กสทช.จัดเสวนากำกับดูแลกันเองของสื่อโทรทัศน์ -วิทยุ สร้างการยอมรับนำเสนอเนื้อหา ด้าน11 องค์กรวิชาชีพ จับมือประกาศเจตนารมณ์ สร้างมาตรฐานเดียวกัน วันนี้(27พ.ย.)ที่ห้องวิภาวดี บอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลลาดพร้าว สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) จัดงานสัมมนาทางวิชาการเพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า กสทช.ต้องการให้ผู้ประกอบการเอกชนและองค์กรวิชาชีพสื่อ กำกับดูแลกันเอง โดยไม่ต้องให้หน่วยงานเข้าไปกำกับดูแล เพื่อให้มีการนำเสนอเนื้อหา ข่าวสารได้อย่างสิทธิเสรีภาพเต็มที่ ซึ่งต้องหาจุดสมดุลทั้งผู้ประกอบการและองค์กรวิชาชีพสื่อส่งเสริมให้เกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน “กสทช. ไม่ต้องการเข้าไปกำกับดูแลมากจนเกินไป อยากให้มีการกำกับดูแลกันเอง ดังนั้นการให้ผู้ประกอบการและองค์กรวิชาชีพสื่อหาเส้นจุดแบ่งร่วมกัน ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต้องแสดงบาทบาท ยอมรับซึ่งกันและกันเพื่อนำไปสู่กระบวนการสร้างกรอบการดูแลตนเอง โดยกสทช.หวังจะเข้าไปกำกับดูแลให้น้อยที่สุด แต่เมื่อสุดท้ายอาจจะกำกับแบบแยกประเภทเนื่องจากอุตสาหกรรมสื่อมีหลายประเภท” พ.อ.ดร.นที ในขณะเดียวกันองค์กรวิชาชีพ 11 องค์กรได้แก่ 1.สภาวิชาชีพกิจการการเผยแพร่ภาพและการกระจายเสียง(ประเทศไทย) 2.สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม(ประเทศไทย) 3. สมาคมสภาองค์กรวิชาชีพข่าววิทยุโทรทัศน์ภาคประชาชน 4. สมาคมโฆษณาแห่งประเทศ 5. สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย 6. สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย 7. สมาคมสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ 8. สมาคมเคเบิ้ลทีวีแห่งประเทศไทย 9. สมาคมสื่อสารมวลชนสัมพันธ์จักรชัยเพื่อความมั่นคง 10.สมาคมผู้ประกอบการวิชาชีพวิทยุท้องถิ่นไทย และ11. สมาคมสภาผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ไทย ได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันขององค์กรวิชาชีพในการยกระดับการกำกับดูแลตนเองในการนำเสนอข่าวสาร การแสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างกลไกร่วมกันเพื่อให้ปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน กสทช.จัดเสวนากำกับดูแลกันเองของสื่อโทรทัศน์ -วิทยุ สร้างการยอมรับนำเสนอเนื้อหา ด้าน11 องค์กรวิชาชีพ จับมือประกาศเจตนารมณ์ สร้างมาตรฐานเดียวกัน วันนี้(27พ.ย.)ที่ห้องวิภาวดี บอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลลาดพร้าว สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) จัดงานสัมมนาทางวิชาการเพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า กสทช.ต้องการให้ผู้ประกอบการเอกชนและองค์กรวิชาชีพสื่อ กำกับดูแลกันเอง โดยไม่ต้องให้หน่วยงานเข้าไปกำกับดูแล เพื่อให้มีการนำเสนอเนื้อหา ข่าวสารได้อย่างสิทธิเสรีภาพเต็มที่ ซึ่งต้องหาจุดสมดุลทั้งผู้ประกอบการและองค์กรวิชาชีพสื่อส่งเสริมให้เกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน “กสทช. ไม่ต้องการเข้าไปกำกับดูแลมากจนเกินไป อยากให้มีการกำกับดูแลกันเอง ดังนั้นการให้ผู้ประกอบการและองค์กรวิชาชีพสื่อหาเส้นจุดแบ่งร่วมกัน ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต้องแสดงบาทบาท ยอมรับซึ่งกันและกันเพื่อนำไปสู่กระบวนการสร้างกรอบการดูแลตนเอง โดยกสทช.หวังจะเข้าไปกำกับดูแลให้น้อยที่สุด แต่เมื่อสุดท้ายอาจจะกำกับแบบแยกประเภทเนื่องจากอุตสาหกรรมสื่อมีหลายประเภท” พ.อ.ดร.นที ในขณะเดียวกันองค์กรวิชาชีพ 11 องค์กรได้แก่ 1.สภาวิชาชีพกิจการการเผยแพร่ภาพและการกระจายเสียง(ประเทศไทย) 2.สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม(ประเทศไทย) 3. สมาคมสภาองค์กรวิชาชีพข่าววิทยุโทรทัศน์ภาคประชาชน 4. สมาคมโฆษณาแห่งประเทศ 5. สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย 6. สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย 7. สมาคมสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ 8. สมาคมเคเบิ้ลทีวีแห่งประเทศไทย 9. สมาคมสื่อสารมวลชนสัมพันธ์จักรชัยเพื่อความมั่นคง 10.สมาคมผู้ประกอบการวิชาชีพวิทยุท้องถิ่นไทย และ11. สมาคมสภาผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ไทย ได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันขององค์กรวิชาชีพในการยกระดับการกำกับดูแลตนเองในการนำเสนอข่าวสาร การแสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างกลไกร่วมกันเพื่อให้ปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ให้องค์กรวิชาชีพสื่อกำกับดูแลกันเอง
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

