เดือน: ธันวาคม 2013

  • ครม.ผ่านร่างลงทุน6ประเทศน้ำโขง 1.6 ล้านล้าน

    ครม.ผ่านร่างลงทุน6ประเทศน้ำโขง 1.6 ล้านล้าน

    รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมครม.ได้อนุมัติแผนปฏิบัติการลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง6 ประเทศ เป็นกรอบการลงทุนทั้งหมด 7 สาขา วงเงินรวม 51,195.30 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือประมาณ1.63 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมีโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานมากที่สุดถึง 55 โครงการ มูลค่าประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท เป็นส่วนการลงทุนของประเทศไทยจำนวน1,046.9 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 33,472 ล้านบาท ขั้นตอนต่อไปจะเสนอให้ที่ประชุมระดับรัฐมนตรี 6 ประเทศลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 19 ซึ่งจะประชุมในวันที่ 11ธ.ค.นี้ ที่กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)พิจารณาอนุมัติร่างแถลงการณ์ร่วมต่อไป สำหรับโครงการลงทุนที่สำคัญของประเทศไทยคือ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่-กาญจนบุรี มูลค่าลงทุน 300 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ,โครงการปรับปรุงถนนบริเวณด่านแม่สอด เชียงของ และโครงการรถไฟ เชื่อมเมืองชายแดน ,โครงการลงทุนด้านพลังงาน รวม 13โครงการ เป็นโครงการลงทุนของไทย 295.3 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ,โครงการลงทุนด้านการเกษตรรวม 13 โครงการมูลค่าลงทุนรวม 1,275 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ  รวมทั้งโครงการลงทุนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม13 โครงการ เป็นของไทย 245.3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ,โครงการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ 18 โครงการ เป็นของไทย14.25 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ,โครงการลงทุนด้านการพัฒนาเมือง8 โครงการ เป็นของไทย 1.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ,โครงการลงทุนสาขาท่องเที่ยว 9 โครงการ เป็นของไทย 53.25ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ โครงการลงทุนเพื่ออำนวยความสะดวกด้านคมนาคมและการค้า10 โครงการ เป็นของไทย 13 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ,การลงทุนด้านไอซีที 3 โครงการเงินลงทุนรวม 628.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นของ 65 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ และการลงทุนในสาขาอื่นๆ รวม 161.2 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตามสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นว่า ตามแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวมีสาระสำคัญที่เป็นการแสดงความชื่นชมถึงความร่วมมือระหว่างกันพร้อมทั้งรับทราบผลการดำเนินงานที่สำคัญของแผนงานจีเอ็มเอส ในการประชุมครั้งที่ 18 ที่เห็นชอบการจัดทำกรอบแผนการลงทุนในภูมิภาค เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงขณะที่แผนปฏิบัติการ ยังมีสาระสำคัญที่กำหนดแนวทางและกรอบการลงทุนในระดับภูมิภาคในภาพรวมด้วยโดยเอกสารดังกล่าว ยังไม่มีการลงนาม และไม่ได้ใช้ถ้อยคำบังคับ แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มุ่งให้เกิดผลผูกพันระหว่างกันตามกฎหมายระหว่างประเทศจึงไม่เข้าลักษณะเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ครม.ผ่านร่างลงทุน6ประเทศน้ำโขง 1.6 ล้านล้าน

