เดือน: ธันวาคม 2013

  • ปี 2557 ปี แห่งความตื่นตาทางเทคโนโลยี

    ปี 2557 ปี แห่งความตื่นตาทางเทคโนโลยี

    อินเทลยืนยันว่า โลกของเทคโนโลยียังก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งในปี 2557 นี้ นวัตกรรมใหม่ ๆ ของ อินเทล จะมาในรูปแบบที่หลากหลายกว่าที่เคย  คาดการณ์ว่า ยอดขายของอุปกรณ์ไอทีโดยรวมในปี 2557 ทั้งพีซี แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน จะมีจำนวนถึง 2,500 ล้านเครื่องทั่วโลก โดยการคาดการณ์โดยไอดีซี (IDC)   ระบุว่า จะเป็นยอดขายจากตลาดในประเทศ ไทยถึง 22 ล้านเครื่อง ในปีนี้ ผู้ใช้งานจะพบว่า คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (เดสก์ท็อป) รูปแบบใหม่จะเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์แบบ ออลอินวัน ซึ่งประหยัดพื้นที่เพราะไม่จำเป็นต้องมีเคสซีพียู เหมาะกับการใช้งานที่บ้านหรือในออฟฟิศที่มีพื้นที่จำกัดหรือต้องการความคล่องตัวสูง ศูนย์วิจัยของอินเทล รายงานว่า  คอม พิวเตอร์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ มีความเร็วมากกว่าเครื่องที่มีอายุประมาณ 4 ปี ถึง 1.8 เท่าตัว อินเทลจึงยังคงเห็นโอกาสในโลกของคอมพิวเตอร์พีซี ที่ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ และอินเทลยังจะขับเคลื่อนตลาดนี้ควบคู่ไปกับตลาดใหม่อย่างแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน อินเทลยังยืนยันว่า ในปี 2557 นวัตกรรมใหม่ ๆ จะออกมาสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ใช้งานได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ปี 2557 นี้ มีการคาดการณ์ว่า ตลาดอุปกรณ์โมบายล์เช่น แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของตลาดอุปกรณ์ไอทีโดยรวม อินเทลเชื่อว่า การเติบโตของตลาดแท็บเล็ต  เมื่อรวมกับสถาปัตยกรรมระดับไมโคร อย่างซิลเวอร์มอนท์ ที่มีการเปิดตัวไปแล้ว จะทำให้ตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสถาปัตยกรรมดังกล่าว ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลสูงกว่ารุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน ถึงประมาณ 3 เท่า หรือประหยัดพลังงานถึงประมาณ 5 เท่าในเมื่อใช้งานในระดับการประมวลที่เท่ากัน หนึ่งในการเปิดตัวครั้งสำคัญในปี 2556  คือ โปรเซสเซอร์ตระกูล อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตหลายรายสามารถออกแบบอุปกรณ์ที่เรียกว่า ทูอินวัน ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เป็นได้ทั้งแท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก อุปกรณ์แบบคอนเวอร์ทิเบิล (หมุนหน้าจอ หรือพับหน้าจอได้) มอบประสบการณ์การใช้งานที่เป็นธรรมชาติกว่า โดยรวบรวมเอาคุณสมบัติของหน้าจอสัมผัส การสั่งงานด้วยเสียง หน้าจอความละเอียดสูง และบางรุ่นยังมาพร้อมกับความสามารถในการจดจำใบหน้าอีกด้วย การเปิดตัวที่สำคัญอีกงานหนึ่งคือ อินเทล อะตอม  Z3000 ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน โปรเซสเซอร์รุ่นนี้รู้จักกันในชื่อรหัสว่า  เบย์ เทรลŽ ซึ่งกินไฟต่ำ และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบอุปกรณ์มือถือที่มีความบางและเบาได้ และสามารถออกวางจำหน่ายได้ในหลากหลายราคา อินเทลพบว่า ราคาของแท็บเล็ตนั้นลดลงในปี 2556 และผู้ผลิตอย่าง เอซุส และเดลล์ ได้เน้นการทำตลาดอุปกรณ์ที่มีอายุแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น โดยอาศัยสถาปัตยกรรมของ เบย์ เทรล  เช่น Asus Transformer Book T100 ที่มีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว และการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 11 ชั่วโมง และยังมีอุปกรณ์ไอทีจากหลากหลายแบรนด์ที่กำลังรอเปิดตัวอยู่. การคาดการณ์จากอินเทล ในปี 2557  การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ  นายเกรกอรี่ ไบรอัน รองประธานและผู้จัดการทั่วไป อินเทล เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นกล่าวว่า ทวีปเอเชีย ถือเป็นศูนย์กลางของการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งจะนำความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นมาพัฒนาคุณภาพของทุกชีวิตทั่วโลก และใน ปี 2557 ที่กำลังจะมาถึงนี้ บริษัทเทคโนโลยี ต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย ยังคงเป็นภูมิภาคที่สำคัญในการพัฒนานวัตกรรมด้านไอที การพัฒนาด้านการศึกษา  อินเทล คาดการณ์ว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ตลาดในระดับภูมิภาคจะมีการเติบโตขึ้นมาก การที่กลุ่มนักเรียนนักศึกษาจะเป็นเจ้าของอุปกรณ์ไอทีอย่างน้อยคนละเครื่องเริ่มจะเป็นเรื่องปกติมากขึ้น และเทคโนโลยีจะไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป ความท้าทายคือ การให้ความรู้และมอบอุปกรณ์ไอที พร้อมทั้งการบริการให้แก่กลุ่มประชากรวัยทำงานในเขตพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงเทคโนโลยีอย่างจริงจัง โดยได้รับการศึกษา อุปกรณ์ และบริการที่เหมาะสมกับการใช้งาน จำเป็นต้องมีการสร้างเนื้อหาทางการศึกษาให้เข้าใจง่าย เพื่อที่จะทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี ได้เปิดใจรับกับสิ่งใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น และประสบความสำเร็จตามจุดประสงค์ที่วางไว้ ผู้บริโภคต้องการสั่งงานและโต้ตอบกับอุปกรณ์ในระดับที่สูงขึ้น  ปี ค.ศ. 2014 เทคโนโลยีจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เช่น การจำลองการเคลื่อนไหวของมนุษย์ การแปลภาษาจากเสียงพูด การจำลองภาพเสมือนจริง การสั่งงานด้วยท่าทาง และจากอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ อุปกรณ์ที่สวมใส่ได้นั้น ไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ใหม่เสียทีเดียว เพราะว่าในช่วง  12 เดือนที่ผ่านมาก็มีการเปิดตัวอุปกรณ์ในกลุ่มดังกล่าวไปแล้วหลากหลายรุ่น ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยอินเทล คาดว่าเทรนด์ของอุปกรณ์ที่เป็นส่วนผสมระหว่างเทคโนโลยีและการตอบสนองความต้องการของทุกชีวิตนี้ จะยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วง 1 ถึง 3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2014 นั้นจะเห็นการพัฒนาของกลุ่มความบันเทิงในบ้านจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ หรือเนื้อหาต่าง ๆ จะมีการออกแบบให้เหมาะกับการชมผ่านอุปกรณ์โมบายล์มากขึ้น และอุตสาหกรรมบันเทิงทั่วโลกก็กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยน แปลงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเช่นกัน บิ๊กดาต้า กรุยทางให้นวัตกรรมใหม่ ๆ  มีความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์จำนวนกว่า 15,000 ล้านเครื่องจะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์ เน็ตได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คำถามที่สำคัญคือจะจัดการกับข้อมูลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร คำถามนี้ทำให้ผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมไอทีหันมาให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เพื่อหาความเป็นไปได้และการจัดการกับข้อมูลดิบ  บิ๊กดาต้าจะช่วยให้บริษัทมีการจัดการกับข้อมูลมหาศาลอย่างชาญฉลาดขึ้น และมีความได้เปรียบทางธุรกิจ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐก็จะเดินไปในทิศทางเดียวกัน.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปี 2557 ปี แห่งความตื่นตาทางเทคโนโลยี

