เดือน: ธันวาคม 2013

  • เดินหน้าขายข้าว

    เดินหน้าขายข้าว

         นายสุรศักดิ์เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยถึงความคืบหน้าการขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่า ขณะนี้กรมฯอยู่ระหว่างการเจรจาขายข้าวจีทูจีให้กับหลายประเทศ เช่น อิรัก อิหร่านอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น แต่มีความเป็นไปได้ที่จะขายให้กับอินโดนีเซียเพราะมีความต้องการจำนวนมากถึง 600,000 ตัน ซึ่งเป็นข้าวขาว 15% ส่วนอิหร่านน่าจะขายข้าวขาวให้อีก 250,000 ตัน  ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ แม้ว่าเพิ่งจะมีการประมูลนำเข้าข้าวขาว500,000 ตันไปและเวียดนามชนะการประมูลด้วยราคาต่ำกว่าไทยมากแต่ในอนาคตไทยยังมีโอกาสที่จะขายข้าวให้กับฟิลิปปินส์ได้อีก                 นอกจากนี้ภายในเดือนธ.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดประมูลข้าวเป็นการทั่วไปอีกประมาณ 200,000-300,000 ตันและจะเปิดประมูลผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรแห่งประเทศไทย (เอเฟต)ในปริมาณใกล้เคียงกัน เพื่อระบายข้าวออกจากสต๊อก และนำเงินมาส่งคืนกระทรวงการคลังโดยคาดว่า ภายใน 2 เดือนคือตั้งแต่เดือนธ.ค.56-ม.ค.57จะนำเงินส่งคืนคลังได้อีกประมาณ 25,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่คาดในเดือนต.ค.-ธ.ค.56 จะคืนเงินได้ราว 30,000 ล้านบาท             นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่าขณะนี้กำลังเจรจาขายข้าวรัฐต่อรัฐ(จีทูจี)กับอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์  น่าจะได้ข้อสรุปในปีนี้และยังเดินหน้าในการเปิดเจรจาขายข้าวในสต็อกรัฐบาล ซึ่งมีเหลือไม่มากนักแม้จะมีสต็อก 16 ล้านตันแต่กว่าครึ่งหรือ 8 ล้านตัน ก็มีภาระผูกพันไว้แล้ว อีก 8ล้านตัน ส่วนนี้ก็เป็นต้นข้าวเพียง 5 ล้านตัน ซึ่งโครงการรับจำนำข้าวนาปี 56/57ปรับให้โรงสีสีแปรข้าวเปลือกส่งมอบเฉพาะต้นข้าวสาร ไม่ต้องส่งปลายข้าวและรำข้าวก็จะทำให้ปริมาณข้าวเข้ารัฐไม่มาก  แนวโน้มความต้องการข้าวโลก มีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 57และมั่นใจหากไม่มีปัญหาขัดแย้งในประเทศเชื่อว่าสต็อกข้าวที่เหลือจะมีภาระผูกพันเกือบหมด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เดินหน้าขายข้าว

  • มอเตอร์เอ็กซ์โปลดเป้ายอดจอง

    มอเตอร์เอ็กซ์โปลดเป้ายอดจอง

    นายขวัญชัยปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 30หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป2013เปิดเผยว่าได้ปรับตัวเลขยอดจองรถในงานลงเดิมตั้งเป้าหมายที่50,000คันเหลือ40,000คันส่วนจำนวนผู้เข้าชมงานนั้นเดิม1.6ล้านคนเหลือ 1.2-1.3ล้านคนการปรับตัวเลขลดลงเนื่องจากผลกระทบทางการเมืองที่ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจลดลงและชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปซึ่งต้องจับตาดูสถานการณ์ต่อไปว่าจะรุนแรงต่อเนื่องไปถึงเมื่อใดแต่ยังคาดหวังว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของงานที่มีวันหยุดต่อเนื่องยอดจองจะมีเข้ามาเพิ่มอีกเพราะยอดจองจะสูงในช่วงท้ายงานเป็นเช่นนี้ทุกปีสำหรับยอดจองรถยนต์ในงานระหว่างวันที่29พ.ย.-4ธ.ค.รวม6วันมียอดขายรวม 14,459คันโดย 5อันดับแรกคือ โตโยต้า 2,889คันฮอนด้า 2,441คันนิสสัน 1,642คันอีซูซุ 1,638คันและมิตซูบิชิ 1,255คันส่วนรถหรู เช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์429คันบีเอ็นดับเบิลยู 284คันวอลโว่ 79คันปอร์เช่ 7คันเลกซัส 31คัน ส่วนรถค่ายอื่นๆ ฟอร์ด1,036คันมาสด้า 966คันเชฟโรเลต 371คันซูซูกิ 362คันฮุนได 339คันเป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มอเตอร์เอ็กซ์โปลดเป้ายอดจอง

