เดือน: ธันวาคม 2013

  • บริหารจัดการคุณภาพข้าวไทยด้วย โมบาย แกพ

    บริหารจัดการคุณภาพข้าวไทยด้วย โมบาย แกพ

    เข้ากับยุคโมบายแอพพลิเคชั่นครองเมือง…การพัฒนาคุณภาพข้าวไทยก็ไม่ได้น้อยหน้า นำเทคโนโลยียุคใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อการตรวจประเมินคุณภาพข้าวไทยสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว นายวัชรากร หนูทอง นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิจัยโพรโตคอลและเครือข่ายไร้สาย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) บอกว่า เนคเทคได้ร่วมกับกรมการข้าว พัฒนาโปรแกรมบริหารจัดการคุณภาพข้าวไทย หรือ โมบาย แกพ ขึ้น เพื่อใช้สำหรับเก็บข้อมูลชาวนาที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร รวมถึงใช้สำหรับการตรวจประเมินคุณภาพข้าวไทยตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices)  โดยพัฒนาเป็น 2 ส่วนหลักคือ ระบบเว็บไซต์สำหรับเกษตรกรยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรและแหล่งผลิตด้วยแผนที่ กูเกิล แมพ และระบบการตรวจประเมินคุณภาพข้าว ตามมาตรฐาน GAP ด้วยโมบายแท็บเล็ตแอนดรอยด์ สำหรับผู้ตรวจประเมินของกรมการข้าวใช้ทดแทนแฟ้มกระดาษแบบเดิม นักวิจัยบอกว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้ เป็นการนำโมบายแอพพลิเคชั่นมาประยุกต์ใช้งานร่วมกับเว็บแอพพลิเคชั่น โดยใช้เทคโนโลยีทั้งจีพีเอส แผนที่กูเกิลแมพ และระบบนำทาง (Google Direction) ระบบสามารถทำงานอย่างอิสระได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเหมาะกับการทำงานในพื้นที่ห่างไกล ในส่วนของเกษตรกรสามารถบันทึกแบบคำร้องขอรับรองแหล่งผลิตและบันทึกแบบบันทึกระบบการจัดการคุณภาพข้าวสำหรับเกษตรกรผ่านทางเว็บไซต์ www. gapthailand.in.th ได้ ด้านผู้ตรวจประเมินก็สามารถใช้ข้อมูลเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้ มีแผนที่ขอบเขตชัดเจน และมีระบบบอกเส้นทาง สามารถบันทึกข้อมูลการตรวจประเมินต่าง ๆ ผ่านโมบายแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ได้ทันที ช่วยลดเวลาในการตรวจประเมินฯ ซึ่งเดิมใช้แบบฟอร์มกระดาษ และต้องนำมาคีย์เข้าคอมพิวเตอร์ภายหลัง        นักวิจัยบอกอีกว่า ระบบนี้สามารถประเมินผลได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เกษตรกรสามารถดูผลการตรวจได้ทันทีผ่านเว็บไซต์    ปัจจุบันได้นำระบบดังกล่าวไปทดสอบใช้งานที่บ้านสามขา จังหวัดลำปาง และจะขยายไปทดสอบใช้งานกับพื้นที่อื่น ๆ  นอกจากนี้ได้มีการพัฒนาระบบคิวอาร์โค้ดเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับว่าข้าวมาจากแปลงที่ผ่านการประเมินคุณภาพหรือไม่  มองดี ๆ อนาคต หากมีการใช้งานระบบนี้ครอบคลุมพื้นที่ทำนาได้ทั้งประเทศ ก็เปรียบเสมือนการทำผังโซนนิ่งพื้นที่เกษตรกรไทยที่ง่ายต่อการบริหารจัดการ แต่จะไปสู่จุดนั้นได้หรือไม่ นักวิจัยบอกว่าเนคเทคเป็นเพียงผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่พร้อมใช้แต่จะใช้จริง ใช้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ต้องนำไปใช้จริง. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บริหารจัดการคุณภาพข้าวไทยด้วย โมบาย แกพ

  • เล็งแก้กฎหมายกำกับกิจการดาวเทียมใหม่ – คู่ขนาน

    เล็งแก้กฎหมายกำกับกิจการดาวเทียมใหม่ – คู่ขนาน

    ปัญหาการกำกับดูแลในกิจการดาวเทียมในประเทศไทยยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ โดยเฉพาะประเด็นที่ต้องประมูลคลื่นความถี่ ถือเป็นหน้าที่หลักของฝ่ายกฎหมายในกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ในสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องปรับปรุงข้อกฎหมายให้มีความชัดเจน นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการฝ่ายกฎหมาย กทค.เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะยกร่าง พ.ร.บ.ดาวเทียม ใหม่ หรือปรับปรุงกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) และ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 เพื่อครอบคลุมกิจการดาวเทียม และให้เกิดความชัดเจนในการกำกับดูแลมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน กทค. ไม่สามารถกำกับดูแลกิจการดาวเทียมได้เต็มที่ เนื่องจากไม่มีกฎหมายดาวเทียมโดยเฉพาะ ส่งผลให้การพิจารณาให้ใบอนุญาตเพื่อประกอบกิจการดาวเทียม ต้องอิงกับ พ.ร.บ.กสทช. และ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งกฎหมายทั้ง 2 ฉบับไม่ได้กำหนดขอบข่ายในการกำกับกิจการดาวเทียม ทำให้การออกกฎกติกาต่าง ๆ เป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ยังไม่มีการกำหนดรูปแบบกิจการที่ชัดเจนว่าเป็นกิจการที่ใช้คลื่นความถี่ที่เปิดประมูลหรือไม่ เนื่องจาก กทค. ได้วางรูปแบบการให้ไลเซนส์ไว้ คือ ภาคพื้นดิน (เอิร์ธ ไลเซนส์) และภาคอวกาศ (สเปซ ไลเซนส์) โดย กทค. มีสิทธิให้ไลเซนส์เฉพาะภาคพื้นดิน และระบุว่าภาคอวกาศเป็นเรื่องที่ต้องเจรจาร่วมกันกับประเทศอื่น ๆ ขณะที่นักวิชาการระบุว่า กิจการดาวเทียมควรที่จะเปิดประมูลใบอนุญาต คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้กฎหมายทั้ง 2 ฉบับ แต่หากแก้ไขแล้วเสร็จ สิ่งสำคัญควรกำกับดูแลได้อย่างจริงจัง ไม่ใช่ให้ใครมาว่า กสทช.เหมือนเสือกระดาษ. กัญณัฏฐ์ บุตรดี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งแก้กฎหมายกำกับกิจการดาวเทียมใหม่ – คู่ขนาน

