เดือน: ธันวาคม 2013

  • 4จี แอดวานซ์ โมเดลประเทศเกาหลี ดีอย่างไร!

    4จี แอดวานซ์ โมเดลประเทศเกาหลี ดีอย่างไร!

    ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา รายการ ไอที 24 ชั่วโมง ครอบครัวข่าว 3 และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พาผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมและสื่อมวลชนไปศึกษาเทคโนโลยีที่สาธารณรัฐเกาหลีใต้ เมื่อถึงสนามบินนานาชาติอินชอน เกาหลีใต้ สิ่งที่ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบันคือ อินเทอร์เน็ต และบริการไวไฟฟรี ซึ่งในพื้นที่ของสนามบินอินชอนก็มีบริการไวไฟฟรีด้วยเช่นกัน โดยการให้บริการไวไฟฟรีของเกาหลีใต้ ไม่ใช่เฉพาะสนามบินเท่านั้น แต่ในสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็มีบริการไวไฟฟรีเช่นกัน โดยการให้บริการไวไฟฟรีถือเป็นเรื่องปกติเพราะหลาย ๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว ให้บริการเช่นกัน แม้แต่ประเทศไทย แต่ประเทศไทยจะติดตรงที่ขั้นตอนความยุ่งยากของการเชื่อมต่อและความเร็วที่ให้ใช้บริการ แต่เกาหลีสามารถล็อกอินได้โดยอัตโนมัติ เมื่อเจอสัญญาณและสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ประเทศเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่เคยตกอยู่ในภาวะลำบากขัดสนและคุ้นเคยกับสงครามถือเป็นอดีตที่ขื่นขมมากกว่าประเทศไทย แต่วันนี้กลายเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าถือว่าล้ำหน้ากว่าประเทศไทย และปัจจุบัน            นักโทรคมนาคมไทยต้องเดินทางมาศึกษาเทคโนโลยีถึงประเทศเกาหลีทั้งนี้ รายการ ไอที 24 ชั่วโมง ได้พาไปดูเทคโนโลยี 4 จี แอลทีอี แอดวานซ์ ของ บริษัท เอสเค เทเลคอม  ถือเป็นยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมเกาหลีใต้ สามารถรับส่งข้อมูลความเร็วสูงสุด 120-150 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps)เป็นความเร็วที่เหนือกว่า 4จี ปกติที่ให้บริการในหลายประเทศมากกว่า 2 เท่าตัว โดยเอสเค เทเลคอมเปิดให้บริการผ่านย่านความถี่ 800 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยปัจจุบันมี 3 ประเทศทั่วโลกที่ใช้งานแล้วคือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเกาหลี โดยเกาหลีเริ่มใช้ช่วงเดือน มิ.ย. 2554 ขณะที่ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ใช้งานย่าน 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เอสเค เทเลคอม ปัจจุบันมีลูกค้าทั้งหมด 12 ล้านราย จากประชากรประมาณราว 50 ล้านคน ที่ใช้งานผ่านโมบาย บรอดแบนด์ สมาร์ทดีไวซ์ ในครัวเรือน เพื่อควบคุมการใช้งานเทคโนโลยีภายในบ้าน อาทิ ทีวี วิทยุ อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น การควบคุมการเปิด ปิด ประตู สำหรับเทคโน โลยีเด่น ๆ ที่ เอสเคเทเล คอม นำเสนอ คือ การจำลองบ้านแห่งอนาคต ที่ใช้ 4 จี แอลทีอี แอดวานซ์ สั่งงานผ่านอุปกรณ์พกพา สามารถสั่งให้รถวิ่งไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่ต้องใช้มือควบคุมพวงมาลัย มีการสั่งซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นผ่านแอพพลิเคชั่นโมบายด้วยการวัดขนาดตัวของผู้ใช้งานออกมาเป็นแบบจำลองได้เท่าขนาดของจริง เป็นต้น สร้างความเพลิดเพลินให้กับสมาชิกในครอบครัวกับมุมต่าง ๆ ในบ้าน  1 หลัง ดร.เจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการประจำรองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์ (กทค.) เล่าว่า หากจะเปรียบ เอสเค เทเลคอม กับผู้ให้บริการโมบาย และบรอดแบนด์ในเมืองไทย จะเปรียบได้กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ให้บริการทั้งโมบาย และ บรอดแบนด์ สำหรับ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในเกาหลี ถ้ากลุ่มโมบายถือว่า เอสเค เทเลคอม เป็นเบอร์ 1 ในด้านโมบาย โดยให้บริการ 4 จี แอลทีอี แอดวานซ์ สำหรับแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่ 4จี แอลทีอี ของประเทศไทย คาดว่า สมาคมโทรคมนาคมนานาชาติหรือไอทียู จะสรุปแนวทางภายในปีนี้ว่าจะต้องประมูลได้เมื่อไหร่ ทั้งนี้ จากการศึกษา การเปิดให้บริการ 4จี แอลทีอี ในหลาย ๆ ประเทศ ทำให้ กทค.มีแนวคิดที่ไม่อยากประมูลแค่ 4จี แอลทีอี แต่จะประมูล 4 จี แอลทีอี แอดวานซ์ โดยนำคลื่น 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ มาเปิดประมูลพร้อมกัน เพื่อดึงดูดผู้เข้าร่วมประมูล “ปัจจุบันคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่เอกชนถืออยู่ก็นำมาให้บริการ 4 จี ได้ ซึ่งหากเราประมูล 4 จี แอลทีอี แอดวานซ์ จะทำให้ความเร็วสูงกว่า 4จี แอลทีอี ถึง 2 เท่า และยังช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อนของผู้เข้าร่วมประมูลด้วย” ถึงแม้ว่าเกาหลีใต้จะเป็นประเทศที่เคยยากจนถึงขีดสุด ๆ แต่สิ่งที่คนเกาหลีให้ความสนใจคือ การศึกษา และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ รัฐบาลให้การสนับสนุนในเรื่องของเทคโนโลยีอย่างจริงจัง.  กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 4จี แอดวานซ์ โมเดลประเทศเกาหลี ดีอย่างไร!

  • ‘เนคเทค-ทรู’ ทุ่มงบ 20 ล้านเจ้าภาพงาน ‘APRICOT 2014’

    ‘เนคเทค-ทรู’ ทุ่มงบ 20 ล้านเจ้าภาพงาน ‘APRICOT 2014’

    ทุ่มงบ 20 ล้านบาท เนคเทค จับมือ ทรู จัดงาน APRICOT 2014 ประชุมสุดยอดผู้ให้บริการและผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลก หวังไทยได้โชว์ศักยภาพพร้อมเอกชนได้ต่อยอดธุรกิจ คาดมีผู้ประกอบการในวงการอินเทอร์เน็ตทั่วโลกกว่า 700 คน  จาก 400 บริษัท ใน 50 ประเทศร่วมงาน ดร.พันธ์ศักดิ์  ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค เปิดเผยว่า เนคเทคได้ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด  (มหาชน)เป็นเจ้าภาพจัดงาน APRICOT 2014 ซึ่งเป็นการประชุมสุดยอดผู้ให้บริการและผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลก โดยได้รับการไว้วางใจจากองค์กรอินเทอร์เน็ตระดับสากลอย่าง APIA และ APNIC ให้เป็นเจ้าภาพ โดยคาดว่าจะมีนักธุรกิจและผู้ประกอบการในวงการอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลกกว่า 700 คน ที่เป็นตัวแทนจาก 400 บริษัท จาก 50 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะจากไทยได้เพิ่ม เครือข่ายเชิงวิชาการ ธุรกิจ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอินเทอร์เน็ตของเมืองไทย ซึ่งที่ผ่าน  มาไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้มาแล้วเมื่อปี    ค.ศ. 2002 นายสุพจน์ มหพันธ์ ผู้อำนวยการ ด้านธุรกิจบริการระหว่างประเทศ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ได้ใช้งบประมาณจำนวน 20 ล้านบาท โดยไทยสามารถเอาชนะคู่แข่งในการ เสนอตัว คือ นิวซีแลนด์ มาได้ ในงานมีการจัดประชุมและการเวิร์กช็อปด้านเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและการสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจต่าง ๆ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นี คเวย์ นอร์ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทในการพัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในทวีปแอฟริกา และ ดร.กาญจนา กาญจนสุต นักวิชาการด้านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของไทย ร่วมเป็นวิทยากรในงาน นอกจากนี้ไทยจะได้โชว์ศักยภาพในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตด้วย ทั้งนี้งาน ARICOT 2014 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-28 ก.พ. 2557 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยผู้เข้าร่วมงานเวิร์กช็อปจะมีค่าใช้จ่าย 500 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการร่วมประชุมมีค่าใช้จ่าย 600 ดอลลาร์สหรัฐ  ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://2014.apricot.net

