ก่อนที่อีกไม่กี่วันคนไทยจะเข้าสู่เทศกาลแห่งความสุขกับปีม้าของคนไทย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้มอบของขวัญชิ้นใหญ่ ทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงวงการทีวีไทยครั้งประวัติศาสตร์ จากระบบอะนาล็อกมาสู่ระบบดิจิทัล ให้สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกยุคดิจิทัล และสร้างผู้ประกอบการฟรีทีวีจากเดิม 6 ช่องเป็นฟรีทีวี 48 ช่อง วันที่ 26-27 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา กสท.ถือฤกษ์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ได้อย่างสวยสดงดงาม โดยการประมูลทีวีดิจิทัลเพื่อให้บริการธุรกิจจำนวน 24 ช่อง และได้สร้างมูลค่ารายได้จากการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูลมหาศาลกว่า 50,862 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการประมูลช่องคุณภาพคมชัดสูง (เอชดี) จำนวน 7 ใบอนุญาต ราคาเริ่มต้นการประมูล 1,510 ล้านบาทเคาะราคาครั้งละ 10 ล้านบาท ซึ่งสร้างมูลค่าในช่องเอชดีถึง 23,700 ล้านบาท โดยบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ในเครือช่อง 3 ) เคาะราคาสูงสุดที่ 3,530 ล้านบาท ส่วนช่องคุณภาพมาตรฐาน (เอสดี) จำนวน 7 ใบอนุญาต ราคาเริ่มต้นการประมูล 380 ล้านบาท เคาะราคาครั้งละ 5 ล้านบาท สร้างมูลค่าในช่องเอสดีจำนวน 15,950 ล้านบาท โดยบริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด (เวิร์คพอยท์) เคาะราคาสูงสุดที่ 2,355 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ช่องข่าวสารและสาระ จำนวน 7 ใบอนุญาต ราคาเริ่มต้นการประมูล 220 ล้านบาท เคาะราคาครั้งละ 2 ล้านบาท สร้างมูลค่าในช่องถึง 9,238 ล้านบาท ผู้ประกอบการเสนอราคาสูงสุดอยู่ที่ 1,338 ล้านบาท และช่องเด็ก เยาวชนและครอบครัว จำนวน 3 ใบอนุญาต เริ่มต้นการประมูล 140 ล้านบาท เคาะราคาครั้งละ 2 ล้านบาท มีมูลค่ารวมช่องเด็ก 1,974 ล้านบาท อย่างไรก็ตามใบอนุญาตทีวีดิจิทัลมีอายุ 15 ปี โดยผู้เข้าร่วมประมูลได้คำนึงถึงต้นทุนประกอบกิจการและแผนการดำเนินธุรกิจมาเป็นอย่างดี ซึ่ง กสท.เชื่อว่าผู้ประกอบการฟรีทีวีรายใหม่จะใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่ที่ได้ไปใช้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ส่วนผู้ที่ไม่ชนะการเสนอราคานั้นสามารถเช่าใช้ช่วงเวลาหรือเช่าใช้รายการได้ตามที่ กสท.กำหนดให้มีการแบ่งเช่าช่วงช่องรายการประมาณ 10-40% เพื่อให้ผู้ที่ประกอบการรายเล็ก หรือคนที่พลาดจากการเคาะประมูลได้มีโอกาสได้อยู่อุตสาหกรรมสื่อทีวีได้ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และประธาน กสท. ระบุถึงรายได้จากการประมูลครั้งนี้ นำเข้ากองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประ โยชน์สาธารณะ พร้อมทั้งจะนำรายได้จากการประมูลทีวีดิจิทัล ไปสนับสนุนการจัดทำคูปองส่วนลดในการซื้อทีวีดิจิทัลซึ่งมีจูนเนอร์ แบบบิวต์-อินในตัวเครื่อง ระบบดีวีบี ที 2 หรือ ใช้สำหรับเป็นส่วนลดกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ เพื่อใช้รับชมทีวีดิจิทัล เบื้องต้น กสท.คาดว่าราคาคูปองส่วนลดอยู่ที่ 690-700 บาท ซึ่งการแจกจ่ายจะเริ่มต้นในเดือน เม.ย. 57 ภายหลังจากการเปิดให้บริการทีวีดิจิทัลช่วงเดือน ก.พ. 57 สำหรับคูปองส่วนลดดังกล่าว กสท.คำนวนราคาเริ่มต้นการประมูลของทั้ง 4 หมวดหมู่จำนวน 24 ช่อง (ใบอนุญาต) ซึ่งมีมูลค่าราคาเริ่มต้นรวม 15,190 ล้านบาท นำไปหารจำนวนประชากรครัวเรือน ทั้งนี้การแจกคูปองส่วนลดดังกล่าวนี้ กสท.