รายงานข่าวจากแคสเปอร์สกี้ แลป แจ้งว่า เนื่องจาก เดือนธันวาคมเป็นเดือนแห่งเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และเป็นช่วงที่มัลแวร์ระบาดอย่างหนักที่สุดของปี ซึ่งแคสเปอร์สกี้ แลป ได้ตรวจพบโทรจัน เนเวอร์เควส ( Neverquest ) ที่พุ่งเป้าโจมตีระบบการรักษาความปลอดภัยออนไลน์แบงค์กิ้งของธนาคารทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ ร้ายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใช้งานระยะไกล การโจมตีทางเว็บและโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทั้งนี้แคสเปอร์สกี้ แลป ได้บันทึกการพยายามโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการใช้งานออนไลน์แบงค์กิ้งได้หลายพันครั้ง นายเซอร์เจย์ โกโลวานอฟ นักวิจัยด้านความปลอดภัย แคสเปอร์สกี้ แลป กล่าวว่า จากที่ได้รวบรวมข้อมูลจากหลายๆ เคสที่เกี่ยวข้องกับการคิดค้นและเพิ่มจำนวนมัลแวร์เพื่อขโมยข้อมูลเว็บไซต์ของธนาคาร ได้พบช่องโหว่มากมายในตลาดมืด พร้อมเทคโนโลยีคุกคามใหม่ๆ ซึ่งเนเวอร์เควสถือเป็นภัยคุกคามที่สำคัญตัวหนึ่ง ที่พยายามจะโค่นแชมป์ภัยรุ่นพี่อย่างซุส (ZeuS) และคาร์เบิร์บ (Carberp) ทั้งนี้เนเวอร์เควส จะขโมยยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดของบัญชีธนาคารและสถาบันการเงิน เมื่อผู้ใช้งานเปิดเว็บไซต์ทางการเงินทั้ง 28 แห่งที่แฮกเกอร์วางสคริปต์พิเศษไว้ในไออี และไฟร์ฟอกซ์ ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้มัลแวร์สามารถควบคุมการเชื่อมต่อเบราเซอร์ด้วยเซิร์ฟเวอร์ที่แฮกเกอร์จัดเตรียมไว้ นอกจากนี้มัลแวร์จะพัฒนาโค้ดเพื่อฝังตัวเองในเว็บไซต์ธนาคารอื่นๆ เพื่อเพิ่มจำนวนเว็บไซต์ที่ต้องการจารกรรมเงินและข้อมูล
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แคสเปอร์สกี้เตือนภัยโทรจันรุกหนักส่งท้ายปี
เดือน: ธันวาคม 2013
-

แคสเปอร์สกี้เตือนภัยโทรจันรุกหนักส่งท้ายปี
-

ยอดเก็บภาษีสรรพสามิตวูบ
นายสมชายพูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การจัดเก็บภาษีอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะเครื่องดื่มทั้งแอลกอฮอล์ และสุราลดลง เป็นผลมากเหตุการณ์ทางการเมืองทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมากจึงทำให้ฐานภาษีดังกล่าวได้รับผลกระทบไปด้วยเพราะปกติในเดือนพ.ย.-ม.ค.เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น และการเก็บภาษีเฉลี่ยต่อเดือนจะอยู่ที่ 30,000ล้านบาท สำหรับแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิต ในปีงบประมาณ 57 อยู่ที่ 463,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างเต็มที่มีการหารือกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่องถึงแนวโน้มของธุรกิจในแต่ละประเภทว่ามีทิศทางเป็นอย่างไรบ้างซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี จึงเชื่อว่าการเก็บรายได้ยังเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ส่วนความขัดแย้งทางการเมืองจนทำให้มีการปิดสถานที่ราชการสำคัญ โดยเฉพาะกระทรวงการคลังนั้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรมฯ มากนัก โดยทุกส่วนยังดำเนินงานได้แต่อาจไม่เต็มศักยภาพ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องอินเตอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนกรณีที่นักวิชาการและสถาบันการศึกษาหลายแห่งเสนอแนะให้รัฐบาลมีการปรับเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจากปัจจุบันอยู่ที่ 0.005 บาทต่อลิตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลนั้น เป็นเรื่องของนโยบายฐบาล ซึ่งกรมฯมีหน้าที่ดำเนินการตามนโยบายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ภาษีฯ น้ำมันดีเซลจัดเก็บในอัตรา5.31 บาทต่อลิตรและหลังจากที่ลดลงมาเหลือ 0.005 บาทต่อลิตรทำให้รายได้หายไป 9,000ล้านบาท แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่าแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ2557 (ต.ค.-พ.ย. 56) ลดลง 2,000 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้30,000 ล้านบาท เนื่องจากจากเก็บภาษีรถยนต์ที่ชะลอลงเพราะสิ้นสุดโครงการรถคันแรก และการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่ทำได้ต่ำกว่าคาดการณ์ไว้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดเก็บภาษีสรรพสามิตวูบ -

“สุภิญญา”จ่อเปิดรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติประมูลทีวี
วันนี้(8ธ.ค.) นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้(9 ธ.ค.) ที่ประชุมกสท.จะมีการพิจารณารายงานผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ ในระบบดิจิทัลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ ภายหลังจากที่สำนักงาน กสทช. ได้เปิดให้ผู้ประกอบการยื่นแบบคำขอรับใบอนุญาตด้วยวิธีการประมูล ระหว่างวันที่ 28 – 29 ต.ค. ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 29 บริษัท 41 แบบคำขอ แบ่งเป็น หมวดหมู่เด็ก เยาวชน และครอบครัว จำนวน 6 บริษัท หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ 10 บริษัท หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดปกติ (เอสดี) 16 บริษัท และ หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง (เอชดี ) 9 บริษัท ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้มอบหมายให้ศูนย์บริการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมตรวจสอบคุณสมบัติเงื่อนไขการเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ของผู้รับใบอนุญาตนอกจากนี้จะได้หารือขอความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสถานีโทรทัศน์ ในสถานการณ์ที่มีการประกาศพื้นที่ที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หลังจากเกิดสถานการณ์การเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ที่ส่งผลต่อการประกอบกิจการรวมถึงสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนทั้งด้านวิทยุและโทรทัศน์ และพิจารณาหนังสือของคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข(กปปส.) ถึงกรณีที่รัฐบาลแทรกแซงสื่อมวลชนของรัฐทำให้ไม่สามารถรายงานข่าวอย่างเป็นกลางได้ “วันจันทร์นี้เรื่องที่สำคัญที่สุดหนีไม่พ้นสถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็น ศอ.รส. และ กปปส. ได้ร้องเรียนมายังกสทช. ถึงการทำหน้าที่ของสื่อ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า บอร์ดกสท. ควรจะมีแนวทางเพิ่มเติม หลังจากที่ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือผู้ประกอบการสถานีแล้ว น่าจะเชิญผู้ที่ทำหน้าที่สำคัญในสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีและดาวเทียม มาหารือถึงกรอบกติกา จรรยาบรรณ เพื่อที่จะไม่เผยแพร่ข่าวสารข้อมูลที่นำไปสู่การยั่วยุ เพื่อสร้างความเกลียดชังและความรุนแรงต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะการพูดคุยกับสื่อของรัฐที่ต้องยึดหลักการเปลี่ยนผ่านเป็นสื่อบริการสาธารณะในระบบใบอนุญาต ของ กสทช.ในอนาคต ควรทำหน้าที่เป็นกลางและเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม” น.ส.สุภิญญา กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “สุภิญญา”จ่อเปิดรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติประมูลทีวี