นายสมบัติ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด(บีเอ็มเอ็น) ในเครือบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน เปิดเผยว่า ได้เตรียมพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีศูนย์วัฒนาธรรม เพื่อรองรับการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะเป็นการพัฒนาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น การเปิดให้เช่าพื้นที่ขนาดใหญ่ แทนการเปิดให้เช่าเป็นพื้นที่ขนาดเล็กเหมือนสถานีอื่น คาดดำเนินการได้ในปี 58 “ตอนนี้ยังรอการก่อสร้างสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากมีหลายโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแห่งใหม่ สำนักงานของเอไอเอ คอนโดมีเนียมของกลุ่มพฤกษา และโนเบิล เป็นต้น ส่วนรูปแบบที่ชัดเจนยังเปิดเผยไม่ได้ต้อรอหารือร่วมกันก่อน” นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณาสถานีเพชรบุรี สถานีคลองเตย ที่มีลักษณะพิเศษให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วย ขณะที่พื้นที่ค้าปลีกสถานีลาดพร้าว สถานีรัชดาภิเษก และสถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รวมพื้นที่อืนมีแผนพัฒนาใน 6 สถานี จากที่บริษัทได้รับสัมปทานทั้งหมด 11 สถานี โดยจะสามารถพัฒนาสถานีที่ได้รับสัมปทานทั้งหมดได้เสร็จในระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปีขึ้นไป เพราะต้องรอการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร รวมถึงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเส้นทางอื่นด้วย นายสมบัติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดให้บริการพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสถานีรถไฟฟ้าแล้ว 5 แห่ง คือ สถานีสุขุมวิท สถานีพหลโยธิน สถานีสวนจตุจักร สถานีกำแพงเพชร และล่าสุดได้เปิดให้บริการที่สถานีพระราม 9 เพื่อรองรับการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตสูง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 9 ห้างสรรพสินค้าฟอร์จูนทาวน์ รวมถึงถึงโครงการอื่นๆที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างด้วย โดยรูปแบบของสถานีนี้จะเป็นแหล่งช้อปปิ้งใหม่ มีร้านค้ามากมาย ฟรีไวไฟ และกิจกรรมมากมาย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งพัฒนาพื้นที่รถไฟใต้ดินเชิงพาณิชย์เพิ่ม
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

เล็งพัฒนาพื้นที่รถไฟใต้ดินเชิงพาณิชย์เพิ่ม
-

รถไฟปฏิเสธสไตรก์
นายอำพล พองรัตน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.) กล่าวถึงกระแสข่าว สร.รฟท.และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) จะนัดหยุดงานวันที่ 28-29 พ.ย.นี้ เพื่อประท้วงรัฐบาลว่า ขอปฏิเสธว่าในส่วนของสหภาพฯ รถไฟ ไม่ได้ออกแถลงการณ์ใดเพื่อคัดค้านทางการเมือง และจะไม่นัดหยุดงานประท้วงตามข่าวลือ โดยรถไฟยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ขอให้ประชาชนผู้ใช้บริการสบายใจได้ ส่วนเรื่องการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองถือว่าทำได้ในฐานะส่วนบุคคล ไม่ได้ปิดกั้น ด้านนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้กับ สร.รฟท.ไปแล้ว ซึ่งได้รับยืนยันจาก สหภาพฯ รถไฟจะไม่เข้าไปร่วม หรือใช้ชื่อในการเคลื่อนไหวทางการเมืองเด็ดขาด โดยยืนยันว่ารถไฟยังเปิดให้บริการปกติในวันที่ 28-29 พ.ย.นี้แน่นอน เพราะหน้าที่ของสหภาพแรงงาน ฯ คือการดูแลสวัสดิการพนักงาน และการทำงานของผู้บริหารเป็นหลัก ขณะที่การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองทำได้แต่เป็นสิทธิส่วนบุคคล เมื่อเวลา 16.00 น. ด้านนายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษกประจำกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เมื่อเช้าวันที่ 27 พ.ย.56 ตัวแทนกระทรวงคมนาคม ได้เดินไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.นางเลิ้ง ถึงเหตุการณ์มีผู้ชุมนุมทางการเมืองมาปิดล้อมกระทรวง มีการใช้โซ่ล็อกกุญแจไว้ และให้ข้าราชการออกจากกระทรวง โดยเป็นเพียงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานตามปกติ แต่ไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีใด ๆ สำหรับสถานการณ์กระทรวงคมนาคม ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ รวมถึงที่ทำการใหม่ชั่วคราวที่กรมการขนส่งทางบก ยังปกติเรียบร้อยไม่มีเหตุวุ่นวายใด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รถไฟปฏิเสธสไตรก์ -

“ม็อบ”เป็นพิษนักลงทุนหนีไทยซบเพื่อนบ้าน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของนักลงทุนจากต่างชาติบ้างแล้ว โดยเฉพาะนักลงทุนที่เข้ามาเตรียมศึกษาเข้ามาลงทุนตั้งโรงงาน ได้ตัดสินใจไปประเทศอื่นๆ แล้ว ส่วนกลุ่มผู้ลงทุนที่ได้ลงทุนก่อสร้างแล้ว ขณะนี้ได้หยุดรอดูสถานการณ์ และกระทบต่อการส่งออก เพราะผู้ซื้อไม่มั่นใจว่า ผู้ประกอบการไทย จะส่งสินค้าได้ตามกำหนดหรือไม่ “ ตอนนี้เหตุการณ์ชุมนุนต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกแล้ว เพราะผู้สั่งสินค้าของไทย เกรงว่า ไทยอาจไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทัน ถ้าหากชิ้นส่วนเพียงชิ้นเดียวไม่สามารถส่งจากไทยไปได้ จะกระทบต่อสินค้าสำเร็จรูปทั้งหมดที่ไม่สามารถผลิตได้ ดัง นั้นผู้ซื้อบางส่วนอาจจะลดความเสี่ยงโดยการหันไปสั่งสินค้าจากประเทศอื่น ซึ่งอาจจะกระทบต่อยอดส่งออกในไตรมาส 1 ของปีหน้าได้ ขณะนี้” นอกจากนี้ภาคเอกชน ยังกังวลกับการยกระดับการชุมนุม โดยการยึดกระทรวงต่างๆ ทั้ง 14 แห่งในวันที่ 27 พ.ย. ของกลุ่มผุ้ชุมนุนขับไล่รัฐบาล เนื่องจากจะกระทบต่อการทำธุรกรรมของภาคเอกชนที่ต้องติดต่อกับหน่วยงานราชการ ส่วน ทางออกของปัญหาการ เมืองไทย มองว่าการยุบสภาของรัฐบาล หรือ ให้นายกรัฐมนตรีลาออก สามารถทำได้ตามหลักประชาธิปไตย แต่ต้องการเห็นทุกฝ่าย หารือร่วมกัน เพื่อแก้วิกฤตประเทศชาติให้เร็วที่สุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ม็อบ”เป็นพิษนักลงทุนหนีไทยซบเพื่อนบ้าน