เดือน: ธันวาคม 2013

  • กสทช.เผยผู้บริโภคโอนย้าย 3 จี เพิ่มขึ้น

    กสทช.เผยผู้บริโภคโอนย้าย 3 จี เพิ่มขึ้น

    วันนี้ (4ธ.ค.) ที่โรงแรม วี ร้อยโท ดร. เจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการประจำรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรทัศน์ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์ (กทค.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีประชาชนโอนย้ายจากระบบ 2จี มายังระบบ 3จี คลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซแล้วจำนวน 20.5 ล้านเลขหมาย คิดเป็น 25.6% ของผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือทั้งหมดประมาณ 80 ล้านเลขหมาย โดยแบ่งเป็น บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลสเน็ทเวิร์ค จำกัด มีลูกค้า 3 จี จำนวน 10 ล้านเลขหมาย บริษัท ดีแทคเนทเวอร์ค จำกัด หรือไตรเน็ต จำนวน 4.5 ล้านเลขหมาย และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด จำนวน 6 ล้านเลขหมาย ซึ่งถือว่าประเทศไทยมีการโอนย้ายที่รวดเร็วภายหลังเปิดให้บริการเมื่อช่วงเดือน พ.ค.56 เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการ 3จี เมื่อช่วงปี 2001 ใช้เวลานานกว่า 4 ปี ในการโอนย้ายลูกค้าได้เพียง 50% เท่านั้น สำหรับประเทศไทยมีการโอนย้ายอย่างรวดเร็วเนื่องจากปัจจัยราคาค่าบริการที่ถูกลง 15% และราคาโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนลดลง โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 1,200 บาท ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้งาน 3จี จึงเป็นตัวขับเคลื่อนที่ทำให้ประเทศไทยมีอัตราการโอนย้ายที่เติบโตขึ้นรวมถึงปัจจัยราคาระบบ 2จี ที่ยังอยู่ในสัญญาสัมปทานไม่ปรับลดลงซึ่งอาจจะส่งผลให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบราคาระหว่าง 2จี และ 3จี มีความใกล้เคียงกัน ร้อยโท ดร. เจษฎา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์และการตื่นตัวของแต่ละประเทศไม่เหมือนกันโดยต้องคำนึงถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ของประเทศนั้นๆ ดังนั้นต่างชาติจึงให้ความสนใจว่าประเทศไทยมีการพัฒนาเรื่องการโอนย้ายเลขหมายที่มีแนวโน้มสูงอย่างต่อเนื่อง ทว่าเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาประเทศแรกๆ ที่ทำ 3จี มีการโอนย้ายน้อยมาก เนื่องจากค่าบริการที่แพงมาก และอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือยังมีราคาสูงเช่นกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เผยผู้บริโภคโอนย้าย 3 จี เพิ่มขึ้น

  • แห่ใช้บัตรสินเชื่อเกษตรกร

    แห่ใช้บัตรสินเชื่อเกษตรกร

    นายชัยวัฒน์ ปกป้อง ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ตัวเลขการปล่อยสินเชื่อในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา(เม.ย.ถึงพ.ย.) มียอดปล่อยสินเชื่อ 92,000 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 85,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเกินเป้าที่วางไว้ประมาณ 7,000 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อส่วนเหลือเพื่อขายของบัตรสินเชื่อ เกษตรกรเพิ่มขึ้น 10 % จากเดิมให้สัดส่วน 60% เป็น 70% จึงทำให้สินเชื่อในภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น และทั้งปีคาดว่าสินเชื่อจะอยู่ที่ 100,000 ล้านบาท ” ที่ผ่านมาต้นทุนการผลิต เช่น น้ำมัน ค่าแรง เมล็ดพันธ์ ปุ๋ย และยาฆ่าแมลง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตได้ปรับตัวสูงขึ้นจึงทำให้เกษตรกรมีค่าใช้ จ่ายเพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้ธนาคารต้องเพิ่มสัดส่วนการให้สินเชื่อกับเกษตรกร สำหรับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ โดยเฉพาะเกษตรกรยังอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะส่วนใหญ่หากได้เงินจากการขายพืชผลทางการเกษตรแล้วจะนำเงินมาชำระหนี้ คืนให้ธ.ก.ส. หรือหากมีการค้างชำระก็มีเพียง 1 เดือนเท่านั้น เนื่องจากเงินที่ใช้ของเกษตรกรจะเป็นเงินหมุนเวียน “สำหรับบัตรสินเชื่อเกษตรกรปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 4 ล้านบัตร วงเงินอนุมัติประมาณ 60,000 ล้านบาท แต่มีการบัตรจริงประมาณ 3 ล้านกว่าบัตร วงเงินที่ใช้จริงของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกประมาณ 10,000 -12,000ล้านบาท โดยสินค้าที่มีการใช้บัตรสินเชื่อฯ มากสุดคือ ข้าวสัดส่วนประมาณ 20% รอง ลงมาคือ ข้าวโพด มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ซึ่งการใช้จ่ายผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกรเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12,000-15,000 บาทต่อบัตร จากวงเงินที่ให้ต่ำสุด 5,000 บาทต่อบัตร แต่สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อบัตร

