เดือน: ธันวาคม 2013

  • เปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 4 วันที่ 11 ธ.ค.56

    เปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 4 วันที่ 11 ธ.ค.56

    นายชัชวาลย์บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวงเปิดเผยว่า วันที่ 11ธ.ค.56สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพ4เชียงของ– ห้วยทราย ร่วมกับ นายบุนยังวอละจิตรองประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในการนี้ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการมิตรภาพไร้พรมแดนของกรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องณ อาคารด่านพรมแดน สะพานมิตรภาพ4ฝั่งไทยจังหวัดเชียงราย โดยมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลรายงานพร้อมด้วยหน่วยงานจากภาครัฐเอกชน พ่อค้า ประชาชนและแขกผู้มีเกียรติเฝ้ารอรับเสด็จและเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก“สะพานมิตรภาพ4 เชียงของ– ห้วยทรายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งของประเทศไทยลาว และจีนเข้าด้วยกันภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง(จีเอ็มเอส)ซึ่งรัฐบาลไทยรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย(ADB)ได้ร่วมกันดำเนินการขึ้นโดยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ4รัฐบาลไทยโดยกระทรวงคมนาคมจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างครึ่งหนึ่ง1,569.4ล้านบาทส่วนอีกครึ่งหนึ่งรัฐบาลจีนเป็นผู้ให้การสนับสนุนร่วมรับผิดชอบ” สำหรับสะพานมิตรภาพ4เชียงของ-ห้วยทรายตั้งอยู่ในพื้นที่ฝั่งไทยที่บ้านดอนมหาวันตำบลเวียง อำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย และบ้านดอนเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้วสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวสะพานมิตรภาพ4เชียงของ-ห้วยทรายมีความยาว 1.2กิโลเมตรลักษณะงานประกอบด้วย 4ส่วนได้แก่ ส่วนที่ 1ถนนฝั่งไทยเป็นถนนลาดยางขนาด 4ช่องจราจรเขตทางกว้าง 60เมตรระยะทาง 5กิโลเมตรส่วนถนนในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นถนนลาดยางขนาด 2ช่องจราจรเขตทางกว้าง 50เมตรระยะทาง 6กิโลเมตรส่วนที่2สะพานข้ามแม่น้ำโขง เป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงขนาด2ช่องจราจรพร้อมทางเท้าทั้ง 2ข้างความกว้างสะพานรวม 14.70เมตรความยาวสะพานช่วงข้ามแม่น้ำโขง480เมตรและสะพานต่อเนื่องบนบกในประเทศไทยอีก150เมตรรวมทั้งสิ้น 630เมตรมีตอม่อในแม่น้ำโขง 4ตอม่อส่วนที่ 3ด่านพรมแดนฝั่งไทยและฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวซึ่งรวมพื้นที่สำหรับการตรวจปล่อยร่วมกันณ จุดเดียว และส่วนที่ 4จุดเปลี่ยนทิศทางการจราจรในฝั่งไทยซึ่งอยู่ระหว่างด่านพรมแดนไทยกับสะพานข้ามแม่น้ำโขง“สะพานมิตรภาพไทย-ลาว”เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างไทยและลาวโดยมีการก่อสร้างแล้วเสร็จ4แห่งประกอบด้วย สะพานมิตรภาพ(หนองคาย-เวียงจันทน์)สะพานมิตรภาพ2(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)สะพานมิตรภาพ3(นครพนม-คำม่วน)และสะพานมิตรภาพ4(เชียงของ-ห้วยทราย)สะพานมิตรภาพทั้ง4แห่งจึงเป็นอีกปัจจัยในการเสริมสร้างศักยภาพไทย– ลาว ในอาเซียนและส่งเสริมบทบาทของอาเซียนในเวทีโลกท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 4 วันที่ 11 ธ.ค.56

  • ราคาทองคำ 7 ธ.ค. 56 ปรับครั้งที่ 1 คงที่

    ราคาทองคำ 7 ธ.ค. 56 ปรับครั้งที่ 1 คงที่

    วันที่ 7 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:25 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยราคาคงที่จากเดิม ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,250 บาท รับซื้อ 18,480.04 บาท ทองแท่งขายบาทละ 18,850 บาท รับซื้อ 18,750 บาท ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1  คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,250 บาท รับซื้อ 18,480.04 บาท ทองแท่งขาย 18,850 บาท รับซื้อ 18,750 บาท เวลา 09:25 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 7 ธ.ค. 56 ปรับครั้งที่ 1 คงที่

  • กรมสรรพสามิตสั่งค่ายรถส่งหนังสือถึงลูกค้า

    กรมสรรพสามิตสั่งค่ายรถส่งหนังสือถึงลูกค้า

    นายสมชายพูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่าจากการหารือกับผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ ยอมรับว่ามีปัญหาประชาชนทิ้งใบจองในโครงการรถคันแรก แต่คงไม่ถึง 130,000 รายตามที่มีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้  เนื่องจากประชาชนบางรายยังอยู่ระหว่างรับรถยนต์ หรือลูกค้าบางรายจองซื้อรถยนต์ไว้กับหลายค่าย ดังนั้นเมื่อค่ายไหนพร้อมส่งมอบรถยนต์ก่อนก็ทำให้เกิดการทิ้งใบจองในส่วนที่เหลือ นอกจากนี้ยังพบว่า บางรายเห็นว่าการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายของค่ายรถยนต์รายนั้นน่าสนใจกว่าและได้รับส่วนลดมากกว่าก็จะไปใช้บริการ ประกอบกับเศรษฐกิจของประเทศที่อยู่ในช่วงชะลอตัวอาจทำให้ประชาชนยังไม่พร้อมที่จะมีรถยนต์ เนื่องจากจะทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ซึ่งเบื้องต้นได้ขอให้ผู้ประกอบการรถยนต์รายใหญ่ส่งหนังสือถึงประชาชนที่จองรถยนต์ให้รีบมาดำเนินการรับมอบรถยนต์ภายใน30 วัน โดยหากเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการทันที “ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่ายอดทิ้งใบจองมีทั้งหมดเท่าไรเพราะต้องรอประชาชนมารับมอบรถยนต์ก่อนถึงจะมาคำนวณได้ว่าตัวเลขการทิ้งใบจองที่แท้จริงมีกี่ราย คาดว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนในต้นปีหน้า อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาประเมินเบื้องต้นว่ายอดทิ้งใบจองโครงการจะไม่เกิน 10%ของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 1.2 ล้านราย สำหรับประชาชนที่ทำผิดเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการในช่วงที่ผ่านมานั้น ได้เรียกเงินคืนจากประประชาชนที่ใช้สิทธิไปแล้วประมาณ 100-200 ราย  เนื่องจากบางรายต้องการเปลี่ยนรถยนต์รุ่นใหม่และบางรายผ่อนต่อไปไม่ไหวจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยรวมทั้งได้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดี 3-4 ราย เนื่องจากทำผิดเงื่อนไขโครงการ และไม่ยอมคืนเงินที่ได้รับมอบไปก่อนหน้านี้100,000 บาทให้กับรัฐ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมสรรพสามิตสั่งค่ายรถส่งหนังสือถึงลูกค้า