เดือน: ธันวาคม 2013

  • กยศ.ลุ้นลูกหนี้รับโบนัสจ่ายคืนหนี้

    กยศ.ลุ้นลูกหนี้รับโบนัสจ่ายคืนหนี้

    น.ส.ฑิตติมา วิชัยรัตน์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า  ตั้งแต่เปิดโครงการรณรงค์ให้นักเรียนนักศึกษาที่กู้เงินกยศ.มาชำระหนี้ภายในเวลาที่กำหนดตั้งแต่เดือนพ.ย.ที่ผ่านมาพบว่า มีลูกหนี้นำเงินมาชำระหนี้แล้วประมาณ 200 กว่าล้านบาท และเชื่อว่าสิ้นสุดโครงการในเดือนมี.ค.57  การชำระหนี้จะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นเท่าไรเพราะหวังว่าลูกหนี้รอรับเงินโบนัสและสวัสดิการในช่วงปลายปีและเริ่มต้นขึ้นปีใหม่มาชำระหนี้คืนให้กับกยศ.เพิ่มขึ้น  โดยลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการหากประวัตดีไม่มีการค้างชำระหนี้มาก่อนและต้องการปิดบัญชีจะได้รับการลดหย่อนหนี้ 3.5% ของเงินต้น  ส่วนกรณีที่ลูกหนี้ค้างชำระหนี้  แต่ต้องการชำระเงินงวดที่ค้างทั้งหมด  จะได้รับลดเบี้ยปรับ และค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้100%  นอกจากนี้ถ้าลูกหนี้มาปิดบัญชีจะได้รับการลดเบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม  และได้ลดดอกเบี้ยค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ยืมอีก50% ตั้งแต่วันนี้– 31 มี.ค. 57   นอกจากนี้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) พร้อมส่งข้อมูลข้าราชการที่เป็นลูกหนี้กยศ.ว่าทำงานในตำแหน่งใดบ้างของแต่ละหน่วยงานทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้กยศ.สามารถติดตามภาระหนี้สินกลับคืนมา และนำเงินมาปล่อยกู้ต่อให้กับรุ่นน้อง ขณะเดียวกันได้เจรจากับกองทุนประกันสังคมและกรมสรรพากรขอให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลของลูกจ้างเอกชนที่เป็นหนี้กองทุนกยศ. ด้วยเช่นกัน   เพราะหากพบว่ากลุ่มคนที่เป็นลูกหนี้ไม่มาชำระหนี้จะถูกพิจารณาจากนายจ้างในเรื่องการพิจารณาเงินเดือนหรือตำแหน่งในหน้าที่การงาน เพราะจะทำให้นายจ้างรู้ว่าบุคคลคนนั้น ไม่มีวินัยต่อตนเอง และอาจทำให้ความไว้วางใจในการทำงานลดลง พร้อมทั้งจะเร่งดำเนินคดีกับบุคคลที่ไม่มาชำระหนี้โดยจะเริ่มในปีหน้าเป็นต้นไป   สำหรับความคืบหน้ากรณีที่ให้บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโรเข้ามาช่วยตรวจสอบลูกหนี้ของกยศ.นั้น ขณะนี้เครดิตบูโรกำลังดูรายละเอียดของฏหมายว่ากองทุนฯ เป็นสถาบันการเงินหรือไม่ ซึ่งต้องรอสักระยะถึงจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ทั้งนี้ก่อนหน้านี้กยศ.ได้ลงนามกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน24 แห่ง  ซึ่งเชื่อว่าครอบคลุมทุกภาคส่วนในการติดตามผู้ที่กู้เงินให้นำเงินมาชำระหนี้  เพราะเงินที่กู้เป็นงบแผ่นดินหากรุ่นพี่ไม่นำเงินมาคืนจะส่งผลกระทบต่อการศึกษาของรุ่นน้องในปีหน้าเนื่องจากกองทุนฯ ถูกตัดงบไป 6,700ล้านบาททำให้กระทบต่อผู้กู้รายใหม่ 230,000 รายและผู้กู้รายเก่า 140,000 ราย   และปัจจุบันมีลูกหนี้ที่ค้างชำระ1.2 ล้านรายคิดเป็นวงเงิน 12,000 ล้านบาท จากจำนวนผู้ที่ครบกำหนดชำระ2.7 ล้านราย คิดเป็นวงเงิน 70,000 ล้านบาท  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กยศ.ลุ้นลูกหนี้รับโบนัสจ่ายคืนหนี้

  • คลังยันฐานะแน่นปึ๊กเร่งเบิกจ่ายหนุนศก.

    คลังยันฐานะแน่นปึ๊กเร่งเบิกจ่ายหนุนศก.

    เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 57(ต.ค.-พ.ย.) ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลัง 330,000ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 12,500 ล้านบาท หรือ 3.9% เป็นผลมาจากการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้นขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณอยู่ที่ 514,000 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 97,900 ล้านบาท หรือ 16%ทำให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุลอยู่ที่ 183,000 ล้านบาท และเมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุล 26,700 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 210,000 ล้านบาทโดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 17,000 ล้านบาททำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุล 193,000 ล้านบาท และเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน พ.ย.56 อยู่ที่ 410,000 ล้านบาท "จากความผันผวนของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองสะท้อนว่าความมั่นคงของฐานะการคลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้นโยบายการคลังยังคงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยกระทรวงการคลังจะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด" ทั้งนี้ ในส่วนของฐานะการคลังของรัฐบาลเฉพาะในเดือนพ.ย. นั้น รัฐบาลขาดดุลเงินสด 108,000ล้านบาท โดยเป็นการขาดดุลเงินงบประมาณ 104,000 ล้านบาทและดุลเงินนอกงบประมาณ 3,630 ล้านบาท ซึ่งในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมารัฐบาลมีรายได้นำส่งคลัง ทั้งสิ้น 150,000 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 17,900ล้านบาท หรือ 10.7% ส่วนการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ทั้งสิ้น 255,000 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 44,000 ล้านบาท หรือ 14.7%แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 227,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9%จากช่วงเดียวกันปีก่อน และรายจ่ายลงทุน 4,710 ล้านบาท ลดลง 90%จากช่วงเดียวกันปีก่อนขณะที่การเบิกจ่ายเงินจากงบประมาณปีก่อน อยู่ที่ 23,200 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 19.9%.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังยันฐานะแน่นปึ๊กเร่งเบิกจ่ายหนุนศก.

  • หุ้นไทยวันที่ 24 ธันวาคม 2556 ปิดบวก 0.99 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 24 ธันวาคม 2556 ปิดบวก 0.99 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 24 ธ.ค. ดัชนียังคงแกว่งตัวผันผวนทั้งในแดนบวกและลบตามแรงซื้อสลับขายทำกำไร แต่ส่วนใหญ่ฟื้นตัวยืนแดนบวกได้ในกรอบแคบๆตามแรงเข้าซื้อกลับ หลังดัชนีปรับลดลงมากในช่วงก่อนหน้านี้จากแรงกดดันเรื่องสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ไม่มีความชัดเจน อีกทั้งเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปิดบวกแม้จะยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นตลาดเพิ่มเติมก็ตาม ส่งผลให้ระหว่างวันหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่1,334.96 จุดลดลงต่ำสุดที่ 1,320.89 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,327.13 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.99จุด หรือ 0.07% ด้วยมูลค่าซื้อขายเบาบาง 22,397.70 ล้านบาท   สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก 1.ธ.กรุงศรีอยุธยา ปิดที่ 29.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท 2.ทอท. ปิดที่ 165.00 บาท ลดลง 0.50 บาท 3.เอไอเอส ปิดที่ 208.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท 4.ซีพีออลล์ ปิดที่ 44.50 บาท ลดลง 0.25 บาท 5.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 179.00 บาท ลดลง 2.50 บาท              

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 24 ธันวาคม 2556 ปิดบวก 0.99 จุด