นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค. 56 อยู่ระดับ 76.6 ต่ำสุดในรอบ 19 เดือนนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 55 เนื่องจากประชาชนชะลอการใช้จ่ายลงจากปัญหาการซบเซาของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรกรตกต่ำ, ผลกระทบจากน้ำท่วม และกังวลความขัดแย้งทางการเมืองที่มีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้น เป็นต้นทั้งนี้คาดว่าภาวะเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัวลงต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 56 เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว แต่หากรัฐบาลสามารถคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองให้มีเสถียรภาพโดยเร็วและเร่งรัดการใช้นโยบายการคลังผ่านการใช้งบประมาณ เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ เชื่อว่าจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็ว เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว “ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไม่ถึงระดับ 100 แสดงว่าผู้บริโภคไม่มีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ในอนาคตมากนัก โดยเฉพาะเรื่องรายได้ที่จะเข้ากระเป๋าและสถานการณ์เศรษฐกิจไทยและโลกที่ยังมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลงอยู่”ผลกระทบจากการบริโภคชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีความเหมาะสมในการลงทุนทำธุรกิจของเอสเอ็มอี อยู่ในระดับ 72.6 เป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 88 เดือนหรือในรอบ 7 ปี 4 เดือน ตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจมาในเดือน ก.ค. 48 เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอีประสบปัญหาในการจำหน่ายสินค้าที่ลำบากจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหาต้นทุนการผลิตสินค้าที่สูง เช่น นโยบายค่าจ้าง 300 บาทต่อวันทั่วประเทศส่วนผลสำรวจรายจ่ายของผู้บริโภคพบว่า ดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่ในปัจจุบันอยู่ระดับ 102.3 ซึ่งปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และเป็นอัตราที่ต่ำสัดในรอบ 13 เดือน, ความเหมาะสมในการซื้อบ้านหลังใหม่อยู่ในระดับ 96 ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 และเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 23 เดือน และความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว อยู่ระดับ 86.1 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 23 เดือนสำหรับการสำรวจภาวการณ์การทางสังคมของผู้บริโภค ในด้านความสุขในการดำรงชีวิต พบว่าดัชนีลดลงจาก 82 เหลือ 80 ต่ำสุดในรอบ 16 เดือน ดัชนี ภาวะค่าครองชีพ ลดลงจาก 56.7 เหลือ 54 ต่ำสุดในรอบ 1 2 เดือน ดัชนีเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด ลดลง จาก63.5 เหลือ 62.3 ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน ดัชนีเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง ลดลงจาก 61.5 เป็น 58.6 ต่ำสุดในรอบ 29 เดือน นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินตัวเลขเศรษฐกิจในปี 56 อยู่ที่ 3.5% หากปัญหาเรื่องความขัดแย้งของร่างพ.ร.บ. ไม่รุนแรงก็จะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยภาพรวมแต่หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงก็จะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยลดลงเหลือระดับ 3.2-3.2% ขณะที่ในปี 57 ได้ประเมินอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ระดับ 5.1% ซึ่งหากเหตการณ์ไม่รุนแรงตัวเลขเศรษฐกิจก็อยู่ในระดับเดิม แต่หากเหตุการณ์รุนแรงตัวเลขเศรษฐกิจจะลดลงเหลือ 4.5-4.7%“สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในภาพรวมปีนี้อยู่ในภาวะชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลก รวมถึงผลกระทบจากภาคบริโภคในประเทศและการส่งออกก็อยู่ในภาวะซบเซาเช่นกัน เมื่อผสมกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองก็จะทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศยิ่งซบเซาเพิ่มเข้าไปอีก”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจระบุ เศรษฐกิจซบ ความเชื่อมั่นทรุด
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจระบุ เศรษฐกิจซบ ความเชื่อมั่นทรุด
-

ศึกชิงเก้าอี้ประธานส.อ.ท.
รายงานข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสมาชิก ส.อ.ท. จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายเจน นำชัยศิริ รองประธานส.อ.ท., นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ รองประธาน ส.อ.ท. และนายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองประธาน ส.อ.ท. ได้ประกาศจุดยืนที่จะลงสมัครตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. แทนนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ซึ่งจะหมดวาระในเดือน มี.ค. 57 โดยทั้ง 3 รายเริ่มมีการลงพื้นที่ในการหาเสียงกับผู้ประกอบการที่เปฌนสมาชิกประมาณ 7,000-8,000 คนทั่วประเทศ ทั้งนี้สมาชิกส่วนใหญ่ มีการประเมินว่าผู้ที่มีสิทธิ์ลุ้นที่จะได้เป็นประธานคนต่อไปคือนายวิศิษฎ์ และ นายเจน เนื่องจากทั้งคู่เป็นที่รู้จักของวงการธุรกิจทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี และที่สำคัญทั้ง 2 คนก็มีผู้สนับสนุนจำนวนมาก โดยเฉพาะนายวิศิษฎ์ ที่ล่าสุดได้มีการไปพูดคุยกับกลุ่มเอสเอ็มอีต่างจังหวัด ซึ่งเป็นกลุ่มส่วนใหญ่ของสมาชิก ส.อ.ท. และต่างจังหวัดก็พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และหากไม่มีอะไรผิดพลาดก็มีโอกาสสูงที่สุดที่จะได้เป็นประธานคนต่อไป ขณะที่นายเจน ได้รับการสนับสนุนจากนายพยุงศักดิ์ ซึ่งเป็นประธานคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นวางทายาทให้ดำรงตำแหน่งประธานคนต่อไป โดยคาดว่า จะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมรายใหญ่ แต่หากวัดปริมาณจำนวนสมาชิกจริงๆ น่าจะแพ้จำนวนมากสมาชิกเอสเอ็มอีที่อยู่ต่างจังหวัด แต่หากคนในรัฐบาลเดินหน้าสนับสนุนกลุ่มนายพยุงศักดิ์ต่อเนื่อง ก็อาจทำให้นายเจนมีโอกาสชนะได้เช่นเดียวกัน “ก่อนหน้านี้กลุ่มเอสเอ็มอีต่างจังหวัดมีปัญหาความขัดแย้งกับกลุ่มนายพยุงศักดิ์ ที่ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของการต่อสู้เรื่องผลกระทบจากนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ ที่เอสเอ็มอีต่างจังหวัดมองว่าประธานพยุงศักดิ์ไม่แสดงการต่อสู้มากเท่าที่ควร รวมถึงเรื่องของอำนาจการบริหารด้านอื่นๆ สุดท้ายทำให้ ส.อ.ท. แตกแยกเป็น 2 กลุ่ม แม้ว่ากลุ่มเอสเอ็มอีต่างจังหวัดจะมีคณะกรรมการ ส.อ.ท.มากกว่า แต่กลุ่มนายพยุงศักดิ์ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล จนทำให้ส.อ.ท. กลุ่มต่างจังหวัดก็ค่อยๆลดบทบาทลงเพื่อรอการเลือกตั้งครั้งใหม่” ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ประหลาดใจมากที่นายวิศิษฎ์ เข้ามาเจรจากับกลุ่มเอสเอ็มอีต่างจังหวัด เพราะก่อนหน้านี้เป็นผู้ที่สนับสนุนนายพยุงศักดิ์ ในช่วงที่ ส.อ.ท. มีความขัดแย้งอย่างรุนแรง แต่เท่าที่มีการสอบถามเอสเอ็มอีต่างจังหวัดพบว่า นายวิศิษฎ์ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกๆฝ่าย และที่สำคัญสมาชิกทั้งสองกลุ่มก็ให้การยอมรับ เพราะหลายฝ่ายเชื่อว่าหากนายวิศิษฎ์ได้เป็นประธานก็จะทำให้สมาชิกทั้งสองกลุ่มสามารถกลับเข้ามาทำงานในสภาได้เหมือนเดิมโดยไม่แตกแยกเหมือนในอดีต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศึกชิงเก้าอี้ประธานส.อ.ท. -

เออาร์เชื่อม็อบต้านนิรโทษไม่กระทบยอดขายคอมมาร์ตปลายปี
