เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • ขรก.กระทรวงไอซีที ยังทำงานปกติ

    ขรก.กระทรวงไอซีที ยังทำงานปกติ

    วันนี้ (27 พ.ย.) เวลา 09.00 น.  น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ข้าราชการในกระทรวงไอซีทีทุกคนยังทำงานตามปกติ ไม่มีการสั่งหยุดงาน หรือเลิกงานก่อนเวลา แม้กลุ่มผู้ชุมนุมจะมาบุกศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ ก็ตาม เนื่องจากข้าราชการต้องให้บริการประชาชนทั้ง 65 ล้านคน  หากหยุดงานจะสร้างความเสียหายต่อการให้บริการประชาชน และยอมรับว่าการที่ทุกคนทำงานอยู่ อาจถูกคุกคามได้ สำหรับแผนรับมือนั้น จะใช้รูปแบบสันติวิธี    เพราะสถานที่ราชการไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแต่เป็นสถานที่สำหรับให้บริการประชาชน โดยหวังว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเข้าใจ เพราะไม่ได้ตอบโจทย์ของการชุมนุม แต่กลับสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ส่วนการรักษาความปลอดภัยโดยรอบนั้น ขึ้นอยู่กับศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แต่ขณะนี้กระทรวงไอซีทียังไม่มีการสั่งการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ หรือติดตั้งอุปกรณ์รับมือกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด และขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้อยู่ในกฎหมายมากที่สุด ล่าสุดเวลา 10.30 น.มีรายงานว่า ปลัดกระทรวงไอซีที อาจจะมีคำสั่งให้ข้าราชการกลับบ้าน และเริ่มมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาประจำการแล้ว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขรก.กระทรวงไอซีที ยังทำงานปกติ

