นายนฤชา ฤชุพันธุ์ ผู้อำนวยการพัฒนาการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (หน่วยบิวด์) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) สมาพันธ์สมาคมอุตสหากรรมสนับสนุน และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย จัดงาน “โรดโชว์ ซับคอนไทยแลนด์ 2014” ขึ้นเป็นครั้งแรก ในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระหว่างเดือน ธ.ค. 56 – มี.ค. 57 เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการในภูมิภาคจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมในประเทศ รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลการผลิต การจัดการ ระหว่างผู้ผลิตชิ้นส่วนร่วมกันโดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมเครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ ทั้งนี้กิจกรรมโรดโชว์จะเริ่มครั้งแรกในวันที่ 12 ธ.ค. 56 ที่โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 จัดที่ อยุธยา ช่วงวันที่ 30 ม.ค. 57 และ ครั้งที่ 3 กำหนดจัดขึ้นที่ ชลบุรี ช่วงวันที่ 20 มี.ค. 57 โดยรูปแบบของกิจกรรมหลักที่จะจัดขึ้น เช่น กิจกรรมผู้ซื้อพบผู้ขาย ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรับช่วงการผลิตจากกรุงเทพฯ เข้าเยี่ยมชมโรงงานของผู้ผลิต หรือผู้ซื้อรายใหญ่ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมตลาดกลางซื้อขายชิ้นส่วน ที่เป็นเวทีของผู้ซื้อซึ่งเป็นบริษัทรายใหญ่ เปิดบูธแสดงอุตสาหกรรมชิ้นส่วน เพื่อหาผู้ผลิตรับช่วงการผลิต และกิจกรรมอบรม สัมมนาวิชาการ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลากหลายหน่วยงานจัดให้ความรู้ในหัวข้อด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการในแต่ละภูมิภาคโดยตรง และกิจกรรมพบปะเพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ สำหรับกิจกรรมครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้มีผู้ประกอบการทั้งจากในพื้นที่ และจากผู้ผลิตรายใหญ่จากส่วนกลางให้ความสนใจจำนวนมาก โดยในการจัดกิจกรรมผู้ซื้อพบผู้ขาย และกิจกรรมตลาดกลางซื้อขายชิ้นส่วน มีผู้ประกอบการรายใหญ่จากภาคเหนือ เข้าร่วมเปิดบูธแสดงอุตสาหกรรมชิ้นส่วนเพื่อหาผู้รับช่วงการผลิตแล้วกว่า 20 บริษัทบริษัท ซันสวีท ผู้ผลิตข้าวโพดกระป๋องอาหารกระป๋องรายใหญ่ บริษัทลำพูน ซิงเดนเก้น ผู้ผลิตและส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท ฟูจิกูระ อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทเคฮินผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และชิ้นส่วนเครื่องจักร บริษัท บลูชิป ไมโครเฮ้าส์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และบริษัท เอ็นอาร์บี แบริ่ง ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และชิ้นส่วนเครื่องจักร
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บีโอไอโรดโชว์
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

บีโอไอโรดโชว์
-

คุมเครื่องดับเพลิงสิงห์รถบรรทุก
นายวัฒนา พัทรชนม์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ออกประกาศเรื่อง กำหนดขนาด จำนวน และคุณภาพของเครื่องดับเพลิงสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์ หรือสิ่งของ ในรถบรรทุกวัสดุอันตราย พ.ศ. 2556 ให้มีแบบมาตรฐานที่กำหนด โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.56 เป็นต้นไป ขณะที่รถเก่าที่จดทะเบียนไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้ ผ่อนผันให้บังคับใช้ถึงวันที่ 12 มิ.ย.57 เพื่อให้มีมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล ตามหลักสหประชาชาติ สำหรับเครื่องดับเพลิงที่ติดตั้งในรถบรรทุกวัสดุอันตราย ต้องเป็นเครื่องดับเพลิงที่เป็นแบบยกหิ้ว ชนิดผงเคมีแห้ง มีคุณภาพใช้งานได้ดี หรือมีคณุภาพเทียบเท่า สารเคมีที่ใช้ในการดับเพลิงต้องเป็นชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซพิษ หรือมีปฏิกิริยาเมื่อได้รับความร้อนจากไฟ มีข้อความหรือฉลากที่ระบุวัน เดือน ปี ของอายุการใช้งาน และไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน พร้อมกับรับรองตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังกำหนดให้รถที่บรรทุกวัสดุอันตรายที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกิน 3,500 กก. ต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิงขนาดไม่น้อยกว่า 2 กก. ไว้ประจำรถในห้องผู้ขับรถและห้องเครื่องยนต์อย่างน้อย 1 เครื่อง โดยต้องเป็นเครื่องดับเพลิงที่ใช้ดับเพลิงที่เกิดจากยาง ระบบห้ามล้อและวัตถุอันตรายที่บรรทุก ส่วนรถที่มีน้ำหนักบรรทุกรวมสูงสุดเกิน 3,500-7,500 กก.ต้องมีเครื่องดับเพลิงที่มีขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า 6 กก. อย่างน้อย 1 เครื่อง ส่วนรถที่มีน้ำหนักเกิน 7,500 กก.ขึ้นไป ต้องมีเครื่องดับเพลิงบรรจุไม่น้อยกว่า 10 กก.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุมเครื่องดับเพลิงสิงห์รถบรรทุก -