วันนี้( 7 พย.)ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทคู่ค้าไอทีชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทียิ่งใหญ่ส่งท้ายปลายปี “คอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2013” ซึ่งได้มีผู้สนใจ เข้าร่วมชมงาน และมาต่อแถวจองซื้อไอโฟน 5เอสเป็นจำนวนมากนายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการธุรกิจสื่อไอที บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า งานคอมมาร์ตครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ป Enjoy Technology , Be Yourself ตอบทุกไลฟ์สไตล์ ครบทุกเรื่องไอที โดยงานดังกล่าวจะได้เห็นเวนเดอร์และดีลเลอร์ชั้นนำปรับตัว ก้าวไปสู่ตลาดแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีการเปิดตัวและจำหน่ายแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดกว่า 200 รุ่น รวมถึงสินค้าไอทีอื่นๆ เพื่อรอระบายออกในงานคอมมาร์ตนี้สำหรับสถานการณ์ชุมนุมคัดค้านพรบ.นิรโทษ ฯ นายพรชัย กล่าวว่า ได้มีการประเมิณสถานการณ์แล้วเชื่อว่าไม่มีผลกระทบต่อยอดขายสินค้าไอทีในงานที่คาดว่าจะมีประมาณ 3 พันล้าน โดยเวนเดอร์ได้จัดเตรียมโปรโมชั่นไว้นำเสนอเป็นจำนวนมาก เนื่องจากตลาดไอทีค่อนข้างซบเซาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาอย่างไรก็ดีคาดว่าสินค้าที่จะมียอดขายสูงสุดยังคงเป็นโน้ตบุ๊ค แม้ว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลง แต่ได้มีการปรับรูปแบบจากการทำตลาดผู้ใช้ตามบ้านมาเป็นตลาดองค์กรและภาครัฐ มากขึ้น ส่วนสินค้าสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ยังคงได้รับความนิยมสูง คาดว่าการจัดงานทั้ง 4 วันจะมียอดผู้เข้าชมงาน เกือบ หนึ่งล้านรายทั้งนี้ภายในงานมีการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ อาทิ Intel Core Gen 4 Bay trail ทั้งแรง ทั้งประหยัดพลังงาน สีสันจากฟีเจอร์ใหม่ของ Windows 8.1 และเทคโนโลยี 4K ความละเอียดคมชัดที่เหนือกว่าของกล้อง และทีวีดิจิตอล และสนุกไปกับนวัตกรรมล้ำสมัยกับ Leap Motion Controller ควบคุมคอมพิวเตอร์ได้ง่าย ๆ แค่เคลื่อนไหวมือโดยไม่ต้องสัมผัส และภายในงานยังได้จัดโชว์ Life Style Product & Gadget IT นำเสนอสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวันต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนา Workshop ที่น่าสนใจ อาทิ การเปิดหน้าร้าน ผ่านเฟสบุค และหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจอีก นอกจากนี้ ยังมีผู้ให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกซื้อสินค้าไอที แบบไหนถูก แบบไหนเหมาะ แบบไหนใช่ แบบไหนตรงกับความต้องการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายที่ Buyer’s Guide Corner จัดเต็มสำหรับผู้ชื่นชอบการประมูลสินค้าไอทีในราคาเริ่มต้นที่ 1 บาท กับ Commart Auction ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2556 เวลา 18.00 น. ณ.เวทีกลาง สำหรับคอมมาร์ต คอมเทค จัดขึ้นระหว่าง วันที่7-10 พฤศจิกายน 2556 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เออาร์เชื่อม็อบต้านนิรโทษไม่กระทบยอดขายคอมมาร์ตปลายปี