วันที่ 28 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:27 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 150 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,300 บาท รับซื้อ 18,525.52 บาท ทองแท่งขายบาทละ 18,900 บาท รับซื้อ 18,800 บาท ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 150 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,300 บาท รับซื้อ 18,525.52 บาท ทองแท่งขาย 18,900 บาท รับซื้อ 18,800 บาท เวลา 09:27 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 28 พ.ย. 56 ปรับครั้งที่ 1 ลด 150 บาท
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

ราคาทองคำ 28 พ.ย. 56 ปรับครั้งที่ 1 ลด 150 บาท
-

ไมโครซอฟท์ยกเครื่องระบบจ้างงาน – โลกาภิวัตน์
ไมโครซอฟท์คิดจะยกเครื่องระบบจ้างงานใหม่ ให้เหมาะสมกับวงการธุรกิจไอทีของโลกซึ่งมักจะมีความเคลื่อนไหวสูงมากและจะต้องโตไว อยู่ให้ได้อย่างยั่งยืน ถ้าพูดถึงวงการไอทีแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ามีความเคลื่อนไหวสูงมาก แข่งขันกันหนัก และอายุทางธุรกิจอาจจะสั้น ถ้าไม่มีนวัตกรรมใหม่รอดยาก เหมือนกับบริษัทแบล็คเบอร์รี่หรือยาฮู ซึ่งจะต้องดิ้นรนหาซีอีโอแข็ง ๆ เพื่อฟื้นฟูกิจการเพื่อให้อยู่รอด ในวงการบริหารธุรกิจ ก็ต้องยอมรับกันเลยว่าเมื่อแม่ทัพจะคิดทำการใหญ่ จะทำสิ่งไหนให้ได้ กองทัพทรัพยากรมนุษย์สำคัญที่สุด หลังจากสร้างวิสัยทัศน์และการวางยุทธศาสตร์และแผนจนถึงเข้าสู่ชัยชนะเสร็จ ไมโครซอฟท์หลังจากสตีฟ บอลเบอร์ จะเกษียณและหาซีอีโอใหม่แทนที่จะให้ซีอีโอใหม่จัดกำลังกองทัพเอง ก็เลยมีความคิดที่จะยกเครื่องระบบการจ้างงานใหม่หมด ซึ่งเดิมก็จะต้องยอมรับกันว่าอิทธิพลของความคิดระบบการจ้างงานในโลกตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะสมมายังปัจจุบันแนวคิดแบบ แจ็ค เวลซ์ เจ้าพ่อที่เข้าไปฟื้นฟูกิจการจีอี เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกจนเป็นตำนานนั้น มักจะถูกนำมาใช้ในบริษัทขนาดใหญ่เกือบทั่วทั้งโลกตะวันตก โดยเฉพาะแนวคิดระบบ 20-70-10 คือคนเก่งในบริษัท 20% ถือเป็นเกรดเอ จะได้รับค่าตอบแทน และการเลื่อนขั้นเร็วมาก ส่วน 70% ถือว่าเลี้ยงไปให้อยู่ได้ตามสภาพเงินเดือนและรายได้ของบริษัท ส่วน 10% ถ้าเข้ากับวัฒนธรรมการเพิ่มประสิทธิภาพสูงไม่ได้ก็ต้องเลิกจ้าง ทั้งหมดข้างต้นนี้ไมโครซอฟท์ยกเลิก ส่วนระบบใหม่ที่จะประกาศออกใช้ยังไม่ยอมเปิดเผย แต่แนวคิดคร่าว ๆ มี 4 ประการด้วยกันซึ่งคล้ายกับทางตะวันออกที่ใช้ ดังนี้ ประการแรก มุ่งเน้นเรื่องการทำงานเป็นทีมและการให้ความร่วมมือ ซึ่งทางไมโครซอฟท์จะมอง 3 มุมด้วยกัน ไม่ใช่ว่าจะต้องทำงานคนเดียวด้วยตนเองให้สำเร็จ แต่จะต้องสามารถที่จะนำความคิดหรือฟังเสียงจากเพื่อนร่วมงานมาใช้ประโยชน์ให้ได้ และจะต้องมุ่งช่วยให้เพื่อนร่วมงานทำงานให้สำเร็จ จุดประสงค์เพื่อจะร่วมกันทำงานให้ได้ตามสำเร็จผล ประการที่สอง การพัฒนาอาชีพและความก้าวหน้าของพนักงานด้วยการสร้างระบบการเชื่อมต่อที่เรียกว่า คอนเน็คท์ (Connects) เพื่อที่จะให้พนักงานตามฝ่ายต่าง ๆ สามารถ ให้ผลงานย้อนกลับและการอภิปราย การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งจะช่วยให้พนักงานได้เรียนรู้ในขณะนั้น นำมาผลักดันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สุดยอดออกมา ซึ่งตรงนี้จะต้องมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาพอสมควรเพื่อให้เกิดผลการทำงานออกมาได้ดี แทนที่จะวัดผลของงานรายปีตามควอเตอร์ตามปฏิทินของบริษัท ปัจจุบันวงจรธุรกิจสั้นลงมาก เพราะฉะนั้นจะต้องทำให้ทีมงานต่าง ๆ ได้ทำงานและสร้างผลงานด้วยอัตราเร่งด้วยตารางเวลาที่ต่าง ๆ กันในแต่ละฝ่าย ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ผลงานออกมาได้ดี ประการที่สาม ยกเลิกการวัดผลงานด้วยระบบ 20-70-10 อีกต่อไป แต่จะมีระบบการให้รางวัล ซึ่งทั้งผู้จัดการและผู้นำมีความยืดหยุ่นในการจัดแบ่งเงินรางวัล ให้ได้ตามความเหมาะสมที่จะทำให้ทีมงานและตัวบุคคลได้รับผลงานสุดยอดเท่าที่พนักงานคนนั้นอยู่กับบริษัท ประการที่สี่ ไม่มีการให้คะแนนแต่จะต้องมองลึกให้เห็นผลงานที่เกิดขึ้นและโอกาสที่จะเติบโตและมีการปรับปรุงงานให้ดีขึ้นเสมอ ว่ากันจริง ๆ ก็คือมีการผสมผสานกับแนวคิดทางตะวันออกหรือญี่ปุ่นเพื่อให้เกิดผลลัพธ์การทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stamford.edu
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไมโครซอฟท์ยกเครื่องระบบจ้างงาน – โลกาภิวัตน์ -