  • จัดเก็บภาษีกรมศุลกากร2เดือนแรกพลาดเป้า

    จัดเก็บภาษีกรมศุลกากร2เดือนแรกพลาดเป้า

    นายราฆพ  ศรีศุภอรรถ  อธิบดีกรมศุลกากร  เปิดเผยว่า  ยอดการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 57  (ต.ค.56-พ.ย.56)  ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ประมาณ 3,000 ล้านบาทหรือลดลงประมาณ 13-14% จากเป้าหมายที่วางไว้  เป็นผลมาจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของผู้ประกอบการลดลง ประกอบกับผู้นำเข้าบางรายใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี เช่น การเปิดเสรีทางการค้าหรือเอฟทีเอ   และบางรายใช้สิทธิความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น หรือเจเทปป้า  ซึ่งมีผลในวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา รวมทั้งกรมฯได้คุมเข้มการนำเข้ารถยนต์หรูของผู้นำเข้าอิสระหรือเกรย์มาเก็ต ทำให้การจัดเก็บภาษีลดน้อยลง “ที่ผ่านมาผู้ประกอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีน้อย แต่เมื่อเห็นว่าผู้ประกอบการรายอื่นทำแล้วได้ผลและทำให้ต้นทุนการดำเนินงาน ลดลงก็หันมาใช้สิทธิประโยชน์ภาษีกันมากขึ้น  ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 50-60% ของสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนแนวทางการเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีในเบื้องต้นนั้น จะช่วยกรมสรรพากร และสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าที่ส่งออกและนำเข้าว่าถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ขณะที่กรมศุลกากรเร่งปราบปรามชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ที่ห้ามนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น โครงรถยนต์หรืออะไหล่มือ 2 เป็นต้น เพื่อทดแทนรายได้ที่หายไป” นอกจากนี้จากปัญหาสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่ยุติ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวและทำให้การนำเข้าสินค้าลดลงส่งผล ต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ เช่นกัน  โดยเบื้องต้นมีการประเมินว่าในช่วงไตรมาส 1/57 (ต.ค.56-ธ.ค.56) การจัดเก็บรายได้ลดลงประมาณ 10% และถ้าในช่วงต้นปี 57 หรือประมาณเดือนม.ค.57 ถ้าการเมืองยังไม่ยุติอาจทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงอีกในไตรมาส 2/57  และส่งผลให้ทั้งปีการจัดเก็บรายได้เฉลี่ยทั้งปีลดลง 10% ยกเว้นว่าการเมืองยุติอาจทำให้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังกลับมาฟื้นตัวจะ ช่วยดึงความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และนักท่องเที่ยวกลับคืนมาเหมือนเดิมอาจทำให้การจัดเก็บภาษีได้ตามเป้าที่วางไว้  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดเก็บภาษีกรมศุลกากร2เดือนแรกพลาดเป้า

