นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหาร (กบ.) ได้กำหนดราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 56/57 แล้วที่ 900 บาทต่อตันอ้อย ซึ่งต่ำกว่าปืทีผ่านมาอยู่ที่ 950 บาทต่อตันอ้อย เนื่องจากราคาอ้อยในตลาดโลกปีนี้ ต่ำกว่าปีก่อน และค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 31 -32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนขั้นตอนต่อไปอยู่ระหว่างการับฟังความเห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ใช้เวลา 10 วัน ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่มีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเห็นชอบ คาดว่า จะสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมครม. และจะประกาศราคาอย่างเป็นทางการได้กลางเดือนพ.ย. นี้ นางอรรชกา ศรีบุญเรือง อธิบีดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ. ) ในฐานะคณะกรรมการกบ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาจะประกาศราคาอ้อยขั้นต้นภายในเดือน ต.ค. นี้ แต่ต้องเลื่อนไปกลางเดือนพ.ย. เนื่องจากตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ที่เป็นกรรมการ กนอ. เกษียณอายุราชการไป จึงต้องรอการแต่งตั้งคนอื่นเข้ามาแทน ส่วนต้นทุนการผลิตต่อไร่ที่ใช้คำนวณอยู่ที่ 838 บาทต่อไร่ ต่ำกว่าต้นทุนของชาวไร่ที่ เนื่องจากราคาเป็นราคาหน้าไร่ยังไม่รวมต้นทุนขนส่งแต่ต้นทุนที่ชาวไร่คำนวณที่ได้สูงกว่า 1,000 บาทนั้นได้รวมต้นทุนขนส่งเข้าไปด้วย “ ราคาอ้อยขั้นต้นใหม่ จะต้องชดเชยส่วนเพิ่มให้กับชาวไร่อ้อยเท่าไรนั้น หรือด้วยแนวทางใด จะเป็นการกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)มาชดเชยเหมือนฤดูกาลที่ผ่านๆ มาหรือไม่เป็นประเด็นที่ต้องหารือในขั้นตอนต่อไปหลังประกาศราคาอ้อยขั้นต้นออกไปแล้ว” นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า ราคาอ้อยขั้นต้นที่ 900 บาทต่อตันอ้อย ถือว่าเป็นราคาที่สูงกว่าราคาที่คำนวณออกมาได้ที่ประมาณ 880 บาทต่อตันอ้อย เพราะไม่ต้องการให้ชาวไร่ได้ราคาที่ต่ำเกินไป แต่โรงงานน้ำตาล ก็ไม่ต้องการสูงมาก เพราะมีภาระต้องกู้เงินกับธนาคารมาจ่ายชาวไร่สูงขึ้น ในขณะที่สถานการณ์น้ำตาลในตลาดโลกปีนี้ยังต่ำกว่าปีที่แล้ว อาจจะทำให้ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการปล่อยกู้ให้โรงงานน้ำตาลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์ความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลจะดีขึ้นตามราคาในตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะหลายพื้นที่เพาะปลูกเกิดภัยพิบัติ และโรงงานน้ำตาลในบราซิลก็มีการปิดตัวไปแล้ว 57 แห่ง ขณะที่ส่วนหนึ่งก็หันไปผลิตเอทานอลแทนทำให้กำลังผลิตป้อนตลาดโลกลดลง ทางด้านสต๊อกในตลาดโลกปัจจุบันก็ลดลงเหลือ 3.9 ล้านตัน เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วที่มีอยู่ 6.5 ล้านตัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงครม.อนุมัติราคาอ้อยขั้นต้น
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

ชงครม.อนุมัติราคาอ้อยขั้นต้น
-

กรอ.ชี้กฎระเบียบไทยเข้มสุดวัตถุอันตราย
นายชุมพล ชีวะประภานันท์ รองอธิบดีกรมโรงงาอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรอ.ได้จัดโครงการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ กฎ ระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย วัตถุอันตราย และสารเคมีที่มีผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม เพื่อจัดเก็บข้อมูลด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมของประเทศต่างๆ ในอาเซียน รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจ (เออีซี) เบื้องต้นพบว่า กฎระเบียบต่างๆ ของไทย มีความเข้มงวดที่สุด ดังนั้นไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวของผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุน ทั้งนี้หลังจากจัดเก็บข้อมูลเสร็จแล้ว จากนั้นจะนำข้อมูลที่ได้ไปเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการในช่วง 3 สัปดาห์แรกของเดือนธ.ค.นี้ ใน 5 ภาค คือ กลาง ตะวันออก เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ เพื่อให้ความรู้ผู้ประกอบการอย่างน้อย 1,000 คน หรือเฉลี่ยภาคละ 200 คน นายอรรจน์สิทธิ สร้อยทอง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาลงทุนไทยในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า เมื่อ กรอ. จัดทำข้อมูลเรียบร้อยแล้ว บีโอไอจะนำไปเผยแพร่ให้นักลงทุนไทยที่สนใจไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านด้วย เนื่องจากปัจจุบันบีโอไอก็ยังมีข้อมูลด้านนี้จำกัด แต่ก็เป็นประเด็นที่สำคัญ เพราะที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีที่ผู้ประกอบการไทย ไม่ทราบกฎระเบียบประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน จนเกิดการทำผิดกฎหมายจนต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามทางการจะให้ข้อมูลด้านกฎระเบียบแก่ผู้ประกอบการได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ผู้ที่สนใจไปลงทุนต่างประเทศต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเองด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายของกลุ่มซีแอลเอ็มวี เช่น ลาว เวียดนาม มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ขณะที่พม่าแม้จะนานๆ เปลี่ยนแต่กระบวนการออกกฎหมายก็รวดเร็ว รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายของส่วนกลาง และนอกส่วนกลางเช่นจังหวัด หัวเมือง หรือแขวง ก็แตกต่างกันอีก ส่วนของอินโดนีเซียซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศเป้าหมายในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยไปลงทุน กฎระเบียบใกล้เคียงกับไทย แต่ก็ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการยังคับใช้เช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรอ.ชี้กฎระเบียบไทยเข้มสุดวัตถุอันตราย -

