กสท มั่นใจมีงบเพียงพอเข้าประมูล 4 จี คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างจ้างบริษัทที่ปรึกษา พร้อมเจรจากับพาร์ทเนอร์ธุรกิจแล้ว นางธัญวดี วงศ์ธีรฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กสท อยู่ระหว่างทำร่างบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (ทีโออาร์) ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาแผนงานและความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต (ไลเซนส์) คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเปิดประมูลในช่วงเดือน มิ.ย. 57 สำหรับคลื่นดังกล่าว กสท มีแนวคิดจะนำมาให้บริการ 4 จี แอลทีอี (LTE) เพราะ กสท มีสถานีฐานเพียงพออยู่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับพาร์ทเนอร์เพื่อร่วมดำเนินธุรกิจร่วมกัน โดยลักษณะการลงทุนร่วมกันจะต้องรอเจรจากับพาร์ทเนอร์ก่อน แต่ปัจจุบัน กสท มีเงินสดหมุนเวียนหลักหมื่นล้านบาท จึงมองว่าจะไม่เป็นปัญหาในเรื่องของเงินประมูลในครั้งนี้ ทั้งนี้ ในการเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ กสท ไม่จำเป็นต้องขอความคิดเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยหากประมูลใบอนุญาตได้ จึงค่อยทำเรื่องขออนุมัติงบประมาณ ส่วนการเข้าประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ นั้น มองว่า บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) น่าจะนำคลื่นความถี่มาให้ กสทช.เปิดประมูล และ กสท ก็มีความสนใจจะเข้าร่วมประมูลด้วยเช่นกัน นางธัญวดี กล่าวว่า ปัจจุบัน กสท มีลูกค้า 3 จี มาย 1.7 แสนราย รายได้ 3 จี มาย ยังติดลบ ขณะนี้ได้รับงบประมาณทำตลาดแล้ว ปีหน้ามีเป้าหมาย 7 แสนราย ส่งผลให้มีรายได้ที่ 2,561 ล้านบาท.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท โวทุ่มงบหลักหมื่นล้านประมูล 4จี
เดือน: ธันวาคม 2013
-

กสท โวทุ่มงบหลักหมื่นล้านประมูล 4จี
-

นวัตกรรมการศึกษายุคใหม่(1) – โลกาภิวัตน์
การอุบัติขึ้นของเทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็ว ทำให้คนในวงการอุดมศึกษาโลกเริ่มหันมามองนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด ที่จะสามารถทำให้คนทั่วโลกเข้าถึงได้และสามารถประกอบสัมมาอาชีพจากสิ่งที่เรียนรู้ไปได้ดี ในวงการศึกษาโลกขณะนี้ เริ่มหันไปมองการอุบัติของเทคโนโลยีทางการศึกษาใหม่ที่สามารถทำให้ทุกคนเข้าเรียนได้อย่างทั่วถึง ราคาที่เป็นไปได้ และมีคุณภาพที่จบไปแล้วสามารถทำงานและประกอบสัมมาอาชีพเพื่อสร้างและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ดี นวัตกรรมแบบก้าวกระโดดซึ่งเจ้าของทฤษฎีชื่อเคลย์ตัน คริสเตนเซ่น (Clayton Christensen) ศาสตราจารย์ด้านบริหารธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งหมายถึง การคิดนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่แล้วเข้ามาทดแทนของเก่าไปตลอดกาล ตัวอย่างเช่น การกำเนิดโลกคอมพิวเตอร์ในยุคแรกของไอบีเอ็ม ก็คือเมนเฟรมคือเครื่องที่มีขนาดใหญ่และมีวิธีการเขียนโปรแกรมและการใช้งานยุ่งยากมากและราคาแพง ต่อมาการกำเนิดของยุคมินิคอมพิวเตอร์ราคาถูกกว่าใช้งานได้สะดวกเข้ามาทดแทนระบบเมนเฟรม และในยุคหลังก็มีการกำเนินคอมพิวเตอร์พีซีโดยใช้ซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ รวมทั้งแล็ปท็อปก็เข้าไปทดแทน ทั้งเมนเฟรมและมินิคอมพิวเตอร์เกือบหมด ปัจจุบันเริ่มมาใช้ระบบมือถืออัจฉริยะขนาดเล็กซื้อได้ราคาไม่แพงใช้ได้สะดวกสารพัด ซึ่งก็จะมาทดแทนเทคโนโลยีเก่าอีกหลายประเภทหลังการกำเนิดของยุคอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ปรากฏการณ์เช่นนี้ ดร.