  • ก หรือ ข เอหรือบี – 1001

    ก หรือ ข เอหรือบี – 1001

    อาทิตย์ที่ผ่านมา ต้องเรียกได้ว่า พลเมืองไซเบอร์ปั่นป่วนกันไม่น้อย ไล่เรียงตั้งแต่เหตุการณ์ปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์ เน็ตจากเหตุการณ์ที่ CAT บางรัก พร้อมกับมีข่าวลวง ข่าวจริง เรื่องอื่น ๆ  เต็มไปหมด ขณะที่ผมเขียนต้นฉบับนี้ เป็นช่วงบ่ายวันอังคารซึ่งเหตุการณ์ต่าง ๆ เริ่มชัดเจนและผ่อนคลายลงไปมากพอสมควรแล้ว และผมหวังว่า ในขณะที่ท่านผู้อ่านกำลังอ่านเรื่องนี้อยู่ จะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้นอีกนะครับ วันนี้ผมมีเรื่องสนุก ๆ มาถามท่านผู้อ่านสองเรื่อง เรื่องแรก ผมได้แนวคิดมาจากการฟังบรรยายจาก อ.ธงชัย โรจน์กังสดาล ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาฯ การบรรยายครั้งนั้นมีหลายเรื่องราว แต่ที่ผมหยิบมาวันนี้เป็นแค่เรื่องที่เหมาะกับบรรยากาศข่าวจริง ข่าวลวง ในช่วงนี้เป็นอย่างมาก ถ้าท่านผู้อ่านเห็นประโยคว่า ฉันนั่งรถไปเขาใหญ่กับพ่อ พร้อมกับแม่และน้องสาวŽ ท่านผู้อ่านจะเข้าใจว่าอะไรครับ ก. คุณพ่อขับรถพาพวกเราอันประกอบด้วยฉัน คุณแม่ และน้องสาวไปด้วยกัน หรือ ข. ฉันกำลังนั่งรถบัสไปเที่ยวกันกับคุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาว หรือ ค. คุณพ่อขับรถคันหนึ่ง ฉันนั่งไปด้วย ส่วนคุณแม่ขับรถพาน้องสาวไปอีกคันหนึ่ง หรือ ง. คุณพ่อกำลังซิ่งมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไปโดยมีฉันซ้อนท้ายอยู่ ส่วนคุณแม่กำลังซิ่งบิ๊กไบค์อีกคันหนึ่งพาน้องสาวไปพร้อม ๆ กัน หรือ จ. ฉ. ช. ซ. อีกมากมาย สำหรับคนที่ไปเที่ยวกับครอบครัวบ่อย ๆ ด้วยรถคันเดียวกัน ก็คงจะตอบข้อ ก. หรือ ข. ส่วนขาซิ่งบิ๊กไบค์อาจตอบข้อ ง. เห็นไหมครับ การที่เราตีความหมายของประโยค ภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอ ไปแบบใดแบบหนึ่ง มันขึ้นกับความเชื่อหรือประสบการณ์ก่อนหน้าของเราครับ ส่วนจะเปลี่ยนความเชื่อก่อนหน้าของเราหรือใครได้อย่างไรนั้น ทำได้ยากเหลือเกิน จำเป็นต้องมีการรับรู้ข้อมูลมากขึ้น จนถึงจุดที่สามารถเปลี่ยนความเชื่อของคนได้ คราวนี้ เราลองมาดูเรื่องที่สองกันบ้าง เรื่องนี้มีอยู่ว่า ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังหวาดกลัวการไล่ฆ่าอย่างบ้าเลือดของแก๊งโจรกลุ่มหนึ่ง ในขณะที่ชาวบ้านกำลังซ่อนตัวอย่างหวาดกลัวในกระท่อมหลังหนึ่ง ก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านนอกว่า พวกเรา จอมโจรเอผู้ยิ่งใหญ่ บุกเข้าไป บุกเข้าไป ฆ่าพวกบีให้หมดสิ้นŽ แต่แล้วอยู่ดี ๆ พวกแก๊งโจรเหล่านั้นก็เกิดถอนตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถ้าชาวบ้านมาเล่าเหตุการณ์แบบนี้ให้ฟัง เรียกว่า ฟังจากเป็นผู้ประสบเหตุโดยตรงเลยทีเดียว (ไม่ใช่ เพื่อนที่เป็นหมอ แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกฯ หรือนายทหารท่านหนึ่งที่เชื่อถือได้) ท่านจะเชื่อว่าโจรร้ายด้านนอกกระท่อมนั้น เป็นใคร ก. จอมโจรเอ เพราะประกาศตัวขนาดนั้นต้องเป็นจอมโจรเอแน่นอน ข. จอมโจรบี เพราะ อยากใส่ร้ายจอมโจรเอ จึงประกาศหลอกชาวบ้านว่าตัวเองเป็นจอมโจรเอ หรือ ค. มือที่สาม ที่อยากเป็นใหญ่ ต้องการใส่ร้ายจอมโจรเอว่าเป็นจอมโจรไร้คุณธรรม ผมเชื่อว่า เมื่ออ่านถึงเรื่องที่สอง ท่านผู้อ่านคงพอจะเดาได้ว่า คงตอบข้อใดไม่ได้เลย ยิ่งในสถานการณ์ที่ต้องการให้ข่าวสารผิด ๆ กระจายอย่างรวดเร็ว ยิ่งเชื่อถือไม่ได้ เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ปั่นหัวพลเมืองไซเบอร์ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาครับ ผมหวังว่า หลังจากที่ท่านได้อ่านบทความนี้จบลง การจะแชร์ ชอบ หรือ เชื่อ ข้อความ รูปภาพ หรือ เรื่องราวใด ๆ จะเป็นไปอย่างมีสติและระมัดระวังการตกเป็นเครื่องมือมากขึ้น ท้ายที่สุดนี้ ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุขและไม่ตกเป็นเหยื่อการปั่นหัวของผู้ประสงค์ร้ายกันทุกคนครับ. สุกรี สินธุภิญโญ (sukree.s@chula.ac.th) ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ก หรือ ข เอหรือบี – 1001