  • ม.หอการค้า สยายปีกพม่ารับเออีซี – เออีซี กับ ม.หอการค้าไทย

    ม.หอการค้า สยายปีกพม่ารับเออีซี – เออีซี กับ ม.หอการค้าไทย

    การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58 ส่งผลให้หลายภาคส่วน โดยเฉพาะแวดวงธุรกิจต้องเร่งปรับตัว แม้กระทั่งแวดวงการศึกษาก็หลีกหนีเรื่องนี้ไม่พ้น และเมื่อพูดถึงสถาบันการศึกษาในไทยที่มีส่วนผลักดันแวดวงธุรกิจแล้ว หลายคนก็คงจะนึกถึงมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่มีความโดดเด่นด้านธุรกิจ เนื่องจากมีรากฐานและความเชื่อมโยงกับหอการค้าไทยที่มีอยู่ทั่วทั้งในและต่างประเทศ และมีจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจนคือ การสร้างบุคลากรด้านการพาณิชย์ที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต รวมไปถึงความคาดหวังที่จะเป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้ในอาเซียน” เรื่องนี้ “ดร.จักรินทร์ ศรีมูล” คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าอาเซียนและลาตินอเมริกา (ซี-แลค) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกผ่านในรายการเศรษฐกิจติดจอ ทางเดลินิวส์ทีวี เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า การศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจในประเทศ เราจะเห็นได้จากประเทศไหนที่เจริญมาก ๆ มักมาจากระบบการศึกษาที่มีความเข้มแข็ง และนี่ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการสร้างความเแข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ โดยการประเดิมเปิดมหาวิทยาลัยหอการค้าต่างประเทศแห่งแรกที่ “ประเทศพม่า เมืองย่างกุ้ง” โดยมีนักศึกษารุ่นแรกที่เข้ามาเรียนทั้งสิ้น 50 คน สำหรับสาเหตุที่เลือกพม่า เพราะมหาวิทยาลัยมีความคิดว่าอยากทำในสิ่งที่คนอื่นเขาไม่ทำ เราเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนคนทำธุรกิจ แต่เราก็ต้องทำธุรกิจควบคู่ไปด้วย นั่นหมายถึงว่าเราพร้อมที่จะประสบความสำเร็จและล้มเหลวในเวลาเดียวกัน โดยจุดกำเนิดเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 สมัยนั้นพม่ายังไม่ได้มีการเปิดประเทศ ช่วงแรกเราลังเลว่าจะไปดีหรือไม่ แต่เมื่อเข้าไปแล้วมันก็ต้องลุยอย่างเต็มที่ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับหอการค้าของพม่าในการปรับปรุงหลักสูตรและพัฒนาการเรียนการสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจ (เอ็มบีเอ) ซึ่งหอการค้าพม่ามีเป้าหมายเดียวกับมหาวิทยาลัยหอการค้าคือ ต้องการพัฒนาระบบการศึกษา อุตสาหกรรมที่โน่นก็ต้องการเปิดมหาวิทยาลัยท้องถิ่นในอนาคต พม่าจึงต้องการการเรียนรู้ว่าหอการค้าทำได้อย่างไร “เค้าก็อยากเรียนรู้จากเรา ก็ถือเป็นการแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน หลังจากที่เปิดได้รับการยอมรับว่าเป็นโปรแกรมเอ็มบีเอที่ดีที่สุดที่พม่า โดยดูจากนักศึกษาที่เข้ามาเรียน โดยมาจากเพื่อนบอกเพื่อน ปากต่อปาก และที่สำคัญมีเด็กนักศึกษาคนหนึ่งที่เราได้สัมภาษณ์ว่าใครแนะนำให้มาเรียนที่นี่ ปรากฏว่านักศึกษาตอบว่าพ่อของเขา พอถามว่าพ่อเขาเป็นใคร เขาบอกว่าเป็นรัฐมนตรีท่านหนึ่งของพม่า เพราะฉะนั้นเราถือว่าชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยไปถึงทุกกลุ่ม ทั้งระดับบน กลาง และล่าง” ในส่วนของวิธีการเรียนการสอน ไม่มีความแตกต่างจากที่ไทย แต่ในส่วนบุคลากรหรือคณาจารย์ที่สอนนั้นมีความจำเป็นต้องคัดเลือกอย่างเข้มข้น เพราะเราต้องการสร้างชื่อเสียงที่ดี และให้บุคลากรพม่าเห็นว่าเรามีความตั้งใจจริง ๆ ที่จะบริหาร และช่วยสนับสนุนด้านการศึกษา ดังนั้นบุคลากรที่จะไปนั้นไม่ใช่เข้าใจไทยอย่างเดียวแต่จะต้องเข้าใจพม่าด้วย เข้าใจนิสัยใจคอของพม่าด้วย เข้าใจวัฒนธรรม อุปนิสัยต่าง ๆ ต้องเตรียมความพร้อม เป็นต้น หลังจากประสบความสำเร็จจากย่างกุ้งจนปัจจุบันมีนักศึกษารวมทั้งสิ้น 3 รุ่น รุ่นละ 50 คน รวมมีนักศึกษาทั้งสิ้น 150 คน ส่งผลให้มหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงศักยภาพของพม่าที่จะขยายสถาบันการศึกษาได้ต่อ จึงทำการเปิดมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในพม่าแห่งที่ 2 ที่ “มัณฑะเลย์” ซึ่งเริ่มเปิดการเรียนการสอนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนักศึกษารุ่นแรกรวมทั้งสิ้น 30 คน ซึ่งน้อยกว่าย่างกุ้ง เนื่องจากความเจริญทางเศรษฐกิจที่มีความแตกต่างกัน โดยมัณฑะเลย์จะเดินตามหลังย่างกุ้งประมาณ 4-5 ปี เพราะฉะนั้นเอ็มบีเอจะถือว่าใหม่มากสำหรับเมืองนี้ ดังนั้นนักศึกษาจำนวน 30 คน ถือว่ากำลังพอดี และเชื่อว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน ส่วนวิธีการคัดเลือกนักศึกษานั้น เราจะมีวิธีสอบข้อเขียน และสัมภาษณ์ เราไม่ได้รับทั้งหมด เพราะเราต้องการบุคคลที่มีความตั้งใจและมีความพร้อมจริง ๆ หลักสูตรของเรา มีหลักสูตรการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ การตลาด การเงิน การธนาคาร หรือหลักสูตรอะไรที่มีความจำเป็นและเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เป็นเหมือนการบ่มเพาะก่อนที่จะมีการลุยทำธุรกิจด้วยตัวเอง ในเรื่องของอัตราค่าเรียน เก็บแพงกว่าเมืองไทยนิดหน่อย เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงกว่า โดยอยู่ที่ประมาณ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 300,000 บาท คำนวณจากค่าเงินบาทที่ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของปัจจัยที่ทำให้หอการค้าได้รับผลตอบรับที่ดี อันดับแรกคือ ความร่วมมือที่มีแต่แรกระหว่างสภาหอการค้าไทยกับพม่า การมีพื้นฐานที่ดีร่วมกัน สองคือผู้บริหารของมหาวิทยาลัยที่มีความตั้งใจให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และเหมือนเราไปคลุกคลี มีความตั้งใจไปอยู่กับเขาจริง ๆ ไม่ใช่การเรียนผ่านหน้าจอ อันนั้นเหมือนเราไปทิ้งเขา แต่นี่เราบินไปทุกอาทิตย์ มีการทำกิจกรรมร่วมกันตลอด เราเป็นส่วนหนึ่งของเขาจริง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความจริงใจที่เรามีให้กัน สำหรับพม่าเราคิดว่าเป็นดาวรุ่ง ซึ่งขณะนี้เรากำลังศึกษาในส่วนของทำเลในการขยายสาขาต่อ ซึ่งต้องดูว่ามหาวิทยาลัยมีความพร้อมหรือไม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดเพิ่มที่ “เมวะดี” และประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม นอกจากนี้อาจารย์ยังได้ทิ้งท้ายไว้ว่า ปัจจุบันสถาบันการศึกษาอื่นมีความตื่นตัวกันค่อนข้างมาก ถ้าถามว่าเป็นการแข่งขันหรือไม่ มันอยู่ที่เราจะเลือกมอง แต่มันมีข้อดีคือ การเข้าไปเยอะมันทำให้เกิดการพัฒนาขึ้น แต่ธุรกิจไหนที่ไม่มีคู่แข่งมันจะไม่ค่อยเติบโตหรือไม่ค่อยเจริญ มันจะนิ่ง ๆ เราแข่งในการสร้างความเจริญไปข้างหน้า หรือการสร้างความเจริญให้กับอาเซียน สุดท้ายคนที่รับคือนักศึกษาเองที่จะได้รับสิ่งที่ดีไป สำหรับนักศึกษาท่านใดที่สนใจศึกษาต่อที่พม่า สามารถติดต่อได้ที่ 0-2697-6139 หรือที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. ภัทราภรณ์ พลายเถื่อน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ม.หอการค้า สยายปีกพม่ารับเออีซี – เออีซี กับ ม.หอการค้าไทย