คริสเตนเซ่น ให้คำจำกัดความไว้ว่าคือนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด หรือ Disruption Innovation ผมไม่ทราบว่าใช้คำถูกหรือไม่เพราะเข้าใจว่าราชบัณฑิตยังไม่น่าจะแปลศัพท์ออกมา ในวงการอุดมศึกษาก็มีความพยายามสร้างหลักสูตรการเรียนการสอนในเชิงคุณภาพตลอดมาโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนขนาดใหญ่ซึ่งเกิดมานานซึ่งยังคงนิยมสอนแบบต้องเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยพบผู้สอนในห้องเรียน มีตำราเรียนแต่ละวิชาเล่มหนา ทำการบ้านและเข้าสอบเพื่อวัดระดับความรู้แล้วตัดเกรดเพื่อวัดคุณภาพของผู้เข้าเรียนสุดท้ายก็จบเป็นบัณฑิต มหาบัณฑิตและดอกเตอร์-ดุษฎีบัณฑิต ใครได้คะแนนการเรียนสูง ๆ เรียกว่าเกียรตินิยม การเรียนแบบนี้ก็ยังคงเป็นการเรียนการสอนหลักในมหาวิทยาลัยของรัฐขนาดใหญ่ของประเทศไทยในปัจจุบันรวมทั้งมหาวิทยาลัยอื่น ๆ โดยทั่วไป แต่ถ้าจะไปมองดูความสำเร็จของบัณฑิตที่จบการศึกษาในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันคงไม่พ้นจะต้องมามองการได้งานทำของบัณฑิตคือการที่บัณฑิตสามารถไปประกอบสัมมาอาชีพได้สำเร็จ แต่ปรากฏว่าตัวเลขการว่างงานคนจบปริญญาตรีและไม่มีงานทำก็ยังจะมีอีกมากแถมได้คะแนนเกียรตินิยมได้งานทำในช่วงแรกแต่เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ก็ไม่ประสบความสำเร็จในด้านการทำงานในช่วงต่อมา คุณภาพของใบปริญญาจึงเป็นแค่ทางผ่านแต่ไม่ใช่การวัดเชิงคุณภาพในโลกความเป็นจริงของเศรษฐกิจในปัจจุบันในช่วงหลังการให้การศึกษาแก่มวลชนจำนวนมากด้วยระบบการศึกษาทางไกลด้วยตำราเรียนและศึกษาด้วยตนเองเพื่อเข้าสอบ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งก็มักจะเกิดกับมหาวิทยาลัยเปิด (Open University) โดยทั่วไปแต่อัตราการจบจะค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับคนที่เข้ามาเรียน เพราะนักศึกษาจะต้องมีระเบียบวินัยของตนเองค่อนข้างมาก ในประเทศไทย เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหงและมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชในปัจจุบันและในแง่การตลาดเชื่อว่าค่าเล่าเรียนราคาถูกเพื่อเปิดโอกาสให้คนส่วนใหญ่ได้มีโอกาสเรียน จึงมีการคิดว่าจะทำอย่างไรให้การศึกษามีคุณภาพซึ่งสะท้อนถึงบัณฑิตที่มีงานทำประกอบสัมมาอาชีพได้สำเร็จพร้อมทั้งเปิดกว้างพอให้นักศึกษาทั่วไปเรียนได้ ซึ่งผมจะเขียนในบทความหน้า. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stamford.edu
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นวัตกรรมการศึกษายุคใหม่(1) – โลกาภิวัตน์ -

ป.ป.ช.ขอเอกสารจำนำข้าวเพิ่ม
นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) ว่า ป.ป.ช.มารับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของกระทรวงพาณิชย์ ที่พรรคฝ่ายค้านร้องเรียนป.ป.ช.ว่าอาจมีการทุจริตเกิดขึ้น โดยเอกสารที่มารับจากอคส.เป็นใบขนย้ายข้าวในสต๊อกรัฐออกจากโกดังกลาง ซึ่งป.ป.ช.ได้ขอจากอคส.มาแล้วกว่า 5 เดือน แต่ยังไม่ได้จัดส่งให้ โดยอ้างว่า กำลังรวบรวมเอกสารอยู่ ทั้งนี้ อคส.ระบุว่า การขายข้าวจีทูจีของรัฐบาลชุดนี้ให้กับรัฐวิสาหกิจจีน มีการขนข้าวออกจากโกดังทั่วประเทศ 180 ครั้ง ซึ่งป.ป.ช.ได้สุ่มตรวจใบขนย้ายจากโกดังทั่วประเทศ 34 แห่ง แต่ก่อนหน้านี้ อคส.