เดือน: ธันวาคม 2013

  • พาณิชย์เร่งขยายการค้าลงทุนตปท.

    พาณิชย์เร่งขยายการค้าลงทุนตปท.

    นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การศึกษาและการวิจัยสมาพันธรัฐสวิส ได้นำคณะนักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำ เช่น ผู้ผลิตยาและเวชภัณฑ์, ผู้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโรงงานไฟฟ้า, ผู้ผลิตซอฟแวร์และไอที เป็นต้น มาหารือในการเพิ่มความร่วมมือทางด้านการค้า การลงทุน และแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันให้หมดไป “ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเร่งรัดการเจรจาเอฟทีเอไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (เอฟตา)เพื่อเป็นเครื่องมือในการขยายโอกาสทางการค้า การลงทุนระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศเอฟตาที่ประกอบด้วย 4 ประเทศสมาชิก คือ สมาพันธรัฐสวิส นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ลิกเทนสไตน์ ซึ่งทั้งหมดไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โดยทั้งสองฝ่ายวางแผนที่จะเริ่มเจรจาความตกลง เอฟทีเอในต้นปี 57 และในส่วนของไทยก็มีความพร้อมเต็มที่ หลังจากที่รัฐสภาได้เห็นชอบกรอบการเจรจาเอฟทีเอไทย-เอฟตา ไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ต.ค.56 ที่ผ่านมา” ทั้งนี้ การเจรจาเอฟทีเอ ไทย-เอฟตา จะช่วยสร้างโอกาสทางการค้า และการลงทุนให้กับไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับไทย เพราะขณะนี้ประเทศในอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ได้ทำ เอฟทีเอกับเอฟตาแล้ว หากไทยไม่เจรจา อาจทำให้สินค้าไทยไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าจากคู่แข่งในอาเซียน และอาจมีการย้ายฐานการลงทุนไปยังอาเซียนอื่นได้ แต่การทำเอฟทีเอจะช่วยผลักดันให้ไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุนของเอฟตาในอาเซียนได้ต่อไป ขณะเดียวกัน การทำเอฟทีเอยังช่วยแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ที่สวิสและนอร์เวย์ให้กับไทย เพราะแม้จะตัดหรือเลิกให้จีเอสพีไทยก็ยังใช้สิทธิภายใต้เอฟทีเอได้ โดยปัจจุบันสินค้าที่ไทยใช้จีเอสพีของสวิสสูงถึง 43% นอร์เวย์ 41% สินค้าที่ใช้สิทธิสูง เช่น หน้าปัดนาฬิกา ปลาทูน่ากระป๋อง ตัวเรือนนาฬิกา เพชรพลอยและส่วนประกอบ ข้าวหอมมะลิ ข้าวโพดหวาน อาหารปรุงแต่งต่างๆ และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น สำหรับสมาพันธรัฐสวิส เป็นประเทศที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก เป็นผู้ลงทุนสำคัญและศูนย์กลางการเงิน ตลาดทุน และบริษัทชั้นนำของโลก ในด้านการค้า สมาพันธรัฐสวิสเป็นคู่ค้าอันดับที่ 9 ของไทย ในปี 56 (ม.ค.-ก.ย.) การค้ารวมมีมูลค่า 8,603.57 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังเป็นนักลงทุนหลักจากเอฟตาที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด โดยในปี 55 มีมูลค่าการเข้ามาลงทุนในไทย ประมาณ 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ++++++++++++

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เร่งขยายการค้าลงทุนตปท.

