นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในติดตาม และตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวฤดูผลิต 56/57 ตั้งแต่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 56 และล่าสุดมีปริมาณข้าวเข้าโครงการแล้ว 5.91 ล้านตัน หรือเฉลี่ยเดือนละเกือบ 3 ล้านตัน ว่าเป็นปริมาณที่ผิดปกติและแอบสวมสิทธิ์หรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของโรงสีที่บางรายอาจแอบใช้โควตาหรือร่วมมือกับเกษตรกรในการนำข้าวในโรงสีมาเพิ่มส่วนต่างของเกษตรกรเพื่อให้เต็มปริมาณที่สามารถใช้สิทธิ์แต่ละครัวเรือนที่มีวงเงินจำนำข้าว 350,000 บาทต่อครัวเรือน เนื่องจากบางพื้นที่ปริมาณข้าวเต็มโควตาเร็วเกินไป “ในฤดูการผลิต 56/57 รัฐบาลกำหนดเงื่อนไขรับจำนำข้าวที่ราคา 15,000 บาทต่อตัน แต่จำกัดวงเงินไม่เกินครัวเรือนละ 350,000 บาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เกรงว่าอาจมีโรงสีนำข้าวที่มีอยู่ซึ่งอาจไปซื้อนอกโครงการในราคาไม่สูงเข้ามาสวมสิทธิ์ชาวนาที่นำข้าวเข้ามาในโครงการรับจำนำข้าวไม่ถึงเพดาน 350,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งนอกจากจะมีการตรวจสอบโรงสีที่รับจำนำข้าวแล้ว ยังต้องตรวจสอบการออกใบรับรองเกษตรกรปีนี้เทียบกับปีที่แล้วเป็นอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสวมสิทธิ์เกษตรกร” นายยรรยง กล่าวว่า ขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความเป็นห่วงมาก พร้อมทั้งมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปตรวจสอบในเบื้องต้นด้วย เพราะเป้าหมายของโครงการรับจำนำต้องการช่วยเหลือเกษตรกร และให้เกษตรกรได้ใช้สิทธิ์เต็มที่ แต่บางพื้นที่มันเต็มเร็วเกินไป เหมือนทำข้อสอบ ถ้าทำข้อสอบได้เต็ม 100 เหมือนกันหมด ก็น่าสงสัยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้กรมการค้าภายใน เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ณ จุดรับจำนำ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสวมสิทธิ์เกษตรกร โดยเฉพาะการรับจำนำข้ามเขต ต้องมีการตรวจสอบเป็นพิเศษ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตรวจโรงสีแอบนำข้าวสวมสิทธิ์จำนำ
เดือน: ธันวาคม 2013
-

ตรวจโรงสีแอบนำข้าวสวมสิทธิ์จำนำ
-

นักท่องเที่ยวสแกนดิเนเวียชะลอตัว
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา เปิดเผยว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศ สวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ก (สแกนดิเนเวีย) มีสัญญาณชะลอตัว 5% เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลง จากเดิมนิยมเดินทางมากับบริษัททัวร์และนั่งเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำ(ชาร์เตอร์ไฟล์ท) มาลงที่แหล่งท่องเที่ยวโดยตรง แต่เปลี่ยนเป็นเดินทางเข้ามาด้วยตัวเอง(เอฟไอที)มากขึ้น เพราะมีการเปิดเส้นทางบินตรงจากเมืองหลักๆ สแกนดิเนเวียไปลงที่ภูเก็ต กระบี่ “ขณะนี้การบินไทย เปิดเส้นทางบินตรงไปเมืองรองๆ ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย เช่น เมืองโคเปนเฮเก้น ออสโลว์ เป็นต้น จึงทำให้นักท่องเที่ยวมองเห็นถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านแพ็กเกจทัวร์ได้ด้วย และนักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนจะชอบเดินทางแบบแบ็กแพ็ค อยู่พำนักในประเทศไทยนานไม่ต่ำกว่า 14 วัน และยังใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวสูง จึงมองความคุ้มค่าจากการเดินทางเองว่าควบคุมค่าใช้จ่ายได้มากว่า” นายสุชาติ หิรัญกนกกุล นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคใต้ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนเวีย เริ่มเปลี่ยนเส้นทางไปท่องเที่ยวที่กระบี่แทนภูเก็ตมากขึ้น จนทำให้ชาร์เตอร์ไฟล์ทที่มาลงภูเก็ตแทบจะไม่มีแล้ว โดยปัจจัยหลักคาดว่ามาจาก พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสงบ แต่ระยะหลังภูเก็ตมีชาวจีนกับรัสเซียเข้ามามากขึ้น และพฤติกรรมชอบส่งเสียงดังเป็นการรบกวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบ ทั้งนี้มีรายงานจากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ถึงตัวเลขตลาดสแกนดิเนเวียที่เดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวลดลง 21.47% สำหรับช่วง 1 ม.ค.-20 พ.ย. โดยมีจำนวนเพียง 15,307 คน และยังนับว่าลดลงราว 31.28% เมื่อเทียบกับปี 54 ที่มีตลาดสแกนดิเนเวียสูงถึง 22,274 คน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักท่องเที่ยวสแกนดิเนเวียชะลอตัว -