ได้จัดส่งให้แล้ว 7 แห่ง และครั้งนี้ได้ส่งให้เพิ่มอีก 10 แห่ง รวม 17 แห่ง ส่วนทีเหลือคาดจะส่งให้ในเร็วๆ นี้ ”การตรวจสอบใบขนย้าย เพื่อให้รู้เส้นทางของข้าว ที่กระทรวงพาณิชย์บอกว่าขายจีทูจีให้กับรัฐวิสากิจของจีนนั้น ขายให้จริงหรือไม่ ได้มีการขนข้าวออกจากโกดังเพื่อส่งออกให้จีนจริงหรือไม่ หรือมีการนำข้าวมาวนขายในประเทศหรือไม่ รวมทั้งให้รู้เส้นทางของเงินที่นำมาซื้อข้าวว่ามาจากไหน ซึ่งเมื่อได้เอกสารครบถ้วนแล้ว ต่อไปจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าของโกดังที่อคส.ขนข้าวออก หัวหน้าคลังสินค้าของอคส.ที่ดูแลโกดังนั้น เป็นต้น มาให้ปากคำ” นายวิทยา กล่าวว่า การตรวจสอบคดีนี้จะสรุปผลได้เมื่อไร คงต้องขึ้นอยู่กับเอกสาร และพยานบุคคลที่ตรวจสอบเพิ่มเติม หากมีเอกสารและพยานเพียงพอ ก็จะชี้มูลได้ในเร็วๆ นี้ โดยหากตรวจสอบแล้วพบว่าเข้าข่ายมีการทุจริตจริง ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหาให้บุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ หากเป็นข้าราชการประจำ จะแจ้งต้นสังกัดให้พิจารณาเอาผิดทางวินัย และฟ้องศาลฎีกาให้เอาผิดทางอาญาด้วย และหากเป็นข้าราชการการเมือง จะแจ้งความดำเนินคดีกับศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ด้านนายชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการ อคส.กล่าวว่า ได้ชี้แจ้งป.ป.ช. ว่าพร้อมให้ความร่วมมือ และสั่งการให้รองผู้อำนวยการ อคส.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจัดส่งเอกสารให้ป.ป.ช.ตามที่ได้ขอมา อย่างไรก็ตาม ตนเพิ่งรับตำแหน่งผู้อำนวยการอคส.ได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น กรณีที่ป.ป.ช.ระบุว่าได้ขอข้อมูลมาแล้ว 5 เดือนแต่อคส.ยังไม่ได้ส่งให้ ก็ไม่ได้อยู่ในช่วงที่ตนเป็นผู้อำนวยการ อีกทั้งตนไม่ได้ดูแลสัญญาขายข้าวจีทูจีในล็อตดังกล่าว และที่ผ่านมา อคส. มุ่งทำตามนโยบายรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ทำให้ต้องใช้บุคคลจำนวนมาก จนจัดส่งเอกสารให้ล่าช้า ส่วนนายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงการที่ป.ป.ช.ระบุจะเรียกข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการขายข้าวจีทูจีให้กับรัฐวิสาหกิจไปสอบปากคำเพิ่มเติม และขอเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมว่า กรมฯให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่มาโดยตลอด ไม่ได้ปิดบังอยู่แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ให้ความร่วมมือดีเช่นกัน ซึ่งมั่นใจว่า การขายข้าวจีทูจีให้กับจีนดำเนินการอย่างถูกต้อง โปร่งใส ขณะที่นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน และอคส.ให้ข้อมูลแก่ป.ป.ช.ตามที่ขอมา และต้องพยายามชี้แจงข้อเท็จจริงให้ป.ป.ช. และสาธารณชนเข้าใจ เพราะประเด็นที่มีการตรวจสอบเรื่องวิธีการขายข้าวจีทูจีนั้น มีหลายวิธี ต้องแยกแยะให้ถูกต้อง โดยการขายข้าวจีทูจีไม่ใช่เป็นการขายข้าวจากรัฐบาลผู้ขายให้รัฐบาลผู้ซื้อแบบเดียว แต่มีหลายแบบ เช่น มีการขายหน้าคลังสินค้า โดยผู้ซื้อต้องหาผู้ปรับปรุงคุณภาพ และส่งมอบเอง หรือการขายแบบ ณ ท่าเรือ (เอฟโอบี) คือ ผู้ขายจะจัดหาผู้ปรับปรุงและรับผิดชอบการจัดส่งให้ผู้ซื้อจนถึงท่าเรือ หรือการขายแบบซีไอเอฟ ที่ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบข้าวจนถึงปลายทาง ส่วนระยะเวลาในการส่งมอบ ถ้าสั่งซื้อมาก 1-2 ล้านตัน ก็ต้องให้เวลาในการรับมอบข้าวนาน เช่น 5 ปี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ป.ป.ช.ขอเอกสารจำนำข้าวเพิ่ม