  • แบงก์ชาติลดประมาณการณ์สินเชื่อ

    แบงก์ชาติลดประมาณการณ์สินเชื่อ

    นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ประเมินว่าการเติบโตของสินเชื่อในปี 57 น่าจะเติบโตได้ในระดับ 6-7% จากที่ปีนี้ที่เติบโต 9% เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินเชื่อชะลอตัวตามไปด้วย แต่จากศักยภาพการเติบของเศรษฐกิจไทยนั้น คาดว่ายังคงมีศักยภาพที่จะเติบโตได้ 4% และรวมเงินเฟ้อไป อีก 2% จะอยู่ที่ 6% ส่งผลให้การเติบโตของสินเชื่อกับเศรษฐกิจมีความสมเหตุสมผลมากขึ้นและไม่น่าเป็นกังวล อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินเชื่อที่ปล่อยโดยสถาบันการเงินในปี 56 นั้น ประเมินว่าน่าจะสามารถเติบโตได้ ที่ระดับ 9% ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ที่ 14% เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อชะลอลง โดยเป็นผลมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย แต่มองว่าการเติบโตในระดับดังกล่าวอยู่ยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะมีความสอดคล้องกับการเติบโตของประเทศ สำหรับแนวโน้มในปี 56 มองว่า ปัจจัยบวกต่างประเทศจะมีการฟื้นตัวมากขึ้น และทำให้ไทยอาจได้รับอานิสงค์ในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้า ส่วนความเสี่ยงด้านปรับลดมาตรการคิวอีจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไรนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม ทั้งนี้ ในส่วนนโยบายการเงินในปีหน้านั้น ต้องมีการรักษาความยืดหยุ่นเพื่อรักษาเสถียรภาพเงินทุนที่มีการเคลื่อนย้าย เพื่อรองรับเงินทุนต่างประเทศที่จะไหลกลับเข้ามา รวมไปถึงในเรื่องการกำหนดดอกเบี้ยนโยบายนั้น ก็ต้องมีความยืดหยุ่นในการใช้เช่นกัน ซึ่งอาจต้องผสมเครื่องมือในการรับมือเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน ทางธทป.ก็จะดำเนินการในเรื่องการรักษาความเชื่อมั่นในกรอบนโยบายและเสริมความแข็งแกร่งด้วย ขณะเดียวกัน ด้านหนี้ครัวเรือนที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่ปรับฐาน แต่เชื่อว่าในปีหน้า หนี้ครัวเรือนน่าจะมีการปรับตัวลงได้ ถ้าไม่ถูกกระทบด้วยบรรยากาศของความเชื่อมั่น หากบรรยากาศต่างๆมีความไม่แน่นอนอาจส่งผลกระทบให้หนี้ครัวเรือนอาจจะไม่ฟื้นตัวได้ ส่วนการลงทุนนั้นเดิมคาดว่าน่าจะได้รับผลดีจากการลงทุนของภาครัฐ ที่จะส่งผลขับเคลื่อนให้ภาคเอกชน สามารถลงทุนได้ แต่ขณะนี้อาจมีอุปสรรคทำให้เกิดความล่าช้าบ้าง คงต้องติดตามต่อไป สำหรับกิจกรรมภาครัฐนั้น สุดท้ายแล้วอาจจะมีออกมาแน่นอน แต่อาจจะไม่มากนัก ทำให้ต้องมีการปรับตัวเพื่อรับมือต่อไป นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทางธปท.ได้มีการแต่งตั้ง นางสาวรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายการเงิน ให้ดำรงตำแหน่งโฆษก ธปท.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์ชาติลดประมาณการณ์สินเชื่อ

  • “อนุดิษฐ์” ย้ำ 2 ธ.ค.ทำงานปกติ สวน “สุเทพ” เสียหายใครรับผิดชอบ

    “อนุดิษฐ์” ย้ำ 2 ธ.ค.ทำงานปกติ สวน “สุเทพ” เสียหายใครรับผิดชอบ

    วันที่ (1 ธ.ค.) น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวภาหลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณ ประกาศให้วันที่ 2 ธ.ค.56 เป็นวันหยุดราชการว่า กระทรวงไอซีที ยืนยันให้ทำงานตามปกติ ไม่มีีการให้หยุดงาน ทั้งนี้ อยากถามนายสุเทพว่า ถ้าศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หยุดงาน แล้วหากเกิดภัยพิบัติใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ และตัวนายสุเทพเองจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ “ในส่วนของสถานที่ทำงานนั้น กระทรวงไอซีทีได้กระจายระบบไว้หลายจุดแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ก็สามารถทำงานได้ตามปกติ” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว ด้าน นายยงยุทธ วัฒนสินธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ ยังไม่มีคำสั่งให้พนักงานหยุดงานตามที่นายสุเทพประกาศ ขณะที่ นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนามคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากพื้นที่ทำงานไม่ได้รับผลกระทบก็ยังมีการทำงานตามปกติไม่ได้มีการสั่งให้หยุดงานแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “อนุดิษฐ์” ย้ำ 2 ธ.ค.ทำงานปกติ สวน “สุเทพ” เสียหายใครรับผิดชอบ