เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • ปีเตอร์ ฮิกส์-โนเบลฟิสิกส์ – โลกาภิวัตน์

    ปีเตอร์ ฮิกส์-โนเบลฟิสิกส์ – โลกาภิวัตน์

    ปีเตอร์ ฮิกส์ ผู้ค้นพบทฤษฎีการกำเนิดจักรวาลโดยตั้งข้อสมมุติฐาน การเร่งหลายอนุภาคด้วยความเร็วแสงมาชนกันจะก่อให้เกิดอนุภาคใหม่ที่เรียกว่า อนุภาคฮิกส์ นั่นแหละคือการตอบข้อสงสัยเรื่องการกำเนิดจักรวาล ผมได้เขียนเรื่องนี้เมื่อปีที่แล้วช่วงที่มีการประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลโนเบลในช่วงนั้น ห้องปฏิิบัติการเซิร์นที่สวิตเซอร์แลนด์ได้ประกาศความสำเร็จที่สามารถนำเอากลุ่มอนุภาคเร่งอัตรา เร็วเท่าความเร็วแสงมาชนกันเพื่อพิสูจน์ ว่าทฤษฎีหลุมดำ หรือแบล็กโฮล หรือทฤษฎีอนุภาคฮิกส์ หรืออนุภาคพระเจ้าที่เคยเรียกกันว่าทฤษฎีไหนถูกต้อง ซึ่งเจ้าของทฤษฎีหลุมดำ คือ ดร.สตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) ได้พนันด้วยเงิน 100 ดอลลาร์สหรัฐว่า จะไม่เห็นอนุภาคฮิกส์ และผลปรากฏว่าการทดลองนี้ค้นพบอนุภาคฮิกส์จริง ๆ หลังจากกำเนิดทฤษฎีในปี ค.ศ. 1955 กว่าจะสร้างห้องปฏิิบัติการได้จริงก็ 58 ปีต่อมา และหลังจากนั้น ดร.ฮอว์คิง ก็ได้กล่าวว่าปีเตอร์ ฮิกส์ สมควรได้รับรางวัลโนเบล ซึ่งก็เป็นจริงตามที่ ดร.ฮิกส์ คาดไว้ ดร.ปีเตอร์ ฮิกส์ (Peter Wave Higgo) เป็นนักทฤษฎีฟิสิกส์ชาวอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1929 (2472) ปัจจุบันอายุ 85 ปี เป็นศาสตราจารย์หลังเกษียณ ที่มหาวิทยาลัยเอดินเบอร์ก ประเทศอังกฤษ เขาเกิดที่เมือง เอล์วิค แห่งนิวคาสเซิล อัพพอนไทม์ คุณพ่อเป็นชาวอังกฤษ คุณแม่แป็นชาวสก็อต คุณพ่อเป็นวิศวกรด้านเสียงของบีบีซี ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปีเตอร์ ฮิกส์ ไม่มีที่เรียน ก็ เรียนที่บ้าน ต่อมาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนคอทแฮม แกรมม่า ในบริสตอล ในช่วงปี ค.ศ. 1941-1946 ซึ่งก็ได้มีโอกาสพบศิษย์เก่าท่านหนึ่ง คือ พอล ดิแรก ผู้ค้นพบสนามแห่งกลไกไลควอนตัม ในปี ค.ศ. 1946 ขณะนั้นเขาอายุ 17 ปี ปี ฮิกส์ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งกรุงลอนดอน ซึ่งเขาเรียนในสาขาคณิตศาสตร์ และต่อมาเข้าเรียนอุดมศึกษาที่ คิงส์คอลเลจ ที่ลอนดอน ซึ่งเขาจบในสาขาฟิสิกส์ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในปี ค.ศ.1950 และสำเร็จปริญญาโท ในปี ค.ศ. 1952 และเข้าเรียนต่อระดับปริญญาเอกในสาขาฟิสิกส์ด้านโมเลกุล โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาที่โด่งดัง 2 ท่านคือ ชาร์ล คูลสัน และคริสโตเฟอร์ ลองเกท์ ฮิกกินส์ และก็สำเร็จปริญญาเอกในปี ค.ศ. 1954 โดยหัวข้อปริญญาดุษฎีีนิพนธ์ชื่อ “ปัญหาของทฤษฎีการสั่นไหวของโมเลกุล” หลังจากนั้นเขาได้รับการบรรจุเป็นนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเอดินเบอร์ก และต่อมาก็ดำรงตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจ และมหาวิทยาลัยแห่งกรุงลอนดอนโดยสอนวิชาคณิตศาสตร์ และก็กลับเข้ามาเป็นอาจารย์สอนที่สถาบันเอดินเบอร์ก และต่อมาก็เป็นราชบัณฑิตในพระบรมราชินูปถัมภ์แห่งเอดินเบอร์กในปี ค.ศ. 1983 ทฤษฎีของฮิกส์ซึ่งผมเคยเขียนในปีที่แล้ว ซึ่งสรุปได้ว่า การกำเนิดของจักรวาลนั้นเริ่มจากการไร้มวลสารและต่อมาจะมีชิ้นส่วนของมวลสารเข้ามาชนกันด้วยแรงผลักของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในทางทฤษฎีที่ต่อมาเรียกว่า สนามฮิกส์ และจะก่อให้เกิดอนุภาคขนาดเล็ก ๆ กว่าอะตอม เช่นโปรตรอนหรือนิวตรอน ซึ่งการรวมตัวอนุภาคคว้ากเข้าด้วยกันได้นั้นจะเป็นอนุภาคกลูออนส์ การดำรงอยู่ได้ของมวลสารเกิดจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าฮิกส์นี้จะมีอนุภาคคว้ากและอนุภาคเลปตอนส์ ความคิดนี้มาจากนักฟิสิกส์ชาวญี่ปุ่น ที่ชื่อ ดร.โยอิชิโร นัมบุ แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ซึ่งค้นพบทฤษฎีความนำยิ่งยวดในสสาร ทฤษฎีของฮิกส์ได้รับรางวัลมากมายก่อนที่จะได้รับรางวัลโนเบลในปีนี้ ซึ่ง ดร.ปีเตอร์ ฮิกส์ เตรียมจะเกษียณไม่กี่เดือนข้างหน้า ผมก็ขอสดุดีคุณูปการทางทฤษฎีที่ท่านคิดค้นเพื่อให้ คำตอบการกำเนิดจักรวาลแก่ชาวโลกทั้งหมดด้วยความคารวะอย่างจริงใจ. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stamford.edu

