เดือน: ธันวาคม 2013

  • “เดลล์” เปิดตัว “เดลล์ พรีซิชั่น M3800”

    “เดลล์” เปิดตัว “เดลล์ พรีซิชั่น M3800”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดลล์ เปิดตัว เดลล์ พรีซิชั่น M3800 โมบายล์ เวิร์คสเตชั่นขนาด 15 นิ้ว ที่ทรงพลัง บาง และเบาที่สุด ด้วยการผสานการออกแบบที่สวยงามเข้ากับรูปทรงขนาดบางและพร้อมด้วยสมรรถนะของเวิร์คสเตชั่น เดลล์ได้มอบระบบที่แข็งแกร่งสำหรับวิศวกร และผู้ผลิตดิจิทัล คอนเทนท์ที่กำลังมองหาเครื่องที่สามารถพกพาได้ ทรงพลัง พร้อมการดีไซน์ที่มีสไตล์ เหมาะสมกับภาพลักษณ์ และสภาพแวดล้อมในการทำงานมร.จอน เพดดี รีเสิร์ช ประธาน เดลล์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้เห็นเดลล์ พรีซิชั่น M3800 อัลทรา-ธิน โมบายล์เวิร์คสเตชัน แหมือนกับการตกหลุมรักอีกครั้ง ตัวเครื่องมีทุกอย่างที่ต้องการสำหรับโน้ตบุ๊คที่ทรงพลังเครื่องหนึ่ง พร้อมทั้งซูเปอร์ โพรเซสเซอร์ และ GPU จอขนาดใหญ่พร้อมความละเอียดสูง น้ำหนักเบา มีช่อง I/O จำนวนมาก พร้อมสปีคเกอร์ และกล้องที่ทรงประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องรุ่น M3800 ไม่จำเป็นที่จะต้องสละสมรรถนะการทำงานของตัวเครื่องให้กับโมบิลิตี้ และดีไซน์ที่สวยงามอีกต่อไปนอกจากนี้ ด้วยความบางที่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของขนาดนิ้ว หรือที่ขนาด 18 มิลิเมตร และน้ำหนักเริ่มต้นที่ 4.15 ปอนด์ หรือ 1.88 กิโลกรัม ระบบระบายความร้อนคู่ (dual-cooling) เพื่อให้สามารถทำงานที่สมรรถนะสูงสุดได้ตลอดเวลา และแบตเตอรี่ย์ที่สามารถทำงานได้สูงถึง 10 ชั่วโมง 6 นาที เครื่อง M3800 ช่วยให้สามารถแก้ไขวิดีโอได้ในขณะถ่ายทำ นำเสนอความคิดบนโปรแกรม CAD ให้กับลูกค้าอย่างมีสไตล์ หรือเรนเดอร์อนิเมชั่น 3D ในขณะเดินทาง”เดลล์ พรีซิชั่น M3800 วางจำหน่ายพร้อมกับวินโดว์ 8.1 โปร (64 บิต) หรือวินโดว์ 7 โปรเฟสชันนอล (64 บิต) ที่มาพร้อมกับเมโมรี่ที่สามารถเพิ่มได้ถึง 16 กิกะไบท์ และอินเทล Core i7-4702HQ 8 threaded quad-core โพรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นที่ 4 พร้อมความเร็ว 3.2 กิกะเฮิร์ซสำหรับการรันซอฟท์แวร์แอพพลิเคชั่นได้อย่างสม่ำเสมอ”ด้านนายเอกราช ปัญจวีณิน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยการเปิดตัวของ M3800 ไม่เพียงสามารถส่งมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการ แต่ยังรวมถึงการมอบมาตรฐานใหม่สำหรับโมบายล์ เวิร์คสเตชั่นด้วยตัวเครื่องขนาดบาง พร้อมสมรรถนะที่โดดเด่น และหน้าจอ QHD ที่ความละเอียดสูงสุดสำหรับการออกแบบ การสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกับลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ในที่ทำงาน หรืออยู่ระหว่างการเดินทางก็ตามทั้งนี้ M3800 ได้ปรับแต่ง และเพิ่มสมรรถนะการทำงานสำหรับแอพพลิเคชั่นด้านมีเดีย เอนเตอร์เทนเม้นท์ วิศวกรรม และการออกแบบชั้นแนวหน้า อาทิ แอพพลิเคชั่นใน Adobe Creative Cloud, Autodesk Entertainment Creation Suite and AutoCAD, Inventor and Revit, Avid Media Composer, Dassault Catia and Solidworks, PTTCreo, Siemens NX and Team Center,และอื่นๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าแอพพลิเคชั่นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดจะทำงานตามที่ได้รับการออกแบบมา และมาพร้อมกับเดลล์ โปรซัพพอร์ต เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการได้รับการดูแลจากช่างผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคตลอด 24/7 ทั่วโลก ทั้งนี้ เดลล์ พรีซิชั่น M3800 จะจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 14 พ.ย.นี้ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.dell.com/speedoflight.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เดลล์” เปิดตัว “เดลล์ พรีซิชั่น M3800”

