นายวิเชียร อุษณาโชติกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ บริษัทจะตรึงราคาน้ำมันโดยไม่ปรับขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่ให้กับคนไทยที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวพักผ่อนรวมทั้ง ยังได้เตรียมความพร้อมสำรองน้ำมันทั้งที่สถานีบริการและคลังน้ำมันในทุกภูมิภาค พร้อมเพิ่มจำนวนรถขนส่ง เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางในช่วงวันหยุดยาวมีน้ำมันใช้อย่างเพียงพอ สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านบริการในสถานีบริการน้ำมันนั้นบริษัทได้จัดทีมเสริมเพื่อช่วยจัดการจราจรภายในสถานีบริการ เพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ของภาครัฐ ทั้งให้บริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี 11 รายการและสถานีบริการบางแห่งบนถนนสายหลักยังได้จัดน้ำมะนาวไว้บริการฟรีแก่ผู้เดินทางอีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บางจากตรึงราคาน้ำมันช่วงปีใหม่
เดือน: ธันวาคม 2013
-

บางจากตรึงราคาน้ำมันช่วงปีใหม่
-

พิษการเมืองสศค.หั่นจีดีพีปีหนี้เหลือ 2.8%
นายสมชัย สัจจพงษ์ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ( สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 56 เหลือ2.8% จากเดิมคาดการณ์ว่าจะโต 3.7% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้ากว่าที่ประเมินไว้จึงกระทบต่อการส่งออกของไทยติดลบ 0.6% ประกอบกับปัญหาการเมืองในประเทศทำให้การบริโภคและการลงทุนชะลอตัวลงเนื่องจากขาดความเชื่อมั่นในประเทศ โดยในปี57 คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวประมาณ 4 % จากเดิมที่ตั้งไว้ 5.1% แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องมีการเลือกตั้งในวันที่2 ก.พ. 57 และจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ พร้อมทั้งจะต้องเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศประมาณ 30% “ การจัดตั้งรัฐบาลจะแล้วเสร็จประมาณปลายก.พ.หรือต้นเดือนมี.ค.57 ทำให้โครงการต่าง ๆ สามารถเดินหน้าได้ช้าหรือประมาณกลางปีหน้า จึงคาดว่าการลงทุนขนาดใหญ่เช่น 2 ล้านล้านบาทตามแผนปีแรกจะลงทุน 68,000 ล้านบาท และลงทุนบริหารจัดการน้ำ 94,000ล้านบาทนั้น จะลงทุนได้จริงเพียง 30% ยกเว้นกรณีปัญหาการเมืองยืดเยื้อการทบต่อการท่องเที่ยวจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง300,000 คน และการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ทำได้เพียง 10%จะทำให้จีดีพีโตได้เพียง3.5% และถ้ากรณีเลวร้ายสุดการเมืองเกิดความรุนแรงจีดีพีอาจจะต่ำกว่า 3% ส่วนการส่งออกในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่6.5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ทั้งสหรัฐอเมริกายุโรป จีนและญี่ปุ่น” สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยคือปัจจัยการเมืองภายในประเทศมากกว่าปัจจัยต่างประเทศเพราะไม่สามารถคาดการณ์ทางออกเรื่องการเมืองได้ แต่ต้องติดตามการยกเลิกมาตรการคิวอีของสหรัฐว่าจะกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายมากน้อยแค่ไหนซึ่งเชื่อว่าการยกเลิกคิวอีจะไม่กระทบต่อสภาพคล่องของไทยมากนัก และปัจจุบันไทยมีสภาพคล่องส่วนเกินสูงถึง 2.5ล้านล้านบาท แต่อาจทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงซึ่งประเมินไว้ที่30.20-32.20 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้มีความเป็นห่วงการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยหรือในช่วงที่เศรษฐกิจซึมจากปัญหาการเมืองในประเทศจะทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคภายในประเทศลดลงและอาจทำให้ลูกหนี้มีปัญหาด้านความสามารถในการชำระหนี้กับธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจจนทำให้เกิดปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันเอ็นพีแอลเฉลี่ยอยู่ที่ 3% หากสูงกว่า 5-6 % จะเข้าสู่ภาวะอันตรายและกรทบต่อโครงสร้างระบบเศรษฐกิจโดยรวมเพราะที่ผ่านมาตัวเลขการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต)ในเดือนพ.ย. ลดลง 8.3% แสดงให้เห็นว่าการบริโภคในประเทศเริ่มลดลงแล้ว ดังนั้นกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท.ต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดอย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามูดี้ส์อินเวสเตอร์เซอร์วิสได้สอบถามถึงปัญหาการเมืองในประเทศเพื่อประเมินเศรษฐกิจไทยก่อนจัดเครดิตเรตติ้งอีกครั้ง นอกจากนี้ยังได้กำชับให้หน่วยงานข้าราชการ รัฐวิสาหกิจเร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้วเพราะเห็นว่าในช่วงที่เกิดสุญญากาศทางการเมือง การเบิกจ่ายงบประมาณปี 57 โดยเร็ว จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ไม่มีมาตรการใหม่จากรัฐบาล เนื่องจากที่ผ่านมามีการทำงบขาดดุลอยู่250,000 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พิษการเมืองสศค.หั่นจีดีพีปีหนี้เหลือ 2.8% -

ททท.ลุยติดกล้องวงจรปิดตามแหล่งท่องเที่ยว
นายธวัชชัยอรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบไลฟ์ เว็บแคม ในสถานที่ท่องเที่ยวช่วงเคานท์ดาวน์ เนื่องจากไทยติดอันดับ 8ของโลกที่นักท่องเที่ยวอยากมา เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่กำลังวางแผนเดินทางแต่กังวลเรื่องความไม่ปลอดภัยจากเหตุการณ์การประท้วง และอาจยกเลิกการเดินทางได้ โดยเบื้องต้นไลฟ์เว็บแคมจะถ่ายเป็นภาพแบบเคลื่อนไหวให้นักท่องเที่ยวได้เห็นสถานที่ต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯและจังหวัดอื่นๆ ซึ่งจะนำภาพข้อมูลไปเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ ททท. ทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 63 แห่ง ทั้งนี้สถานการณ์การชุมนุมที่มีแนวโน้มจะยืดเยื้อยาวไปจนถึงเดือน ม.ค.57 ทำให้ททท.อาจจะต้องปรับแผนการเรื่องการแถลงข่าวจัดแคมเปญทางการท่องเที่ยวต่างๆออกไปด้วยเพราะจะต้องประเมินสถานการณ์ต่างๆของนักท่องเที่ยวก่อน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องทำในช่วงต้นปี 57 เป็นอันดับต้นๆ คือการสร้างความเชื่อมั่นและการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวว่าแหล่งท่องเที่ยวของไทยบางแห่งเช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุยไม่ได้อยู่ในสถานที่ชุมนุม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามไม่ต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ทั่วโลก “จากการประเมินสถานการณ์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย โดยเฉพาะหากเทียบอัตราการจองห้องพักช่วงเคานท์ดาวน์ ถือว่ายังเติบโตจากปีที่ผ่านมาและคาดว่าจะยังเติบโตได้อยู่เรื่อยๆ แต่หลังจากนี้ก็จะต้องติดตามสถานการณ์ว่าจะมีความรุนแรงหรือเหตุการณ์จะจบลงได้โดยเร็ว ซึ่งททท.จะต้องดูสถานการณ์ทางการเมืองเป็นหลักก่อน ถึงเดินหน้าโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวต่างๆแต่สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับนักท่องเที่ยวได้เห็น”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.ลุยติดกล้องวงจรปิดตามแหล่งท่องเที่ยว