กสทช.ให้องค์กรวิชาชีพสื่อกำกับดูแลกันเอง
-

แบงก์ชาติลดดอกเบี้ย ลดจีดีพี
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากเดิม 2.50% เป็น 2.25% ต่อปี โดยมีผลทันที เนื่องจากที่ประชุม ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้และมีความเสี่ยงสูงขึ้น ภายใต้แรงกดดันด้านราคาที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่สินเชื่อภาคครัวเรือนมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงบ้างแล้ว ส่งผลให้นโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ กนง.ยังได้ปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 56 จากเดิม 3.7% เหลือ 3% และปรับลดจีดีพี ปี 57 จากเดิม 4.8% เหลือ 4% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 56 ขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ ทั้งการใช้จ่ายภายในประเทศของภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะความเสี่ยงมากขึ้นจากความล่าช้าในการลงทุนของภาครัฐ ความเชื่อมั่นภาคเอกชนที่อาจเปราะบางยิ่งขึ้นจากความไม่สงบทางการเมือง และการส่งออกที่อาจไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่มีแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับต่ำ และสินเชื่อภาคเอกชนขยายตัวชะลอลงสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศหลัก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ปรับดีขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูงจากนโยบายการเงินและการคลังของสหรัฐฯ ทําให้ภาวะตลาดการเงินโลกยังมีความผันผวน สําหรับเศรษฐกิจจีนขยายตัวได้ดีในทุกภาคเศรษฐกิจ ขณะที่เศรษฐกิจภูมิภาคโดยรวมยังคงขยายตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยการส่งออกของประเทศในกลุ่มเอเชียเหนือฟื้นตัวตามเศรษฐกิจประเทศหลักและจีนเร็วกว่ากลุ่มอาเซียนโดยรวม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์ชาติลดดอกเบี้ย ลดจีดีพี -

ย้ายที่ทำการชั่วคราว
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองยังปิดกระทรวงคมนาคมต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยนำโซ่พร้อมกุญแจคล้องและล็อกประตูปิดทางเข้า-ออกทั้งหมด และยังไม่มีข้าราชการมาทำงาน มีเพียงการ์ดกลุ่มผู้ชุมนุมเฝ้าประตูทางเข้าออก เพื่อเปิด-ปิดประตูร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำกระทรวง ที่ต้องดูแลรักษาความปลอดภัยภายในอาคารเท่านั้น นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานในสังกัดและสื่อมวลชนให้รับทราบว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมบางส่วนได้ย้ายที่ทำการชั่วคราวมาอยู่ที่กรมการขนส่งทางบก อาคาร 9 ชั้น 4 ผู้ที่ต้องการติดต่อราชการ สามารถส่งเอกสาร และยื่นเรื่องอุทธรณ์เงินค่าทดแทน ได้ตามสถานที่ดังกล่าว หรือโทรศัพท์ และโทรสาร 0 2271 8888 ต่อ 9401
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ย้ายที่ทำการชั่วคราว