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปีเตอร์ ฮิกส์-โนเบลฟิสิกส์ – โลกาภิวัตน์

  • ‘จ๊อบส์ดีบี’เปิดแอพเวอร์ชั่นใหม่เผยคนหางานผ่านมือถือมากขึ้น

    ‘จ๊อบส์ดีบี’เปิดแอพเวอร์ชั่นใหม่เผยคนหางานผ่านมือถือมากขึ้น

    “จ๊อบส์ดีบีดอทคอม” เปิดตัวแอพเวอร์ชั่น 2.0 หวังให้ผู้หางานใช้งานได้ดียิ่งขึ้น เผยจำนวนผู้เข้าชมเว็บผ่านโทรศัพท์มือถือเติบโตอย่างต่อเนื่องคาดใน 6 เดือนข้างหน้ามีสัดส่วนเกิน 50% เนื่องจากสะดวก ใช้งานได้ทุกเวลา นายเจค แอนดรู หัวหน้าฝ่ายวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จ๊อบส์ดีบี กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงทุนมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นในเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด คือ จ๊อบส์ดีบี โมบาย แอพ 2.0 (jobsDB mobile app 2.0) เนื่องจากในปัจจุบันสมาร์ทโฟนกำลังได้รับความนิยม และแนวโน้มมีผู้ใช้งานเว็บไซต์หางานบนโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ซึ่งในส่วนของจ๊อบส์ดีบี มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือสูงถึง 42% จากเมื่อช่วงต้นปีอยู่ที่ประมาณ 21% และคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนเป็นมากกว่า 50% ใน 6 เดือนข้างหน้า โดยแอพพลิเคชั่นใหม่จะช่วยให้ผู้ประกอบการ ผู้หางาน สามารถลงประกาศตำแหน่งงานที่ต้องการ และสามารถสมัครงานได้จากทุกที่ทุกเวลา ด้าน น.ส.นพวรรณ จุลกนิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอพพลิเคชั่นในเวอร์ชั่นใหม่รองรับทั้งระบบปฏิิบัติการไอโอเอส และแอนดรอยด์ ซึ่งได้พัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้สามารถใช้งานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในส่วนของผู้หางาน และผู้จ้างงาน อาทิ การค้นหางานอาชีพต่าง ๆ พื้นที่และที่ตั้งของบริษัท จำนวนเงินเดือน ฯลฯ “ตัวเลขเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาบริษัทมีจำนวนสมาชิกอยู่ 1.2 ล้านราย มีประวัติส่วนตัว หรือเรซูเม่อยู่ประมาณ 1 ล้านฉบับ และมีการสร้างเรซูเม่ใหม่ประมาณ 8 หมื่นฉบับในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และมีการเข้าชมเว็บไซต์ผ่านโมบายไซต์ และโมบายแอพ มีประมาณ 6.1 แสนรายต่อเดือน หรือประมาณ 5.1 ล้านเพจวิวต่อเดือน และเมื่อดูเฉพาะการเข้าชมผ่านเดสก์ทอป และโมบายมีจำนวน 1.5 ล้านรายต่อเดือน ประมาณ 11.4 ล้านวิวต่อเดือน และมีตำแหน่งงานมากกว่า 1.4 หมื่นตำแหน่ง” น.ส.นพวรรณ กล่าว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘จ๊อบส์ดีบี’เปิดแอพเวอร์ชั่นใหม่เผยคนหางานผ่านมือถือมากขึ้น

