยสิ้นเชิง ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านสลายตัวลง ก็จะไม่เกิดความเสียหายของเศรษฐกิจนางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เป็นการผลสำรวจผลกระทบจากการชุมนุมประท้วงพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จากประชาชน 1,200 รายทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 2-5 พ.ย. 56 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 65.4% ไม่เห็นด้วยกับการออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ 22.5% เห็นด้วย และ 12.1% ไม่แน่ใจและไม่ตอบ โดยประชาชน 66% มีความวิตกมากถึงมากที่สุดจากสถานการณ์การชุมนุมพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ส่วน 16.3% ไม่แน่ใจ อีก 10.4% กังวลปานกลาง ที่เหลือไม่กังวลและกังวลน้อยเมื่อถามว่าหากรัฐบาลไม่ถอนร่างพ.ร.บ.หรือล้มร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะเกิดความรุนแรงทางการเมืองมากน้อยแค่ไหน โดยประชาชน 60% มองว่า จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงมากถึงมากที่สุด อีก 20.6% ไม่แน่ใจ สำหรับข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์ทางการเมืองในรัฐบาลผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า รัฐบาลควรถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม, รัฐบาลไม่ควรเหมาเข่งเรื่องนิรโทษกรรม, รัฐบาลควรทำความเข้าใจ, รัฐบาลควรทำประชาพิจารณ์ และ สุดท้ายควรหันไปกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าเรื่องอื่น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประเมินม็อบรุนแรงเจ๊ง200,000 ล้าน
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

ประเมินม็อบรุนแรงเจ๊ง200,000 ล้าน
-

ไอซีที ลั่นชุมนุมค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่กระทบจัดไอทียู
วันนี้ (7พ.ย.) ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ร่วมกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) จัดแถลงข่าวที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงานITU Telecom World 2013 ( ไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2013 ) ในระหว่างวันที่ 19-22 พ.ย.56 ที่ชาเลนเจอร์ฮอล์ 1-2อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเป็นการจัดแสดงกิจการอุตสาหกรรมไอทีจากทั่วโลก มีการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีมาจัดแสดง รวมทั้ง สร้างเวทีพบปะกันระหว่างนักธุรกิจในงาน ขณะเดียวกันประเทศไทยยังได้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสุดยอดผู้นำด้านไอซีที Connect Asia-Pacific Summit (คอนเนค เอเชีย แปซิฟิค ซัมมิท) ในวันที่ 18 พ.ย.56 โดยเป็นการประชุมผู้นำรัฐมนตรีด้านโทรคมนาคม หน่วยงานกำกับดูแล และผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมไอซีที เพื่อเข้าร่วมแลกเปลี่ยนและร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสากรรมด้านไอที โดยมีแนวคิด การเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ 2 งาน การจัดงานเช่นนี้จะช่วยทำให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจ โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมงานเสียค่าใข้จ่าย 350 บาท ต่อคน ซึ่งราคาค่าเข้างานทางไอทียูเป็นผู้กำหนดและใช้สำหรับทุกๆ ประเทศเป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่วนปัญหาการชุมนุมทางการเมืองคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น มองว่าไม่กระทบต่อการจัดงานอย่างแน่นอน เนื่องจากการชุมนุมเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน “งานไอทียู เป็นเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเชื่อว่าประชาชนจะไม่ขัดขวางการจัดงาน ส่วนทางด้านผู้นำประเทศที่เข้าร่วมงาน ไม่มีความกังวล เนื่องจากไม่ได้กระทบความเป็นอยู่ของประชาชน และถือเป็นเรื่องปกติในประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตย” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ไอทียูไว้วางใจให้ประเทศไทยจัดงานระดับโลกของวงการไอซีที ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้ทั่วโลกเห็นความมุ่งมั่น และพัฒนาสนับสนุนไอซีที โดยเชื่อว่าการจัดงานจะสร้างประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ต่อสายตาชาวโลก นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าว จะช่วยสร้างมูลค่าอุตสากรรมการประชุมและแสดงสินค้า หรือธุรกิจไมซ์ เพราะจะมีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกมาแสดงนวัตกรรม กว่า 2 หมื่นคน ส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศกว่า 2,600 ล้านบาท รวมสร้างมูลค่าเม็ดเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจไมซ์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีที ลั่นชุมนุมค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่กระทบจัดไอทียู -

ประชุมรมว.คมนาคมอาเซียน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีคมนาคมเอเชีย ครั้งที่ 2 ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ โดยประเด็นประชุมจะหารือเกี่ยวกับการพัฒนา และบูรณาการการขนส่ง เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงในระดับชาติและภูมิภาค โดยเฉพาะการประชุมคณะทำงานว่าด้วยโครงข่ายทางรถไฟสายเอเชีย รวมถึงมีพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยท่าเรือบก ส่วนในเวทีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส มีประเด็นพิจารณาด้านการคมนาคมขนส่งที่สำคัญ ได้แก่ การทบทวนการดำเนินการตามปฏิญญารัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาด้านการขนส่งในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก รวมทั้งแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคว่าด้วยการพัฒนาด้านการขนส่งในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ระยะที่ 2 การเสริมสร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งในระดับภูมิภาคและระหว่างภูมิภาคให้เข้มแข็ง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ให้ทางเลือกด้านการเงินสำหรับการพัฒนาและซ่อมบำรุงโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค ทั้งนี้การประชุมรัฐมนตรีคมนาคมเอเชีย ครั้งที่ 2 เป็นการประชุมรัฐมนตรีคมนาคมระดับภูมิภาคภายใต้กรอบความร่วมมือ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (แอสแคป)ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างถนนสายเอเชีย เพื่อใช้เป็นกลไกระดับภูมิภาคสำหรับการหารือระหว่างผู้กำหนดนโยบายของประเทศสมาชิก และสมาชิกสมทบเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการอำนวยความสะดวกในการขนส่งในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก “กระทรวงคมนาคมได้กำหนดองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร การรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงการต่างประเทศ โดยมี รมว.คมนาคม เป็นหัวหน้าคณะ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประชุมรมว.คมนาคมอาเซียน