แอพพลิเคชั่นคนไทย Buzzebees – ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ
เมื่อกระแสการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือพุ่งสูงขึ้น แทนที่อินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ธรรมดาไปซะแล้ว จึงไม่แปลกหากมีคนที่มองเห็นโอกาสที่สวยงามเช่นนี้ หันมาจับธุรกิจบนโลกโซเซียล มีเดีย มากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ คุณณัฐธิดา สงวนศิลป์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด เจ้าของแอพพลิเคชั่น “Buzzebees” (บัซซี่บีส์ )ที่สามารถโหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ ไอโอเอสผ่าน แอพ สโตร์และระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ผ่าน กูเกิลเพลย์ได้ฟรี และบนหน้าเว็บไซต์ อย่าง www.buzzebees.com รองรับอุปกรณ์ได้ทั้งสมาร์ทโฟน ไอโฟน ไอแพด และวินโดว์สโฟน โดยเพียงแค่เล่นเฟซบุ๊กไม่ว่าจะเป็น โพสต์ข้อความ โพสต์รูปภาพ การเช็กอินสถานที่ต่าง ๆ หรือการกดไลค์ ของหน้าไทม์ไลน์ของเพื่อน ผ่าน Buzzebees เพื่อรับแต้มสะสมคะแนนแล้วนำไปแลกสินค้าสิทธิพิเศษบน Buzzebees ที่มีพันธมิตรกว่า 300 ร้านค้าซึ่งเป็นธุรกิจเอสเอ็มอี ในราคาสินค้าแและบริการที่ถูกกว่าท้องตลาดแน่นอน คุณณัฐธิดา เล่าให้ฟังว่า จุดกำเนิดของ Buzzebees นั้นเนื่องจากมองเห็นว่า ในปัจจุบันคนไทยนิยมใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมากกว่าอินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ รวมถึงประเทศไทยติดอันดับ 1 ที่ใช้เฟซบุ๊กมากที่สุดในโลก จึงต่อยอดความคิดว่า “เล่นเฟซบุ๊กให้ได้รางวัล” จึงทำให้เป็นที่มาของการเป็นแอพพลิเคชั่น Buzzebees อย่างภาคภูมิใจ โดยการมีสมาชิกผู้ใช้งานประมาณจำนวน 2 ล้านคน มีอัตราการเข้าชมสูงถึง 20,000 คนต่อ วินาทีในช่วงที่มีการทำโปรโมชั่น คิดเป็นประมาณ 13 ล้านครั้งต่อเดือน จึงนับได้ว่า Buzzebees เป็นแอพพลิเคชั่นที่คิดค้นโดยคนไทยที่จับตามองกระแสพฤติกรรมการใช้งานคนไทยได้สมบูรณ์แบบ และคาดว่าจะมีผู้ใช้งานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม Buzzebees เลือกใช้วินโดว์ส อาชัวร์ ที่เป็นหนึ่งใน คลาวด์ เซอร์วิส สำหรับภาคธุรกิจ ที่มองแล้วว่าสามารถรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากได้ตามความต้องการในเวลาที่พร้อม ๆ กัน ทำงานง่าย และที่สำคัญราคาไม่ต่ำไม่สูงมาก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ Buzzebees เลือกใช้ไมโครซอฟท์ หลีกเลี่ยงกันลงทุนระบบไอทีเอง เนื่องจากมองว่าเทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวหน้า ดังนั้นคลาวด์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ลดกระเป๋าเงินของธุรกิจได้ คุณณัฐธิดา ระบุว่า นอกจากลูกค้าที่เข้ามา Buzzebees แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ร้านค้าที่จะนำมาไว้บน Buzzebees นั้นตอนนี้มีประมาณ 300 ร้านค้า โดยสินค้าและบริการนี้ จะเข้าถึงผู้บริโภคเป็นวงกว้างเนื่องจากอิงกระแสไปพร้อมกับสังคมเฟซบุ๊ก จึงเป็นเหมือนการบอกผ่านปากต่อปากของผู้ใช้งานจริง ๆจากผู้ที่ทำงานให้แก่หน่วยงานราชการ แล้วได้พูดคุยกับเพื่อน จึงจุดประกายความคิดหันเห มาจับธุรกิจมุ่งเป้าสนใจธุรกิจเกี่ยวกับโมบาย จากวันนั้นที่มีพนักงานเพียงแค่ไม่กี่คน ณ วันนี้มีพนักงานแล้วจำนวน 50 คน บางครั้งความสำเร็จไม่ได้มาจากเพียงแค่คิดฝัน แต่อยู่ที่ตัดสินใจลงมือทำ เท่านั้น ดูได้จากเลือดใหม่อย่าง Buzzebees ที่มีอายุเพียงแค่ 1 ขวบเท่านั้น แต่กลับเติบโตสูงเกินคาด.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอพพลิเคชั่นคนไทย Buzzebees – ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