  • แฮชเทค #WeloveKingTh อันดับ 1 บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก

    แฮชเทค #WeloveKingTh อันดับ 1 บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก

    วันนี้ (5 ธ.ค.) เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก อาทิ เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ได้มีการเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ส่วนตัว และอัพภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีต่อในหลวง และในเช้าวันที่ 5 ธ.ค.ถือเป็นวันพ่อแห่งชาติ ที่คนไทยจะทำความดีถวายแด่ในหลวงในลักษณะแตกต่างกันไป แต่บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก สิ่งที่นิยมที่สุดคือการแสดงความรักผ่านสังคมออนไลน์นายชีพธรรม ไตร คำวิเศษ ผู้อำนวยการหลักสูตรโซเชียลมีเดีย กล่าวว่า หากจะนับว่าจำนวนประชาชนทั่วโลกมีการอัพรูปภาพ และแสดงความรักต่อในหลวงจำนวนเท่าไหร่นั้น คงไม่สามารถนับได้ เพราะบางคนอาจมีการอัพโหลดในหลายๆ ภาพและหลายข้อความในวันเดียว แต่ในส่วนของการนับจำนวนการติดแฮชเทค (#hashtag) ยังพอจะคำนวนได้ทั้งนี้ การแฮชเทค ถือเป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมของผู้คนในสังคมออนไลน์ให้เข้ามาติดตามความสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจในสถานการณ์ขณะนั้น โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะพบว่าประชาชนชาวไทยนิยม แฮชเทคเกี่ยวกับในหลวงจำนวนมาก เนื่องจากผู้ใช้งานหลาย 100 ล้านคน จะแชร์เรื่องราว แสดงความเห็นกันบนเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ให้กับเพื่อนๆ บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก”ในกระแสทวิตเตอร์ยิ่งในวันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปีจะมีการแสดงความคิดเห็นและแสดงความรักต่อในหลวง โดยยิ่งเป็นดาราหรือคนมีชื่อเสียงที่มีคนติดตามหลัดแสนหลักล้านคน เมื่อมีการติดแฮชเทคเกี่ยวกับข้อความ #WeloveKingTh กลุ่มคนที่ติดตามก็จะเห็นแฮชเทคดังกล่าวเช่นกัน และเมื่อทุกคนมีการแฮชเทคข้อความเดียวกันการแสดงออกทางความคิดเห็นก็จะไปรวมอยู่ในกลุ่ม #WeloveKingTh ด้วย” นายชีพธรรม กล่าวสำหรับข้อมูลการติดแฮชเทค ได้อิงอันดับการติดแฮชเทคของประเทศจากเว็บไซต์ www.zanroo.com และ www.lab.in.th/thaitrend เวลา 14.30 น.วันนี้ (5 ธ.ค.) ประกอบด้วยสูงสุดอันดับ 1 คือ #WeloveKingTh อยู่ที่ 210,169 ครั้ง #ทรงพระเจริญ สูงสุดอันดับ 2 อยู่ที่ 82,064 ครั้ง #LongLiveTheKing อยู่ที่ 47,413 ครั้ง และ #WeLoveKingThailand อยู่ที่ 37,079 ครั้งตามลำดับ โดยมีการทวิตเตอร์ผ่าน ไอโฟนสูงสุดที่ 36.41% และแอนดรอยด์ที่ 18.80%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แฮชเทค #WeloveKingTh อันดับ 1 บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก