วันนี้ (20พ.ย.) ที่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ(เอ็มโอยู)กับองค์กรกำกับดูแลทางด้านโทรคมนาคมและด้านกระจายเสียง 2 ประเทศ คือ ประเทศโปแลนด์ และประเทศตรุกี โดยการลงเอ็มโอยูดังกล่าวจะเป็นการช่วยเหลือด้านข้อมูล และด้านบุคคลากรที่จะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะมีการประมูลทีวีดิจิทัล รวมถึงการศึกษาเตรียมความพร้อมในการนำคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ ที่หมดสัญญาสัมปทานกลับมาประมูล4 จี ดังนั้นทั้ง 2 ประเทศจะมาช่วยอธิบาย นำเสนอปัญหาที่พบแต่ละประเทศมาเป็นกรณีศึกษาให้กับประเทศไทย “เป็นเรื่องน่ายินดีที่จะมีการร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นการทำงานระหว่างประเทศ โดยการใช้โอกาสในงาน ไอทียู เทเลคอม เวิล์ด( ITU Telecom World ) ครั้งนี้ เป็นการพบปะผู้นำของแต่ละประเทศ และยังมีประเทศที่สนใจร่วมลงเอ็มโอยู อาทิ แคนาดา ปาเลสไตน์ อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น “นายฐากรกล่าว ในขณะเดียวกันในงาน ไอทียู เทเลคอม เวิล์ด กสทช.ได้จัดบูธนำเสนอเทคโนโลยี โดยแบ่งเป็น 4 ส่วนคือ 1.กิจกรรมทางด้านบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO)ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านโทรคมนาคมอย่างทั่วถึงทั้งการใช้งานระบบเสียง และอินเทอร์เน็ตอย่างเท่าเทียม 2. การอธิบายกฎเกณฑ์ หลักการ กำกับดูแลของกสทช. 3.เรื่องการประมูลคลื่นความถี่1800 เมกะเฮิร์ตเพื่อให้บริการ เทคโนโลยีแอลทีอี หรือ4 จี และ4.การเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ระบบอะนาล็อกไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล โดยทั้งหมดนี้ประชาชน ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติจะได้รับข้อมูลจากกสทช.ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและวิทยุ-โทรทัศน์ อีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ลงเอ็มโอยูโปแลนด์-ตุรกีแชร์ข้อมูลรองรับประมูลทีวีดิจิทัลและ4จี
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

กสทช.ลงเอ็มโอยูโปแลนด์-ตุรกีแชร์ข้อมูลรองรับประมูลทีวีดิจิทัลและ4จี
-

รมว.คลังปัดไม่เด้ง”สุภา”เข้ากรุ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าได้เตรียมโยกย้ายน.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ว่า ขณะนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าจะโยกย้ายใครไปตำแหน่งใด แต่ยอมรับว่าเวลานี้ผู้บริหารระดับ 9 และ 10 ของกระทรวงการคลังมีว่างอยู่หลายตำแหน่ง ทั้งตำแหน่งรองปลัดฯ ผู้ตรวจราชการ และรองอธิบดีของกรมต่าง ๆ ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ผ่านมาน.ส.สุภา ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้วแม้ว่าจะได้รับมอบหมายให้เป็นคณะอนุกรรมการ ปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวด้วยก็ตาม แต่หากมีการโยกย้ายเกิดขึ้นก็ไม่น่าเกี่ยวกันแต่อย่างใด และการโยกย้ายข้าราชการแต่ละครั้งในฐานะรมว.คลังไม่สามารถให้ความสำคัญกับคน ใดคนหนึ่งได้ เพราะถือว่าไม่ยุติธรรมกับข้าราชการทั้งหมด “ผมไม่สามารถไปให้ความสำคัญกับข้าราชการคนใดคนหนึ่งได้ เพราะถ้าบอกว่าคนนี้ควรย้ายให้ได้ หรือคนนี้ไม่ควรย้าย ถือว่าไม่แฟร์กับข้าราชการทั้งหมด เพราะข้าราชการระดับ 10 นั้นมีทั้งผู้ที่ทำหน้าที่ในระดับรองปลัดกระทรวงฯ ผู้ตรวจราชการอีกหลายตำแหน่ง ซึ่งอาจมีบางคนมีตำแหน่งที่มองว่าอยากไปปฏิบัติหน้าที่ เพราะถ้าต้องการขยับปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ก็เป็นเหตุผลที่ต้องดำเนินการเพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่เพื่อให้หน้าที่ ในตำแหน่งงานต่าง ๆมีผู้รับผิดชอบและเดินหน้าต่อไปได้”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รมว.คลังปัดไม่เด้ง”สุภา”เข้ากรุ -