  • สศค.เล็งชงรัฐบาลใหม่ปรับโครงสร้างภาษีทิ่ดิน-สิ่งปลูก

    สศค.เล็งชงรัฐบาลใหม่ปรับโครงสร้างภาษีทิ่ดิน-สิ่งปลูก

    นายสมชัยสัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)  เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างภาษีใหม่ในปี 57 ยังไม่มีความชัดเจนเพราะต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลที่จะเข้ามารับตำแหน่งในปีหน้า  เพราะโครงสร้างภาษีในช่วงที่ผ่านมาเน้นเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเช่น การลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 20%  ดังนั้นจึงเหลือการปรับโครงสร้างภาษีเกี่ยวกับความเป็นธรรมกับสังคม เช่น การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง   ซึ่งจะเริ่มในพื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่าและไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)เป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บ เพื่อให้ท้องถิ่นมีเงินไปลงทุนเพิ่มและยังช่วยลดการใช้จ่ายด้านการลงทุนของรัฐบาล นอกจากนี้ยังจะเสนอการจ่ายคืนภาษีเพื่อช่วยคนจนเป็นการจ่ายเงินคืนให้กับผู้มีรายได้น้อยโดยตรงโดยกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ไม่ต้องเสียภาษีต้องเข้ามายื่นแบบแสดงรายการเงินได้แล้วรัฐบาลจะโอนเงินช่วยเหลือตามระดับความยากจน  สำหรับการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อหารายได้ให้ประเทศเช่น  การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จาก 7% เป็น 10% ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลใหม่ ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มทั้งระบบนั้น  จะต้องสะท้อนหลักสุขภาพประชาชน ลดความฟุ่มเฟือยและสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการด้วย  “การปรับเพิ่มประสิทธิภาพของกรมภาษีต่างๆ  ด้วยการนำระบบสารสนเทศหรือไอทีเข้ามาเชื่อมโยงข้อมูลของ3 กรมภาษี คือกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร เข้าด้วยกันเป็นเรื่องจำเป็น  เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบการเสียภาษีของภาคเอกชนในกลุ่มประเภทเดียวกันมีความใกล้เคียงกันหรือไม่ ซึ่งเป็นทางหนึ่งในการเก็บภาษีเพิ่ม  อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าถ้าระบบไอทีสมบูรณ์จะทำให้กรมสรรพากรตรวจสอบภาษีซื้อขายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางได้  โดยจะช่วยให้การรั่วไหลด้านภาษีน้อยลงส่งผลให้การจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น”  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศค.เล็งชงรัฐบาลใหม่ปรับโครงสร้างภาษีทิ่ดิน-สิ่งปลูก

  • กรมบัญชีกลางเลื่อนใช้เกณฑ์คิดค่ายาเพิ่ม

    กรมบัญชีกลางเลื่อนใช้เกณฑ์คิดค่ายาเพิ่ม

    นายมนัส  แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ออกหนังสือเวียนถึงหน่วยงานราชการและสถานพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศเกี่ยวกับการเลื่อนการใช้หลักเกณฑ์การคิดค่ายาส่วนเพิ่ม (มาร์ค อัพ)  สำหรับการเบิกจ่ายค่ายาสามัญ   และยาต้นแบบ  ซึ่งถือเป็นสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการออกไปอย่างไม่มีกำหนด  จากเดิมจะประกาศใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 57  เนื่องจากมีหลายฝ่ายได้แจ้งข้อกังวลและปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เช่น  การเข้าถึงการใช้ยาที่จำเป็นหรือการใช้ยาต้นแบบที่ไม่มียาชื่อสามัญทดแทน เป็นต้น ประกอบกับปัญหาความไม่สงบทางการเมืองทำให้ไม่สามารถที่รับฟังความคิดเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานพยาบาล ราชวิทยาลัย สมาคมแพทย์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้สั่งใช้ยาเพื่อการรักษาได้โดยตรงจึงจำเป็นต้องรอเหตุการณ์เข้าสู่ปกติก่อน “เกณฑ์การจำแนกประเภทยาชื่อสามัญและยาต้นแบบยังไม่ชัดเจน และไม่ครอบคลุมรายการยาเพื่อให้กรมบัญชีกลางใช้อ้างอิงเบิกจ่ายยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า การคิดราคายาเพิ่มนั้น เป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่ รวมถึงสถานพยาบาลอีกประมาณ 800 แห่ง ยังไม่มีความพร้อมด้านการจัดส่งข้อมูลยาเข้าระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง หากดำเนินการตามมาตรการนี้จะเกิดผลกระทบและไม่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย”  นอกจากนี้กรมบัญชีกลางจะรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น บัญชีรายการยาของสถานพยาบาล   ที่อ้างอิงกับรหัสยามาตรฐานไทยและราคากลางที่เบิกจ่าย  รวมถึงความพร้อมจัดส่งข้อมูลยาของสถานพยาบาลทุกแห่งที่ต้องส่งข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อให้การทำงานมีความรวดเร็วมากขึ้น  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมบัญชีกลางเลื่อนใช้เกณฑ์คิดค่ายาเพิ่ม