เอซุสตั้งเป้าผู้นำแท็บเล็ตอันดับ 2 ของโลก
เอซุสเผยเป้าหมายปีหน้าขึ้นเป็นผู้นำตลาดแท็บเล็ตอันดับ 2 ของโลก ส่วนโน้ตบุ๊กแม้เป็นขาลง แต่หวังเป็นที่ 1 ต่อเนื่อง นายอีริค เฉิน รองประธานกรรมการเอซุส เปิดเผยถึงการทำตลาดของเอซุสในปีหน้าว่า จะเน้นในสามผลิตภัณฑ์หลักคือโน้ตบุ๊ก สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต โดยมุ่งรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดโน้ตบุ๊กที่เอซุสมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ของโลก ส่วนแท็บเล็ตซึ่งปัจจุบันอยู่อันดับ 3 นั้นจะผลักดันให้ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 ให้ได้นอกจากนี้ในส่วนตลาดสมาร์ท โฟนที่เอซุสเพิ่งเริ่มทำตลาดนั้นจะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องและมีสมาร์ทโฟนสำหรับตลาดระดับกลางไม่ใช่เฉพาะตลาดไฮเอนด์อย่างเดียวเหมือนในปัจจุบันอีกด้วย ทั้งนี้เอซุสตั้งเป้าเป็นผู้นำในตลาดดังกล่าวโดยอาศัยกลยุทธ์การนำเสนอนวัตกรรมที่เน้นแนวคิดในการออกแบบใหม่ ๆ อย่างเช่น การเปิดผลิตภัณฑ์ล่าสุด เอซุส ทรานส์ฟอร์เมอร์ บุ๊ก ทรีโอ ซึ่งเป็นการผสานระหว่างโน้ตบุ๊กแท็บเล็ต และเดสก์ท็อป เข้าไว้ในเครื่องเดียว สำหรับภาพรวมของตลาดโลก นั้น นาย อีริค เฉิน กล่าวว่าในส่วนของโน้ตบุ๊ก ถือว่าเป็นขาลง โดยมีอัตราการเติบโตลดลงประมาณ 7-8% ส่วนแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนเป็นขาขึ้น ซึ่งมีการเติบโตสูง อย่างไรก็ดีเอซุสตั้งเป้าปีหน้าจะทำให้อัตราการเติบโตของเอซุสทั้งโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน เป็นขาขึ้นทั้งหมด ด้าน นายเร็กซ์ ลี ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอซุส กล่าวว่า สำหรับตลาดไทยในปีนี้แม้ว่าตลาดโน้ตบุ๊กจะมียอดขายที่ลดลง จากปัญหาต่าง ๆ รวมถึงเรื่องการเมืองแต่คาดว่าในปีหน้าน่าจะดีขึ้นและกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ขณะที่ตลาดแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนก็จะดีขึ้นเหมือนกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลกประกอบกับไทยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโทรคมนาคมจาก 2จี เป็น 3จี และกำลังจะเป็น 4จี ในอนาคต.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอซุสตั้งเป้าผู้นำแท็บเล็ตอันดับ 2 ของโลก