ไทยโชว์แผน2ล้านล้านประชุมผู้ว่ารถไฟอาเซียน
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมผู้ว่าการรถไฟอาเซียน ครั้งที่ 35 โดยเน้นแลกเปลี่ยนเรื่องประสบการณ์ในการเดินรถไฟในภูมิภาคต่าง ๆ ของ ประเทศไทย กัมพูชา มาเลเซีย พม่า ลาว เวียดนาม และอินโดนีเซีย พร้อมกับหารือถึงแผนการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟธรรมดา และรถไฟความเร็วสูงของแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รองรับการเปิดประชาคมอาเซียน “ในการหารือเบื้องต้นผู้ว่าการรถไฟของแต่ละประเทศ แต่ละประเทศจะเสนอแผนการพัฒนาการขนส่งระบบราง ทั้งรถไฟ และรถไฟความเร็วสูงในประเทศตัวเองเข้ามาหารือกัน และจากนั้นจะทำแผนเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟต่างๆ ด้วยกัน โดยในส่วนของไทยได้นำเสนอถึงแผนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน ซึ่งจะมีการพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ รวมถึงรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง ได้แก่ สายเหนือ กรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ สายใต้ สายกรุงเทพ-หัวหิน-ปาดังเบซาร์-จ.สงขลา .สายอีสาน กรุงเทพฯ-โคราช-หนองคาย และสายตะวันออก กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง ” สำหรับแนวทางการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟไทยกับอาเซียน เส้นทางไทย-ลาว จะเชื่อมต่อทั้งระบบรถไฟความเร็วสูง และรถไฟรางคู่ ที่จ.หนองคาย ท่านาแล้ง ต่อไปถึงเวียงจันทน์ เพื่อเชื่อมกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงของจีน ที่จะสร้างจากจีนตอนใต้ลงสู่เมืองเวียงจันทน์ โดยไทยได้เสนอให้พร้อมลงทุนระบบรางอีก 9 กม.จากไทยเข้าไปต่อถึงเวียงจันทน์ด้วย ส่วนการเชื่อมต่อกับประเทศกัมพูชา จะมีการสร้างรถไฟรางคู่เชื่อมต่อไปทางอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ด่านบ้านคลองลึก ไปถึงกรุงพนมเปญ กัมพูชา และมีเส้นทางยาวต่อเนื่องไปถึงเวียดนาม ขณะที่การเชื่อมโยงกับพม่าได้เชื่อมโยงรถไฟรางคู่ 2 เส้นทาง ผ่านทางจังหวัดกาญจนบุรีเข้าพม่า และอีกเส้นเชื่อมต่อกับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นายประภัสร์กล่าวต่อว่า มาเลเซียจะร่วมมือกันทั้งรถไฟความเร็วสูง และรถไฟรางคู่ โดยในส่วนของรถไฟรางคู่ มาเลเซีย ได้สร้างรางคู่เข้ามาถึงประดังเบซาร์แล้ว รอเพียงให้ ร.ฟ.ท.สร้างส่วนต่อขยายไปบรรจบกัน ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูง ทั้ง 2 ประเทศมีแผนจะสร้างเช่นเดียวกัน ฝ่ายไทยจึงเสนอให้มาเลเซีย เปิดให้รถไฟความเร็วสูงของไทยสามารถวิ่งยาวผ่านจากไทยไปมาเลเซีย ถึงสิงคโปร์ได้ โดยผู้โดยสารไม่ต้องลงมาเปลี่ยนรถ เพียงแต่เปลี่ยนคนขับจากคนไทยเป็นชาวมาเลเซียเท่านั้น และให้ทางการมาเลเซียจ่ายค่าเช่ารถให้ไทย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ซึ่งทางมาเลเซียก็แสดงท่าทีสนใจข้อเสนอนี้แต่จะต้องมีการลงรายละเอียดต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยโชว์แผน2ล้านล้านประชุมผู้ว่ารถไฟอาเซียน