เดือน: ธันวาคม 2013

  • หุ้นไทยวันที่ 6 ธันวาคม 2556 ปิดลบ 15.06 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 6 ธันวาคม 2556 ปิดลบ 15.06 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 ธ.ค. ดัชนีปรับลดลงทันทีที่เปิดตลาดจากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบอย่างหนักในช่วงบ่ายจนท้ายตลาดตามแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่อาจกลับมาร้อนแรงอีกครั้งหลังกลุ่ม กปปส. ยังคงปักหลักชุมนุมทางการเมืองต่อเนื่องจนกว่าจะได้ชัยชนะรวมถึงนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี)เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ระหว่างวันหุ้นไทยลดลงต่ำสุดที่ 1,355.02 จุด ทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,376.71 จุดจนมาปิดตลาดที่ 1,361.57 จุด ลดลง 15.06 จุด หรือ 1.09% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 30,147.90 ล้านบาท   สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5อันดับแรก 1. เอไอเอส  ปิดที่ 220.00 บาท ลดลง 3.00 บาท 2. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 166.50 บาท ลดลง 1.00 บาท 3. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 155.00 บาท ลดลง 1.00 บาท 4. จัสมิน ปิดที่ 7.75 บาท ลดลง 0.15 บาท 5. ทรู ปิดที่ 9.05 บาทไม่เปลี่ยนแปลง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 6 ธันวาคม 2556 ปิดลบ 15.06 จุด

  • พาณิชย์เตรียมจัดงานมหกรรมสินค้าลดราคาต้อนรับปีใหม่

    พาณิชย์เตรียมจัดงานมหกรรมสินค้าลดราคาต้อนรับปีใหม่

                    นายยรรยงพวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์หารือกับภาคเอกชนในการร่วมกันจัดงานมหกรรมจำหน่ายสินค้าลดราคา ในช่วงเทศกาลกาลปีใหม่เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคและลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นสินค้าโอทอปสินค้าอุปโภค และบริโภคทั่วไปซึ่งสินค้าที่ลดราคาไม่ควรเป็นสินค้าเก่าที่ใกล้หมดอายุ เป็นต้น                สำหรับการจัดงานนั้นอาจเป็นการจัดงานรวมกันเป็นงานใหญ่หรือจัดแยกกันก็ได้ตามความเหมาะสม โดยกรมการค้าภายในก็จะดูแลเรื่องการจัดงานทั่วไปและการจัดธงฟ้าราคาถูก, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศก็จะดูแลเรื่องขอความร่วมมือกับผู้ส่งออกนำสินค้าส่งออกมาจำหน่ายในราคาถูก และสำนักงานปลัดฯ จะดูแลเรื่องของสินค้าโอท็อป  ส่วนห้างสรรพสินค้าก็จะประสานงานให้มีการจัดการจำหน่ายสินค้าโปรโมชั่นมากขึ้น                ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ก็จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในดูแลราคาสินค้าประเภทสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาล โดยจะส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ขนส่งตามสถานีขนส่งทั้งทางรถโดยสาร และรถไฟทั่วประเทศ  เพื่อไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างตั๋วโดยสาร รวมถึงยาดม ยาหม่องและอาหารขบเคี้ยวในระหว่างการเดินทางด้วย                นอกจากนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบสินค้าประเภทของขวัญของชำร่วยที่ประชาชนจะนำมาใช้เป็นของขวัญช่วงปีใหม่เพื่อไม่ให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสปรับราคาในช่วงที่มีความต้องการสูง พร้อมทั้งติดตามการแสดงป้ายราคาสินค้าให้ผู้บริโภครับทราบอย่างละเอียดโดยเฉพาะกระเช้าของขวัญที่มีสินค้าหลายชนิดรวมกัน                ทั้งนี้ในส่วนของประเภทของขวัญในกระเช้านั้นต้องไม่เป็นสินค้าที่หมดอายุน้อยกว่า 3 เดือนและต้องมีการแจ้งราคาของกระเช้าและสินค้าที่อยู่ในกระเช้าด้วย หากไม่มีการปิดป้ายแสดงราคาโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่หากจำหน่ายสินค้าที่สูงเกินความเป็นในทุกประเภทก็จะมีโทษปรับไม่เกิน140,000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 7 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ                “ในปีใหม่นี้กระทรวงพาณิชย์จะให้ความสำคัญในการดูแลราคาสินค้า 3 แนวทางใหญ่ๆคือ การจัดมหกรรมขายสินค้าราคาถูก, การดูแลของขวัญของชำร่วย และการดูแลราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับการเดินทาง  เพื่อจะช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพของประชาชน และที่สำคัญยังสามารถกระตุ้นยอดขายของผู้บริโภคได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เตรียมจัดงานมหกรรมสินค้าลดราคาต้อนรับปีใหม่

  • สศอ.เล็งผลักดันเอสเอ็มอีแฟชั่นลงทุนเพื่อนบ้าน

    สศอ.เล็งผลักดันเอสเอ็มอีแฟชั่นลงทุนเพื่อนบ้าน

    นายสมชายหาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)  เปิดเผยว่า ขณะนี้ สศอ.อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการย้ายฐานการผลิตให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  ประเภทอุตสาหกรรมแฟชั่น  ที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และอัญมณีเครื่องประดับ ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากอุตฯกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงงาน 300 บาท ทำให้กำไรลดลงมาก โดยโครงสร้างต้นทุน และกำไรต่อยอดขายสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เหลือ 1.9 % ลดลงจาก6.8%  และยังสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(จีเอสพี) ของประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากไทยถูกตัดสิทธิซึ่งจะทำให้ต้นทุนผู้ประอบการลดลง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันได้ ทั้งนี้หากผลการศึกษาแล้วเสร็จ สศอ.จะนำมาเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใช้ตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนไปลงทุน เช่น รูปแบบทางเลือกที่เหมาะสม รูปแบบการลงทุน การร่วมทุนหาพันธมิตร  พร้อมคู่มือแนวปฏิบัติ  ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประอบการอุตฯ แฟชั่น  ขนาดใหญ่ หลายแห่งได้ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้วหลายราย  นอกจากนี้ในปี57 สศอ.จะผลักดันโครงการต่างๆภายใต้งบประมาณ 21 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุต ฯ แฟชั่น เช่น โครงการพัฒนาการรวมกลุ่มเครือข่ายอุตสาหกรรมแฟชั่น และรูปแบบการเชื่อมโยงเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจร ซึ่งจะทำให้เกิดรูปแบบการเชื่อมโยงเครือข่ายรูปแบบใหม่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นครบวงจรอยู่ในกลุ่มเดียวกันที่ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้าเครื่องหนัง รองเท้า และเครื่องประดับรวมทั้งจะดำเนินโครงการศูนย์สารสนเทศอัจฉริยะอุตสาหกรรมแฟชั่นซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมีแหล่งข้อมูลเชิงลึกที่สมบูรณ์ นำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์วางแผน และกำหนดกลยุทธ์ให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศอ.เล็งผลักดันเอสเอ็มอีแฟชั่นลงทุนเพื่อนบ้าน