  • นักท่องเที่ยวขวัญกระเจิงผวาม็อบแห่เที่ยวเพื่อนบ้าน

    นักท่องเที่ยวขวัญกระเจิงผวาม็อบแห่เที่ยวเพื่อนบ้าน

    ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศที่กินเวลามายาวนานกว่า 7-8 ปีสั่งสมผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งสังคมและเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่หมดมนต์เสน่ห์สยามเมืองยิ้มแถมฉุดรายได้หายไปกว่า 1.4 ล้านล้านบาทกำลังซื้อหดหาย ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ฯลฯ เหล่านี้ล้วนบั่นทอนประเทศของคนไทยทั้งชาติ ผลกระทบที่ชัดเจนเริ่มแสดงออกมาแล้วเมื่อ “สมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้ปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวปีนี้ลงแล้วจากเดิมคาดไว้ 26.5 ล้านคนเหลือเพียง 26 ล้านคนหลังพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยผ่านสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ช่วงวันที่ 1-2 ธ.ค. 56 เฉลี่ยเหลือเพียงวันละ 45,420 คน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเดือน ธ.ค. 55 ที่วันละ 47,000 คน ทั้งที่เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ขณะที่เดือน พ.ย. ยังมีนักท่องเที่ยวสูงถึง 1.56 ล้านคนหรือเฉลี่ยวันละ 52,316 คนสูงกว่า พ.ย. 55 ที่มี 1.47 ล้านคนหรือเฉลี่ยวันละ 49,182 คน ส่วนด้านรายได้จากเดิมที่วางไว้ 13% ก็คงหายไปอีก 3% เหลือเพียง 10% เท่านั้น ทั้งนี้ปัจจัยหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปนั้น นอกจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองแล้วส่วนหนึ่งมาจากกฎหมายควบคุมทัวร์คุณภาพนักท่องเที่ยวของประเทศจีนที่ทำให้นักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ของจีนลดลงรวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมการประชุม (ไมซ์)และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟ) ดังนั้นขณะนี้คงต้องรอติดตามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะยุติได้โดยเร็วแค่ไหน หากสงบได้เร็วก็ยังพอมีเวลาที่ทั้งรัฐและเอกชนเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวได้เต็มที่อยู่เพราะตลอด 10 เดือนที่ผ่านมาการท่องเที่ยวไทยเติบโตได้เกินเป้าหมายมาโดยตลอดระดับ 20% ขณะที่ “ศุกรีย์ สิทธิวาณิช” รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยอมรับว่ามีประเทศที่ประกาศแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนนาทีนี้รวมเป็น 36 ประเทศแล้วโดยฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ไต้หวัน โรมาเนีย ประกาศแจ้งเตือนระดับ 3 คือ ให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังการเดินทางมาประเทศไทย ส่วนตุรกียังแจ้งเตือนในระดับ 2 ส่วน “ยุทธชัย สุนทรรัตนเวช” นายกสมาคมท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.) กล่าวว่าขณะนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านบริษัททัวร์ลดลงไปแล้ว 30% ตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมฯ หากสัปดาห์หน้ายังไม่ยุติเชื่อว่าเดือน ธ.