หอการค้าไทยงดเชิญรัฐบาลร่วมประชุมประจำปี
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยได้ยกเลิกการเชิญนายกรัฐมนตรี หรือตัวแทนนายกรัฐมนตรี เช่น นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในการประชุมสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 31 ที่จังหวัดตรัง ระหว่างวันที่ 22-24 พ.ย. 56 เนื่องจากขณะนี้ไทยเกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง จึงเป็นช่วงสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม ที่จะให้ฝ่ายการเมืองเข้าร่วมประชุม “แต่ละปีการจัดสัมมนาใหญ่ของหอการค้าไทยจะไม่มีการนำเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยการประชุมทุกครั้งได้เชิญนายกรัฐมนตรี หากนายกรัฐมนตรีไม่ว่างจะส่งรองนายกรัฐมนตรีเข้าร่วม แต่เมื่อประเทศเกิดปัญหาความขัดแย้ง หอการค้าฯจำเป็นต้องระงับการเชิญ โดยเอกชนจะระดมความเห็นเกี่ยวแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศและแนวทางการแก้ปัญหาต่าง ๆ ตามปกติก่อนที่จะส่งหนังสือปกขาวเสนอให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป” ส่วนเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองหอฯต้องการให้ปัญหายุติโดยเร็วโดยให้รัฐบาล ฝ่ายค้าน แกนนำผู้ชุมนุน และภาคประชาชนกลุ่มอื่นๆ ได้มีการเจรจาพูดคุยกันในการหาทางออกของประเทศต่อไป เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถร่วมมือกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป สำหรับการจัดงานสัมมนาจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จากตัวแทนคณะกรรมการหอการค้าไทย, ผู้ว่าราชการจังหวัด, ประธานหอการค้าจังหวัดและเลขาธิการหอการค้าจังหวัดจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ และตัวแทนจากหน่วยงานราชการ โดยจะเน้นระดมความเห็นการสร้างเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่, การสรุปสถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาค, การเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี, การสร้างนวัมกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ผู้ประกอบการสร้างธุรกิจให้เติบโตหรือพัฒนาจากร้านเล็กข้างถนนสู่การเป็นร้านใหญ่ๆที่ทันสมัย เป็นต้น นายอิสระ กล่าวถึงสถานการณ์การส่งออกไทยว่า ในปีนี้หอการค้าฯประเมินการส่งออกขยายตัวในระดับ 1% หรืออาจไม่โตซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการส่งออกกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่ลดลงโดยเฉพาะเรื่องของกุ้งที่เจอโรคระบาดส่งผลให้ยอดส่งออกจากปกติปีละ 100,000 ล้านบาทในปีนี้จะลดลง 40% รวมถึงการส่งออกปลาหมึกที่มีปัญหาเรื่องของแรงงานขาดแคลน แต่ในปี 57 เชื่อว่าการส่งออกไทยน่าจะขยายตัวในระดับ 5% เนื่องจากเศรษฐกิจหลายประเทศอยู่ในระดับที่ดีขึ้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ยอมรับว่าขณะนี้ทางหอการค้าไทยได้โทรศัพท์แจ้งมาเพื่อขอยกเลิกการเข้าร่วมงานสัมมนาใหญ่ของหอการค้าทั่วประเทศที่จังหวัดตรัง แล้ว เพื่อต้องการหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย ขณะเดียวกันยังพบว่าแกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) จ.ตรัง ได้ประกาศจะไม่ยอมให้รัฐมนตรีและนักการเมืองพรรคเพื่อไทย เดินทางมา จ.ตรัง เพื่อร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ในวันที่ 22-24 พ.ย. 56 โดยจะนัดรวมมวลชนเป่านกหวีดขับไล่ที่สนามบิน จ.ตรัง และสถานที่จัดงาน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หอการค้าไทยงดเชิญรัฐบาลร่วมประชุมประจำปี