  • โลจิสติกส์เพื่อมนุษยชาติ – ลูกเล่น/ลีลา

    โลจิสติกส์เพื่อมนุษยชาติ – ลูกเล่น/ลีลา

    การกระจายสิ่งของเพื่อไปให้ถึงผู้ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนในฟิลิปปินส์ยังคงเป็นปัญหา แม้ว่านานาประเทศจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ และนั่นทำให้ ดอยช์ โพสต์ ดีเอชแอล กลุ่มบริษัทโลจิสติกส์และขนส่งชั้นนำของโลก ส่งทีมรับมือภัยพิบัติ (Disaster Response Team) หรือดีอาร์ทีชุดแรกไปยังพื้นที่ทางตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ โดยจะให้ความช่วยเหลือด้านบริการโลจิสติกส์ภาคพื้นดิน ณ สนามบินแมคตัน เซบู ที่ได้รับความเสียหายจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้มากที่สุด เพื่อดูแลและให้บริการโลจิสติกส์สำหรับสิ่งของอุปโภคบริโภคที่ส่งตรงจากประชาคมทุกมุมโลกสู่ประเทศฟิลิปปินส์ทั้งทางอากาศและน้ำ และจัดการลำเลียงขนถ่ายสิ่งของที่จำเป็นทั้งหมดนี้ให้กระจายถึงมือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทีมรับมือภัยพิบัติของดอยช์ โพสต์ ดีเอชแอล ในปี พ.ศ. 2548 ร่วมกับสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNOCHA) โดยได้จัดตั้งเครือข่ายขึ้นทั่วโลก เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนสนามบินต่าง ๆ ในกรณีมีภัยพิบัติเกิดขึ้น เครือข่ายทีมรับมือภัยพิบัติของดีเอชแอลประกอบด้วยพนักงานดีเอชแอลที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมและได้ลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครซึ่งมีจำนวนรวมทั้งสิ้นมากกว่า 400 คน และมีการดำเนินงานครอบคลุมใน 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภูมิภาคอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก เพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้มากที่สุด ซึ่งหลังจากริเริ่มจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2548 จนถึง ณ ขณะนี้ ทีมรับมือภัยพิบัติได้ให้บริการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์กว่า 20 ครั้งทั่วโลก ในจำนวนนี้เป็นความช่วยเหลือด้านโลจิสติกส์ในประเทศฟิลิปปินส์ 3 ครั้ง ทีมงานของดีเอชแอล พร้อมด้วยพันธมิตรด้านมนุษยธรรมต่าง ๆ ได้ผนึกกำลังร่วมกันจัดตั้งคลังสินค้าชั่วคราวแต่เปี่ยมประสิทธิภาพขึ้นที่สนามบินแมคตัน เซบู สำหรับใช้จัดเก็บสิ่งของบริจาคที่เข้ามาเป็นจำนวนมาก ทีมดีอาร์ทีของดีเอชแอลจะรับผิดชอบดูแลสิ่งของที่ส่งเข้ามา จัดทำรายการสิ่งของทั้งหมด และดูแลให้มีการลำเลียงขนถ่ายสิ่งของที่จำเป็นและสำคัญมากที่สุดไปไว้บนรถบรรทุกหรือเฮลิคอปเตอร์ และจากสภาพถนนที่ถูกปิดหรือได้รับความเสียหาย รวมถึงการเข้าใช้พื้นที่ของเกาะอื่น ๆ ที่มีขนาดเล็กกว่าถูกจำกัด ทำให้ดีเอชแอลจัดทำถุงสปีดบอลล์ ซึ่งเป็นถุงยังชีพที่บรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพและนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยด้วยการหย่อนลงจากเฮลิคอปเตอร์.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โลจิสติกส์เพื่อมนุษยชาติ – ลูกเล่น/ลีลา