ค. นักท่องเที่ยวในประเทศจะหายไปถึง 40% และโดยเฉพาะส่วนกลางที่ปกติจะท่องเที่ยว 3 ล้านคนจะไม่มีอารมณ์ท่องเที่ยวไป 1 ล้านคน ด้าน “ปิยะมาน เตชะไพบูลย์” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ระบุว่าเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ม็อบปิดสนามบินปี 51 จนมาถึงการขับไล่ระบอบทักษิณส่งผล กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยอย่างมากเพราะทำให้เอกลักษณ์สยามเมืองยิ้มหายไป  ยิ่งความขัดแย้งยืดเยื้อก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้คู่แข่งก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วทิ้งไว้แต่ความเสียหายย่อยยับในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย “ในสายตาชาวต่างชาติเริ่มมองว่าไทยมีความวุ่นวายเกิดขึ้นบ่อยทำให้สังคมไม่น่าอยู่ไม่น่าท่องเที่ยวเหมือนเมื่อก่อน ขณะที่คนไทยเองก็เบื่อหน่ายทำให้รอยยิ้ม ความมีน้ำใจไมตรีจิตในการให้บริการซึ่งเคยเป็นจุดเด่นหายไปเห็นได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติขณะนี้ต่างเดินทางมาไทยน้อยลงเรื่อย ๆ แล้ว ขณะที่การท่องเที่ยวอินเซนทีฟของกลุ่มข้าราชการรัฐวิสาหกิจในประเทศก็ยกเลิกแล้วไม่น้อยกว่า 30% ส่วนนักท่องเที่ยวเอเชียก็งดเดินทางมาไทยไม่น้อยกว่า 20% แต่หันไปท่องเที่ยวประเทศอื่นแทน” ฟาก “ธนิต โสรัตน์” รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่านับตั้งแต่ไทยเข้าสู่ความวุ่นวายทางการเมืองตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ต่างสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.4 ล้านล้านบาทจากปกติประเทศในอาเซียนจีดีพีจะขยายตัว 6–7% แต่ไทยขยายตัวแค่ 3–4% หายไปปีละ 2 แสนล้านบาท ที่เห็นชัดคือมูลค่าการส่งออกลดลงโดยมูลค่าการส่งออกคิดเป็น 65-67% ของจีดีพีแต่ขณะนี้เหลือ 60–61% เท่านั้น นอกจากนี้ยังทำให้นโยบายพัฒนาประเทศของรัฐบาลสะดุดตลอดเพราะเปลี่ยนบ่อย จึงขาดความต่อเนื่อง “สิ่งที่ไทยฝันอยากจะเป็นฮับต่าง ๆ หรือเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนคงยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะขณะนี้รอบบ้านเราเปิดประเทศไปกันไกลแล้วทั้งกัมพูชา ลาว เวียดนาม ทุกคนล้วนแต่พูดว่าเสียดายประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปมากทุกอย่างดูหยุดชะงักมาสักระยะแล้ว” ด้าน “ธนวรรธน์ พลวิชัย” ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์และเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังลดลงติดต่อกันมากว่า 8 เดือนแล้วและเดือน พ.ย. 56 นี้ถือว่าต่ำสุดในรอบ  22 เดือนเลยทีเดียวซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่ต่างปรับลดการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยลงกันทั่วหน้าจนคาดว่าปีนี้ จีดีพีคงจะเติบโตเพียง 3% เท่านั้น เช่นเดียวกับ “บุญชัย โชควัฒนา” ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคยืนยันว่า ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาไทยสูญเสียผลประโยชน์ด้านการค้าและลงทุนมหาศาลโดยผลกระทบที่เกิดต่อคนในประเทศคือกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงเพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น จึงประหยัดสำรองเงินไว้ยามฉุกเฉินทำให้เอกชนต้องชะลอการลงทุนตามด้วย แม้ว่าปัญหาการเมืองครั้งนี้ยังไม่รุนแรงและส่งผลกระทบมากเท่าการชุมนุมในปี 53 แต่ในมุมมองของชาวต่างชาติสถานการณ์ในประเทศไทยก็ยังไม่เหมาะแก่การท่องเที่ยวและการลงทุนอยู่ดี ปิดท้ายกันที่ “กลินท์ สารสิน” กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ตอกย้ำว่า ยิ่งความขัดแย้งมียาวนานมากเท่าใด ก็ยิ่งสร้างความเสียหายมากเท่านั้น หากเห็นแก่ประเทศชาติในระยะยาวอย่างแท้จริงจึงถึงเวลาแล้ว ที่ทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้ามาเจรจา และร่วมกันปฏิรูปประเทศไทยในทุก ๆ ด้านด้วยกันอย่างจริงใจ. ทีมเศรษฐกิจ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักท่องเที่ยวขวัญกระเจิงผวาม็อบแห่เที่ยวเพื่อนบ้าน