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘เนคเทค-ทรู’ ทุ่มงบ 20 ล้านเจ้าภาพงาน ‘APRICOT 2014’

  • สรรพากรเล็งรีดอาชีพอิสระ

    สรรพากรเล็งรีดอาชีพอิสระ

    นายสุทธิชัย  สังขมณี  อธิบดีกรมสรรพากร  เปิดเผยว่า กรมฯมีแผนที่จะจัดเก็บภาษีอาชีพอิสระเพิ่มขึ้น  เช่น แพทย์ เนื่องจากเป็นอาชีพที่มีฐานะดีและมีรายได้ช่องทาง ซึ่งปกติจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามภ.ง.ด. 90 และได้รับการลดหย่อนการเสียภาษีคณะบุคคล  ดังนั้นจะเข้าดูว่าการยื่นแบบเสียภาษีถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่  เพราะที่ผ่านมายอมรับว่าการวางแผนเสียภาษีของกลุ่มคนกลุ่มนี้มีไม่มากนักทั้งที่รายได้สูง   ” การวางแผนภาษีเป็นเรื่องที่ดี และเราไม่ได้ว่าอะไร แต่มีหน้าที่ติดตามจัดเก็บให้ถูกต้องตามกฏหมาย ถ้าพบว่าอาชีพใดที่เสียภาษีไม่ถูกต้องก็ต้องติดตามรายได้กลับคืนมา” สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบรายได้ของแพทย์นั้น จะดูแนวโน้มของธุรกิจโรงพยาบาลว่าเป็นอย่างไร  และจะตรวจสอบตั้งแต่สัญญาที่โรงพยาบาลทำไว้กับแพทย์ด้วยว่ามีรูปแบบดำเนินการแบบใดบ้าง  เพราะปัจจุบันโรงพยาบาลมีเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ และแพทย์ก็ไปเช่าสถานที่หรือเครื่องมือในการรักษาผู้ป่วย และมีรายได้จากการตรวจรักษา และการผ่าตัด ขณะที่โรงพยาบาลจะได้ค่าเช่าและรายได้จากการขายยา  อย่างไรก็ตาม  ก่อนหน้านี้ได้เสนอรัฐบาลแก้ไขร่างพรบ.การจัดเก็บภาษีคณะบุคคลและห้างหุ้นส่วนสามัญ เกี่ยวกับคำนิยามของคณะบุคคล การหักค่าใช้จ่ายของห้างหุ้นส่วนสามัญให้หักตามความเป็นจริง และกำหนดอัตราภาษีห้างหุ้นส่วนสามัญเก็บในอัตรา 20% ของรายได้  แต่เกิดเหตุการณ์ยุบสภาในวันที่ 9 ธ.ค.ทำให้ร่างพรบ.ดังกล่าวต้องตกไป  และต้องเสนอให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณา  นอกจากนี้จะเข้าไปตรวจสอบโรงเรียนกวดวิชาว่า  ทำตามกฏเกณฑ์ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้หรือไม่   เช่น  ดูเงื่อนไขรายได้เป็นหลัก และหากสถานที่แห่งใดไม่ปฏิบัติตามกฏก็จะเก็บภาษีทันที    รวมทั้งดูด้วยว่าอาจารย์ที่สอนโรงเรียนกวดวิชาดังๆ มีรายได้มาจากไหนบ้างและเสียอัตราภาษีมากน้อยแค่ไหน เพราะบางแห่งไม่มีอาจาย์สอน แต่ส่งวีดีโอการสอนไปเปิดในต่างจังหวัดแทน แต่เก็บเงินจากการสอนกับนักเรียน  โดยจะดูเส้นทางการเงิน เช่น การโอนเงินผ่านบัญชีว่ามีมากน้อยแค่ไหน  ด้วยการขอความร่วมมือจากสถาบันการเงิน ในการตรวจสอบข้อมูลผู้ที่หลบเลี่ยงหนีภาษี จากปัจจุบันครูทั่วประเทศมีประมาณ 200,000 คน   “กวดวิชาอะไรเข้าข่ายช่องโหว่ของกฏหมายและไม่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับยกเว้นจะเก็บหมด   ซึ่งปัจจุบันไม่รู้ว่าโรงเรียนกวดวิชามีจำนวนที่แท้จริงเท่าไหร่ แต่รู้ว่ามีจำนวนมาก    โดยที่ผ่านมาอาจารย์ที่สอนพิเศษเสียภาษีเฉพาะเงินได้บุคคลธรรมดา  เพราะได้รับเงินเดือนไม่ได้มีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต)   ส่วนรายละเอียดเงื่อนไขต่าง ๆ คาดว่าได้ข้อสรุปที่ชัดเจนปีหน้า  อย่างไรก็ตาม ต้องการให้กระทรวงศึกษาทบทวนการเรียนการสอนของนักเรียนทั่วประเทศ  เพื่อให้มาตรฐานเดียวกัน  เพราะหากการเรียนการสอนได้มาตรฐานแล้วเชื่อว่าโรงเรียนกวดวิชาจะหายออกไปจากระบบ”   สำหรับตัวแทนนายหน้าขายตรง เช่น  ขายประกันชีวิตที่ตั้งกลุ่มเป็นบริษัทนายหน้า เพราะต้องการได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทนั้น  จะขอความร่วมมือกับบริษัทประกันตรวจสอบข้อมูลของ หัวหน้าทีมไปหาลูกทีมว่า รายได้เป็นอย่างไร  เพราะที่ผ่านมาพบว่า  มีการหลีกเลี่ยงรายได้ที่แท้จริง  โดยไม่ให้รู้ว่ารายได้ที่รับมาทั้งหมดเป็นเท่าไรขณะเดียวกันจะตรวจสอบพ่อค้า-แม่ค้าหาบเร่แผงลอยที่ขายสินค้าในตลาดนัดด้วยว่ามีรายได้เป็นอย่างไร เพราะถือว่าเป็นอาชีพอิสระที่มีรายได้สูงเช่นกัน  แม้ว่าในปัจจุบันไม่ได้เสียภาษี  แต่บางรายที่ขายสินค้าในต่างจังหวัดจะถูกเรียกเก็บภาษีเทศบาลเป็นรายวันประมาณวันละ 10 บาท ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงหากเทียบกับอัตราเหมาจ่าย  ทั้งนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะทำให้รัฐมีรายได้เท่าไหร่  เพราะอยู่ระหว่างการศึกษาและประเมินตัวเลขคาดว่าได้ข้อสรุปชัดเจนในต้นปีหน้า   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพากรเล็งรีดอาชีพอิสระ