  • สำรวจโลกด้วยดาวเทียมของประเทศระยะที่ 2 – ฉลาดคิด

    สำรวจโลกด้วยดาวเทียมของประเทศระยะที่ 2 – ฉลาดคิด

    ประเทศไทยมีการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมในการติดตามและสำรวจทรัพยากรธรรมชาติมากว่า 30 ปี โดยมีสถานีรับสัญญาณดาวเทียมที่ลาดกระบัง ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นสถานีรับสัญญาณดาวเทียมสำรวจโลกเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีดาวเทียมสำรวจโลกดวงแรกของประเทศในปี 2551 ซึ่งดาวเทียมดวงนี้ภายหลังได้รับพระราชทานนามว่าดาวเทียมไทยโชติ ซึ่งได้ปฏิิบัติภารกิจสำรวจโลก ให้กับประเทศไทย ร่วมกับดาวเทียมของต่างประเทศ อีกกว่า 20 ดวง ที่ไทยรับสัญญาณมาใช้งานอยู่ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้กับประโยชน์ของเทคโนโลยีดาวเทียม ที่ปัจจุบันหลายหน่วยงานรวมถึงภาครัฐต่างให้ความสนใจโดยเฉพาะการใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมในการติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งนำมาแก้ไขปัญหาทั้ง น้ำท่วม ไฟป่า ภัยแล้ง หมอกควันรวมถึงการใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรต่าง ๆ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)หรือจิสด้า บอกว่า ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันผู้ใช้งานมีความต้องการข้อมูลที่หลากหลาย ทันต่อเหตุการณ์ และง่ายต่อการเข้าถึง ทำให้ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาระบบสำรวจโลกด้วยดาวเทียมระยะที่ 2 ขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการว่าจ้างให้บริษัทที่ปรึกษา เอดับเบิ้ลยูอาร์ ลอยด์ ศึกษาถึงความเป็นไปได้และจัดทำแผนธุรกิจของโครงการดังกล่าว ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าเทคโนโลยีดาว เทียมที่มีอยู่ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งด้านการพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดองค์ความรู้ ความถี่ในการถ่ายภาพและไม่สามารถถ่ายภาพผ่านเมฆได้ ทำให้มีการเสนอระบบดาวเทียมในระยะที่ 2 นี้ ควรที่จะมีการพัฒนาอย่างครบวงจร ในระยะยาว และมีการพัฒนาด้านบุคลากรรองรับ ส่วนประเด็นที่ว่าไทยควรจะมีการจัดสร้างดาวเทียมดวงที่ 2 เป็นของตัวเองหรือไม่ ผอ.จิสด้า บอกว่า แม้บริษัทที่ปรึกษาจะเสนอว่า ไทยควรจะมีดาวเทียมเป็นของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงด้านข้อมูล และสามารถใช้ต่อรองกับประเทศอื่น ๆได้มากกว่าที่จะเป็นผู้ซื้อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวนั้น ในมุมมองของตนเองแล้ว การต่อรองกับประเทศต่าง ๆ นั้นไม่จำเป็นที่ไทยจะต้องมีดาวเทียมเป็นของตนเองก็ได้ สิ่งที่สำคัญคือการนำมาใช้งานมากกว่า เพราะว่าปัจจุบันไม่มีดาวเทียมดวงใดที่สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานได้หมดภายใน ดวงเดียว ซึ่งต้องอาศัยการเข้าถึงและเชื่อมโยงดาวเทียมอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติหลากหลาย โดยปัจจุบันไทยรับข้อมูลดาวเทียมจากในและต่างประเทศ รวม 24 ดวง และคาดว่า อนาคต 10 ปีข้างหน้าจะต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับดาวเทียมอื่น ๆ อีกกว่า 100 ดวงทีเดียว อย่างไรก็ดี สิ่งที่สำคัญของโครงการนี้ คือ การเน้นตอบโจทย์ผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด โดยครอบคลุมภารกิจสำคัญของประเทศไทยทั้ง 5 ด้านคือ ด้านการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติ ด้านการเกษตร ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการวางแผนพัฒนาและจัดการพื้นที่เมืองและระบบโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงและการทหาร รวมถึงการใช้งานด้านสุขภาพอนามัยต่าง ๆ เช่น การเตือนหมอกควันต่าง ๆ สำหรับโครงการดังกล่าว หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว สภาพัฒน์ ฯ จะเป็นผู้พิจารณาศึกษาถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ไทยจะต้องเสียงบมหาศาลในการสร้างดาวเทียมดวงที่ 2 หรือว่าเลือกพัฒนาแค่ระบบรับสัญญาณดาวเทียมจากทั่วโลก แล้วนำมาใช้งาน ต้นปีหน้า … ลุ้นกันอีกที!!!. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สำรวจโลกด้วยดาวเทียมของประเทศระยะที่ 2 – ฉลาดคิด