  • เทคนิคใหม่สร้างไวรัสเพื่อวัคซีนไข้เลือดออก – ฉลาดคิด

    เทคนิคใหม่สร้างไวรัสเพื่อวัคซีนไข้เลือดออก – ฉลาดคิด

    ยังน่ากลัวเสมอ…สำหรับโรคไข้เลือดออก ที่แม้จะมีเกิดขึ้นมานานหลายสิบปีในประเทศไทย รวมถึงทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนและร้อนชื้น แต่…วันนี้ก็ยังไม่มีวัคซีนใดที่สามารถป้องกันได้เหมือนกับโรคอื่น ๆ ทำให้ในแต่ละปีมีผู้ติดเชื้อโรคนี้กว่า 100 ล้านคน การผลิตวัคซีนไข้เลือดออกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะโรคนี้มีสาเหตุมาจากไวรัส 4-5 กลุ่มสายพันธุ์ในปัจจุบัน “ดร.บรรพท ศิริเดชาดิลก” นักวิจัยหน่วยปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์  ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติหรือ ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  บอกว่า การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกในปัจจุบัน ผู้พัฒนาส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นแนวทางการคัดเลือก หรือสร้างเชื้อไวรัสเด็งกี่มีชีวิตที่อ่อนฤทธิ์  โดยอาจคัดเลือกเชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์เองในระหว่างการเพาะเลี้ยงเชื้อไวรัสเด็งกี่ ในหลาย ๆ รอบในเซลล์เพาะเลี้ยง ซึ่งใช้เวลานาน  หรือตั้งใจสร้างเชื้อไวรัสเด็งกี่ให้มีการกลายพันธุ์รูปแบบที่ต้องการโดยใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรม   ทั้งนี้วิธีการสร้างไวรัสแบบดั้งเดิม  สามารถสร้างไวรัสที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมได้ค่อนข้างน้อย ทำให้โอกาสในการค้นหาตัวเลือกสำหรับผลิตวัคซีนมีน้อยตามไปด้วย   ดังนั้นทีมวิจัยซึ่งเป็นเครือข่ายประกอบ ด้วย ไบโอเทค  ศิริราชพยาบาล และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้ร่วมกันพัฒนาเทคนิคใหม่ในการสร้างไวรัสในระดับห้องปฏิบัติการ โดยเป็นวิธีการเปลี่ยนพันธุกรรมไวรัสรูปแบบใหม่ ที่สามารถตัดต่อดีเอ็นเอของไวรัสได้ทันที  โดยไม่ต้องใช้แบคทีเรียในการทำให้ไวรัสกลายพันธุ์ในวิธีการเดิม  ๆ ด้วยเทคนิคนี้สามารถสร้างไวรัสที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมได้มากกว่าเดิมหลายหมื่นเท่า และสามารถตัดต่อดีเอ็นเอได้อย่างแม่นยำ ใช้เวลาในการสร้างไวรัสที่ต้องการเพียง  2-3 อาทิตย์  ขณะที่แบบเดิมต้องใช้เวลานาน 4-5 เดือนและเมื่อนำมารวมกับการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถตรวจสอบลักษณะของเชื้อกลายพันธุ์ได้มากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาเป็นวัคซีนตัวเลือกเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกได้รวดเร็วขึ้น ดร.บรรพท บอกว่า งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนวิจัยจาก Grand Challenges Canada ด้วยงบประมาณ 100,000 ดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 3,000,000 บาท  ระยะเวลาวิจัย 18 เดือนเพื่อทดสอบแนวคิดในระดับห้องปฏิบัติการ และคาดหวังว่าจะเพิ่มโอกาสในการเจอเชื้อไวรัสที่ต้องการได้มากขึ้น ซึ่งก็หมายถึงโอกาสที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกมีมากขึ้นตามไปด้วย. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทคนิคใหม่สร้างไวรัสเพื่อวัคซีนไข้เลือดออก – ฉลาดคิด