  • ประมูลทีวีดิจิทัลของขวัญปีใหม่

    ประมูลทีวีดิจิทัลของขวัญปีใหม่

    อีกหนึ่งวัน การประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็จะเริ่มขึ้น  โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) นำคลื่นความถี่ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติมาจัดสรรผ่านรูปแบบการประมูล กสท ได้กำหนดกรอบการประมูล 2 วัน  คือ วันที่ 26-27 ธันวาคม 2556  ถือเป็นฤกษ์ดีรับปีใหม่ ทิ้งทวนปีเก่า ใช้อาคาร แคท ทาวเวอร์ บางรัก บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ชั้น 27 และชั้น 28 จำนวน  16 ห้อง และชั้น 30 เป็นศูนย์ควบคุมทั้งหมด เป็นสถานที่การประมูลครั้งประวัติศาสตร์นี้ การประมูลแยกเป็นสองวัน ดังนี้ วันที่ 26 ธ.ค. 56 ประมูลช่องคุณภาพคมชัดสูง (เอชดี) ราคา 1,510 ล้านบาท เคาะครั้งละ 10 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00– 14.00 น. ต่อด้วยช่องคุณภาพมาตรฐาน(เอสดี) ราคา 380 ล้านบาท เคาะครั้งละ 5 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00– 20.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. 56 ประมูลช่องข่าวสาร/สาระ ราคา 220 ล้านบาท เคาะราคาครั้งละ 2 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00–14.00 น. ตอนบ่ายเป็นการประมูล ช่องเด็ก/ครอบครัว/เยาวชน  ราคา 140 ล้านบาท  เคาะครั้งละ 2 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00–20.00 น.      สำหรับขั้นตอนการประมูล เริ่มจากการตรวจสัมภาระผู้ เข้าร่วมประมูล ข้อกำหนดที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด โดยไม่มีข้อยกเว้นคือ ห้ามพกอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด รวมถึงปากกา เนื่องจากในห้องประมูลเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกระดาษ ดินสอ และเครื่องคิดเลข ไว้ให้แล้ว     หลังจากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนลงทะเบียนตามหมวดหมู่ และจับสลาก โดย กสท. จะเป็นผู้จับสลากเพื่อเลือกผู้ประกอบการขึ้นมาจับสลาก  เลือก ยูสเซอร์เนม และ พาสเวิร์ด เอาไปใช้ล็อกอินเข้าสู่ระบบ และจับสลากเลือกลำดับห้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาไปยังห้องตามที่จับสลากได้ ผู้ประมูลจะไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าใครจะได้อยู่ในห้องไหน   เมื่อเริ่มต้นการประมูล ผู้เข้าประมูลต้องเคาะตัวเลขที่จะประมูลภายใน 5 นาที หากไม่เคาะภายในเวลาที่กำหนดไว้ จะโดนตัดสิทธิทันที และถูกยึดเงินประกัน 10% ของหมวดหมู่ที่ประมูล โดยการประมูลจะใช้ระยะเวลา 60 นาที หากมีผู้ชนะเกินใบอนุญาตที่กำหนด จะขยายเวลาอีก 5 นาที ให้ผู้ประมูลทุกรายเคาะประมูลต่อได้  เมื่อครบ 5 นาทีแล้ว ยังไม่มีผู้ชนะ ขั้นตอนสุดท้ายผู้ที่เสนอตัวเลขเท่ากัน ต้องจับสลาก เพื่อหาผู้ชนะประมูล   หลังจากการประมูลแต่ละวันแล้วเสร็จ จะประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรอกระบวนการตรวจสอบภายใน 15 วัน หลังประมูลเสร็จสิ้นจึงจะมีการรับรองผลเป็นทางการ โดยคาดว่าในวันที่ 6 ม.ค. 57 จะมีการรับรองผลในที่ประชุม ดังนั้นประมาณเดือน ก.พ. 57 คนไทยจะได้เห็นการเปิดให้บริการทีวีดิจิทัล ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล งานนี้ เรามาลุ้นกันว่ารายใดจะเข้าเส้นชัยถือครองใบอนุญาตทีวีดิจิทัล เพราะจากรายชื่อผู้ที่ลงสนามแข่งขัน มีทั้งผู้ประกอบการฟรีทีวี เคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม อุตสาหกรรมสื่อ รวมทั้งตระกูลมหาเศรษฐี ที่เห็นแนวโน้มการเติบโตของทีวีดิจิทัลและไม่พลาดควักเงินลงทุนเคาะประมูลกัน. สุรัสวดี สิทธิยศ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประมูลทีวีดิจิทัลของขวัญปีใหม่