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แห่ใช้บัตรสินเชื่อเกษตรกร

  • “ซาโลร่า” เทงบเพิ่มทุน3,580 ล. ขยายศูนย์ช้อปปิ้งออนไลน์

    “ซาโลร่า” เทงบเพิ่มทุน3,580 ล. ขยายศูนย์ช้อปปิ้งออนไลน์

    วันนี้ (4 ธัค.) ที่ บริษัท ซาโลร่า ประเทศสิงคโปร์ กลุ่มบริษัทซาโลร่า ผู้นำทางด้านการช้อปปิ้งออนไลน์แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายงานว่า ได้รับการลงทุนครั้งใหม่ด้วยวงเงิน 112 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 139 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ราว 3,580 ล้านบาท เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยทำในธุรกิจแฟชั่นออนไลน์แห่งอาเซียน สำหรับเงินทุนดังกล่าวมาจากกลุ่มนักลงทุนเอกชนในนาม Access Industries บริหารและจัดการเงินทุนโดย บริษัท บริหารสินทรัพย์ SCOPIA Capital Management LLC และนักลงทุนสถาบันจากอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการทำลายสถิติของกลุ่มซาโลร่าเอง จากครั้งที่เคยลงทุนไปเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เป็นจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับรวมไปถึงบริษัทในเครืออย่างไอโคนิค( ICONIC) ผู้นำทางด้านแฟชั่นช้อปปิ้งออนไลน์แห่งออสเตรเลียด้วย โดยการลงทุนครั้งใหม่นี้ เกิดขึ้นจากความมั่นใจของนักลงทุน ที่เล็งเห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องและไม่หยุด ตั้งแต่ปี 2012 ที่ซาโลร่าได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางด้านสินค้าแฟชั่นและความสวยความงามที่มีให้เลือกช้อปกว่า 130,000 ชิ้น หรือกว่า 500 อินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์ มร.Jorg Mohaupt สมาชิกของคณะกรรมการซาโลร่า จาก Access Industries กล่าวว่า ประสบการณ์ในการบริหารจัดการกับทีมงานของซาโลร่านั้น จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้บริษัทก้าวขึ้นสู่จุดหมายแห่งการเป็นออนไลน์แฟชั่นชั้นนำ ซึ่งเราเองก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จนั้น นอกจากนี้ เมื่อไม่นานมานี้ ซาโลร่าได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ในนาม EZRA ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือบริษัทซาโลร่าเอง ที่จะมุ่งสร้างความหลากหลายของสินค้าให้มากขึ้น ทั้งในส่วนของแฟชั่นและความสวยความงามครบรูปแบบ ทั้งนี้ บริษัทยังมุ่งสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทั้ง 8 ประเทศในเครือ ด้วยตัวเลือกอันมากมายของสินค้า ทั้งแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับแฟชั่นชั้นนำที่พร้อมจะส่งถึงมือลูกค้าภายในประเทศนั้นๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวจะทำให้รั้งตำแหน่งความเป็นอันดับ 1 ของผู้นำด้านการค้าแบบอี-คอมเมิร์ซ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มร.Michele Ferrario กรรมการผู้จัดการแห่งกลุ่มบริษัทซาโลร่ากล่าวว่า จะนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าเท่าที่เราจะทำได้ ด้วยสินค้าทั้งจากแบรนด์ภายในประเทศเอง และจากนานาชาติ เราจะใช้การลงทุนครั้งใหม่นี้ ผลักดันให้เราก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสินค้าแฟชั่นแบบ Hi Street แห่งภูมิภาค ด้วยสินค้าที่มีความหลากหลาย ตลอดไปจนถึงแบรนด์ของเราเองด้วย ซึ่งจุดมุ่งหมายอันสูงสุดของเรานั่นคือ การให้บริการระดับเวิร์ลคลาส ซึ่งลูกค้าของเราจากทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะได้พบกับตัวเลือกอันหลากหลายที่คัดสรรมาอย่างดีโดยซาโลร่า มร.Patrick Schmidtซีอีโอ จากบริษัทไอโคนิค กล่าวว่า กลุ่มบริษัทซาโลร่าและไอคอนิคได้เดินทางมาไกลมาก ซึ่งในออสเตรเลียเองนั้น เรามียอดสั่งสินค้าใกล้จะครบ 1,000,000 ชิ้น ทั้งแบรนด์จากภายในประเทศเองและจากนานาชาติ ซึ่งเราดำเนินการจัดส่งอย่างดีเยี่ยม เพียง 3 ชั่วโมงสินค้าจะถึงมือผู้รับทั่วซิดนีย์ และเราเชื่อว่า การลงทุนครั้งใหม่นี้ จะทำให้เราได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งการช้อปสินค้าแฟชั่นออนไลน์ อีกทั้งเรายังมุ่งเน้นในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าให้มากที่สุด ทั้งนี้ เชื่อว่าการลงทุนครั้งใหม่นี้จะช่วยทำให้กลุ่มบริษัทซาโลร่าสามารถดำเนินการยกระดับการเจริญเติบโตได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น เพื่อการเป็นอันดับหนึ่ง อันมีศักยภาพในการจัดส่งสินค้ากว่า 600 ล้านชิ้นทั่วภูมิภาค ทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.zalora.co.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ซาโลร่า” เทงบเพิ่มทุน3,580 ล. ขยายศูนย์ช้อปปิ้งออนไลน์