10เดือนส่งออกติดลบ
นางอัมพวัน พิชาลัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกไทยในเดือน ต.ค. 56 อยู่ที่ 19,393.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 0.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เมื่อรวม 10 เดือน มูลค่าส่งออก 191,533.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 0.02% โดยปัญหาหลักมาจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ รวมถึงเศรษฐกิจของตลาดคู่ค้าไทยหลายประเทศชะลอตัว มีการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรง และหลายตลาดมีการกีดกันทางการค้า เป็นต้น “การส่งออกในเดือน ต.ค. 56 แม้จะลดลง 0.67% แต่ก็สูงกว่าเดือน ก.ย. 56 ที่อยู่ในระดับ 19,303.7 ล้านเหรียญสหรัฐเล็กน้อย ส่วนแนวโน้มในช่วง 2 เดือนที่เหลือ (พ.ย.-ธ.ค.) หากต้องการให้การส่งออกปีนี้ขยายตัวตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1% การส่งออกแต่ละเดือนจะต้องได้มูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ หวังว่าการส่งออกจะทำได้ในระดับดังกล่าว” ส่วนปัจจัยทางการเมืองในขณะนี้ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกแต่อย่างใด แต่ต้องดูว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อจนมีผลกระทบหรือไม่ อย่างไรก็ตามเมื่อดูในประเทศอื่นๆส่วนใหญ่ก็มีการส่งออกที่ติดลบในลักษณะเดียวกันไทย เช่น เมเลเซีย ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์ เป็นต้น น.ส.อรุวี เงารุ่งเรือง รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในการนำเข้าในเดือน ต.ค. 56 มีมูลค่า 21,164.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.37% ส่งผลให้ดุลการค้าในเดือน ต.ค. ขาดดุล 1,770.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนช่วง 10 เดือน มีมูลค่านำเข้า 210,978.0 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.40% ส่งผลขาดดุลการค้า 19,444.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ( 658,929 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 17.88% ทั้งนี้หากพิจารณาตลาดส่งออกหลักไทยในเดือน ต.ค. 56 พบว่า ตลาดหลักส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับทรงตัว โดยสหรัฐ ขยายตัว 6.5% ตลาดสหภาพยุโรป ขยายตัว 7% เป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐ ที่มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจในภาพรวมกระเตื้องขึ้น และการเริ่มฟื้นตัวจากภาวะการถดถอยของเศรษฐกิจยุโปร แต่ในส่วนของตลาดญี่ปุ่นหดตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 จากความต้องการนำเข้าลดลง ปัญหาการอ่อนลงของค่าเงินเยน ส่วนตลาดอื่นๆในภาพรวมการส่งออกปรับลดลง เช่น อินเดีย ฮ่องกง เกาหลีใต้ ทวีปออสเตรเลีย เป็นต้น สำหรับสินค้าสำคัญในการส่งออกเดือน ต.ค. 56 จำนวน 19,393.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น ข้าว 441 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 25.3% , ยางพารา 729 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 9.2%, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 294 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 4.4%, อาหาร 1,567 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.4%, เครื่องใช้ไฟฟ้า 1,952 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 0.6% และ ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบยานยนต์ 2,558 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 2.2% เป็นต้น ส่วนการนำเข้าเดือน ต.ค. 56 จำนวน 21,164.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น เชื้อเพลิง 4,912.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 20.4%, สินค้าทุนอย่างเครื่องจักรกล ส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องบิน เครื่องร่อน และอุปกรณ์ 5,417.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 14.3%, สินค้าวัตถุดิบ 7,573.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 9.4%, สินค้าอุปโภคบริโภค 2,009.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 6.9% เป็นต้น น.ส.อรุวี กล่าวว่า การค้าชายแดนของไทยในเดือน ต.ค. 56 อยู่ระดับ 81,857.5 ล้านบาท ขยายตัว 7.05% โดยค้ากับมาเลเซียสูงสุดที่ 42,982.4 ล้านบาท คิดเป็น 55.4 ของการค้ารวม 4 ประเทศ ส่วนการส่งออกมีมูลค่า 49,147.9 ล้านบาทขยายตัว 6.8% การนำเข้า มูลค่า 32,709.6 ล้านบาท ขยายตัว 7.48% ทำให้ไทยได้ดุลการค้าชายแดน 16,438.2 ล้านบาท ซึ่งได้ดุลการค้ากับประเทศลาวมากที่สุด 6,977.9 ล้านบาท แต่ขาดดุลให้กับพม่า 3,433.2 ล้านบาทเนื่องจากมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเป็นมูลค่าสูง ส่วนการค้าชายแดนในช่วง 10 เดือนของปี อยู่ที่ 762,774 ล้านบาท เพิ่ม 0.48% แบ่งเป็น การส่งออก 462,007.5 ล้านบาท ลดลง 1.13% นำเข้า 300,766.5 ล้านบาท เพิ่ม 3.05% ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้าชายแดน 161,241 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 10เดือนส่งออกติดลบ