วันนี้ (28 พ.ย.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเครือข่ายประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณ ปักหลักชุมนุม ที่ศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของกระทรวงไอซีทีและหน่วยงานในสังกัด จนทำให้กระทรวงไอซีที สั่งข้าราชการหยุดการทำงานเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมาทั้งนี้ กระทรวงไอซีที ได้มีแผนรองรับระยะยาวไว้ สำหรับกรณีที่ไม่สามารถให้บริการได้ โดยหน่วยงานในสังกัดได้มีการเตรียมสถานที่ทำงานชั่วคราวรองรับไว้อยู่แล้ว โดยแต่ละหน่วยงานได้มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ (แบ็คอัพ) รองรับการทำงานอยู่แล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าการทำงานในโครงการของกระทรวงไอซีทีจะยังคงดำเนินงานตามปกติ แต่จะเป็นอุปสรรคกับเจ้าหน้าที่และพนักงานที่ต้องเปลี่ยนสถานที่ทำงานอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้คือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ที่ไม่สามารถทำงานที่ศูนย์ราชการได้ ยอมรับว่าเครื่องมือของศูนย์เตือนภัยฯ ที่บางนา การทำงานไม่สมบูรณ์แบบ 100% จึงอยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมช่วยพิจารณาถึงผลกระทบจุดนี้ด้วย เนื่องจากหน้าที่หลักของศูนย์เตือนภัยฯ คือการเตือนภัยพิบัติ ถือเป็นหน่วยงานสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน”หลักจากที่ม็อบมายึดพื้นที่ในศูนย์ราชการ การทำงานยังคงเป็นปกติ เพราะได้มีการประชุมกับคณะทำงานแบบเรียลไทม์ได้เป็นปกติ แม้ตนจะไม่ได้เข้าไปประจำที่กระทรวงก็ตาม แต่จะเป็นห่วงคือพนักงานและข้าราชการที่อยู่ที่ศูนย์ราชการที่อาจได้รับผลกระทบโดยเฉพาะการเดินทางเนื่องจากต้องเปลี่ยนสถานที่ทำงาน” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว ด้าน น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า ถึงแม้จะมีปัญหาในเรื่องของอุปกรณ์และระบบการทำงาน ระบบวิทยุเตือนภัย โดยขณะนี้ ทางศูนย์เตือนภัยฯ อยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อจัดระบบการทำงานใหม่ เพื่อให้ประสิทธิภาพของการเตือนภัยสมบูรณ์แบบที่สุด แต่สถานที่ใหม่จะเป็นที่ไหน ไม่ขอระบุ เพราะไม่อยากให้ม็อบเข้ามายึดพื้นที่อีก ทั้งนี้ ในฐานะที่ตนเป็นผู้ดูแลและหน้าที่ที่ต้องดูแลทรัพย์สินและชีวิตของประชาชน จะทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่และดีที่สุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “อนุดิษฐ์” ห่วงระบบทำงานของศูนย์เตือนภัยฯไม่เสถียร กระทบชีวิตประชาชน
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

“อนุดิษฐ์” ห่วงระบบทำงานของศูนย์เตือนภัยฯไม่เสถียร กระทบชีวิตประชาชน
-

กสทช. เผยโฆษณาเกินจริง 3 เดือน พุ่ง 102 ผลิตภัณฑ์
วันนี้ (28 พ.ย.) ที่ห้องกมลทิพย์ โรงแรมเดอะสุโกศล น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า กสทช.ได้ดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และเครือข่ายภาคประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ร่วมมือกันสร้างเครือข่ายร้องเรียนการโฆษณาอาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีลักษณะการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ทั้งนี้ พบว่าช่วงระยะเวลา 3 เดือน (ธ.ค.55- ก.พ.56) มีการโฆษณาที่เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภคผ่านวิทยุชุมชน เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม มีเนื้อหาการโฆษณาข้อความที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงในการให้ผลลัพธ์ทั้งสุขภาพร่างกาย ความสวยงามและลดความอ้วนถึง 102 ผลิตภัณฑ์ โดยแยกเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ 60 ผลิตภัณฑ์ ยา 32 ผลิตภัณฑ์และอาหาร 10 ผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกันพบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กาแฟ น้ำผักผลไม้ น้ำสมุนไพรสกัดและเครืี่องดื่มลดน้ำหนักมีการโฆษณามากที่สุด น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวนี้ได้ส่งให้คณะกรรมการอาหารและยา(อย.)พิจารณาเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้อย.ชี้แจ้งว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ใดที่เกี่ยวข้องบ้าง เนื่องจาก กสทช.ไม่มีอำนาจในการตัดสินได้ว่าผลิตภัณฑ์แบบใดเข้าข่ายผิดกฎหมาย ในขณะเดียวกันจะได้นำข้อมูลจากเครือข่ายการเฝ้าระวังนี้นำเสนอต่อที่ประชุม กสท.เนื่องจากจำเป็นต้องใช้พิจารณาประกอบกับการร้องเรียนของผู้บริโภค ซึ่งอาจจะมีส่วนช่วยในการตัดสินในการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการอีก 2 ปี ของทีวีดาวเทียม”กสทช.มองว่าข้อมูลที่ได้จากการสำรวจของเครือข่ายเฝ้าระวังนี้ดีมาก แต่ด้าน กสทช.ไม่สามารถทำอะไรได้นอกเหนือจากการรอข้อมูลจาก อย.อีกครั้ง โดยขอให้ผู้บริโภคที่รับชมสื่อท้องถิ่นโดยเฉพาะวิทยุชุมชน ที่เป็นสถานีหลุมดำหรือสถานีเถื่อน อย่าหลงเชื่อผลิตภัณฑ์ที่มีสรรพคุณโอ้อวดเกินจริงว่าช่วยรักษาให้หายขาดได้ ” น.ส.สุภิญญากล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช. เผยโฆษณาเกินจริง 3 เดือน พุ่ง 102 ผลิตภัณฑ์ -

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 ปิดลบ 1.28 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (28 พ.ย.) ดัชนียังคงแกว่งตัวผันผวนทั้งในลบและบวก แต่ส่วนใหญ่ยืนในแดนบวก ตามแรงเข้าซื้อกลับ เพราะได้รับปัจจัยบวกจากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ซึ่งถือว่าสร้างความเซอร์ไพร์สให้กับตลาด อีกทั้งเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น แต่ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวไม่มากนัก เนื่องจากยังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ ส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,371.83 จุด ลดลง 1.28 จุด หรือ 0.09% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 16,523.72 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 ปิดลบ 1.28 จุด