มองว่า ต้องแจกให้ประชากรตามการเข้าถึงทีวีดิจิทัล และการสนับสนุนคูปองส่วนลดนั้นยังช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนทีวีดิจิทัลได้รวดเร็วมากขึ้น เมื่อได้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเพื่อให้บริการธุรกิจ 24 ช่องแล้ว อีก 24 ช่องแบ่งเป็นช่องบริการสาธารณะ 12 ช่อง และช่องบริการชุมชน 12 ช่อง รวมเป็น 48 ช่อง เมื่อภารกิจการประมูลทีวีดิจิทัลแล้วเสร็จ หลังจากนี้จับตาดูเนื้อหา ผังรายการ ที่ผู้ประกอบการฟรีทีวีหน้าใหม่ต้องรับศึกหนักแข่งขันเรื่องคอนเทนต์ ที่ว่าใครจะสามารถสร้างรายการได้ครองใจผู้รับชมได้ เนื่องจากการประมูลครั้งนี้ นอกเหนือจากที่ผู้ประกอบการฟรีทีวีไม่พลาดลงสนามเคาะราคา แต่ผู้ประกอบการเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม ก็ไม่น้อยหน้าลงสนามประลองกันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทรู ที่ส่ง 2 บริษัท อย่าง บริษัท ทรู ดีทีที จำกัด คว้าช่องเอสดี และบริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด คว้าช่องข่าว กลุ่มแกรมมี่ กวาด 2 ช่องคือ ช่องเอชดี และเอสดี เครือเนชั่น โกย 2 ช่องเช่นกัน และที่มาแรงคือ บริษัท ไทยทีวี จำกัด (ทีวีพูล) ที่คว้าช่องข่าว และช่องเด็ก ส่วนฟรีทีวีเดิมอย่าง กลุ่มช่อง 3 ก็ไม่พลาดคว้ามากสุด 3 ช่องคือ ช่องเอชดี ช่องเอสดี และช่องเด็ก และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน )หรือช่อง 9 คว้าช่องเอชดี และช่องเด็ก โดยรวมถึงสิ่งที่ต้องจับตามองเมื่อทีวีดิจิทัล เริ่มเข้ารูปเข้ารอย คือ การทำวิทยุดิจิทัล โดยถือว่าเป็นฤกษ์ดีเมื่อ กสท.ได้พิจารณาความร่วมมือในการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิทัลร่วมกับ กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ และกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความสามารถในการติดตั้งเครื่องรับวิทยุในระบบดิจิทัล กลุ่มผู้ผลิตเครื่องรับวิทยุในระบบดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียง การทำวิทยุดิจิทัลเป็นภารกิจของ กสท.หลังจากนี้ เนื่องจากในปัจจุบันวิทยุเกิดปัญหา อาทิ การรบกวนวิทยุการบิน การโฆษณาอาหาร ยาและผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย ที่สร้างผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินแก่ผู้บริโภค โดยในขณะนี้วิทยุในประเทศไทยมีกว่า 7,000 สถานี โดย กสท.เร่งพยายามดึงผู้ประกอบการให้เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลก่อนเพื่อจัดระเบียบให้เท่ากัน ซึ่งคาดว่าหากเกิดวิทยุดิจิทัล ปัญหาที่กล่าวมาจะหมดไป อย่างไรก็ตามยุคดิจิทัล ก้าวเข้ามาในประเทศไทย การประมูลทีวีดิจิทัลถือเป็นการพลิกวงการทีวีให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการรับข่าวสารหลากหลาย. สุรัสวดี สิทธิยศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช. จบประมูลทีวีดิจิทัลอู้ฟู่งานต่อไปเตรียมลุยวิทยุดิจิทัล
เดือน: ธันวาคม 2013
-

กสทช. จบประมูลทีวีดิจิทัลอู้ฟู่งานต่อไปเตรียมลุยวิทยุดิจิทัล
-

ประชาชนแห่เสี่ยงโชคส่งท้ายปี56
เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.56 รายงานข่าวจากผู้ค้าส่งสลากกินแบ่งรัฐบาล (ล็อตเตอรี่) เปิดเผยว่าบรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 30 ธ.ค.นี้เป็นไปด้วยความคึกคักเป็นอย่างมากทั้งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่สนใจเลือกซื้อล็อตเตอรี่เนื่องจากเป็นงวดสุดท้ายประจำปี 56ทำให้เหล่าบรรดาเซียนหวยออกมาเดินเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก เพราะอยากลุ้นโชคส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทำให้ราคาขายส่งเปิดอยู่ที่ใบละ 93.50 บาทแต่พอใกล้วันออกรางวัลราคาขยับสูงสุดอยู่ที่ใบละ 97 บาท ส่งผลราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ใบละ100-110 บาท สำหรับเลขเด็ดในงวดวันที่ 30 ธ.ค.นี้ บรรดาเซียนหวยนิยมซื้อกันมากและขายดีเป็นพิเศษ โดยมีราคาเฉลี่ยสูงอยู่ที่ใบละ 120-150 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มเลขมงคลที่เกี่ยวกับสมเด็จพระสังฆราชสิริมายุ100 ปี, ประสูติ 2456 ในหลวงจะเกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 9 และพระชนมายุ 986-987 และวันที่5 รัชกาลที่ 9 คือ 59 รวมถึง เลขพุทธศักราชเก่าและใหม่ 556-557 เลขคริสต์ศักราชเก่าและใหม่013-014 และเลขเบิ้ล 11, 44, 55, 77 นอกจากนี้ ยังมีเลขที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญทั้งการแข่งขันซีเกมส์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหรียญรางวัลของไทย แบ่งเป็น เหรียญทอง107, เหรียญเงิน 94 เหรียญทองแดง 81 รวมเหรียญ 282 และคลอดลูกในรถ 171 วันเด็ก 11วันครู16 รวมทั้งเลข15 ที่ใกล้ช่วงออกรางวัลมีการเลือกซื้อกันเพิ่มขึ้น เพราะเป็นเลขดังเกี่ยวข้องกับปฏิทินจีนและตรงกับเลขเบอร์พรรคเพื่อไทยที่ใช้ลงสมัครเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57 ส่งผลให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ใบละ110-120 บาท ทั้งนี้ การออกรางวัลสัญจรของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในวันที่ 30ธ.ค.นี้ จะเดินทางไปออกรางวัลที่ หอประชุมกรมสรรพาวุธทหารบก ถ.เตชะวณิช เขตดุสิต กรุงเทพฯโดยประชาชนที่สนใจสามารถชมการออกรางวัลด้วยตนเอง หรือติดตามชมการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที เวลา 15.00-16.00 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประชาชนแห่เสี่ยงโชคส่งท้ายปี56 -

บขส. กร่อยวันแรกผู้โดยสารลด
เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศสถานีขนส่งหมอชิต 2ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่ช่วงเช้าช่อง จำหน่ายตั๋วโดยสารเต็มเกือบทุกช่อง อย่างไรก็ตามจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่ประชาชนใช้บริการมากสุดกลับลดลงกว่าปีก่อนหลายหมื่นคน ทั้งนี้ สาเหตุจากประชาชนเลือกวันเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด บางส่วนอยากขับรถกลับไปภูมิลำเนาเอง หลังจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมโครงการรถยนต์คันแรก รวมทั้งเกิดเหตุวุ่นวายทางการเมืองทำให้ประชาชนไม่อยากเดินทางท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังพบประชาชนนิยมใช้บริการรถตู้ร่วมบริการ บขส.ที่วิ่งเส้นทางระยะสั้นในพื้นที่ภาคกลางมากขึ้นจนต้องเพิ่มเที่ยวรถและ ออกรถบางสายถี่ขึ้น และมีการขยายเที่ยวรถเพิ่มเป็น 22.00 น.จากเดิมเที่ยวสุดท้ายแค่ 19.00 น. ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตรกรรมการผู้จัดการ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. เปิดเผยว่ายอดประชาชนที่มาใช้บริการรถในวันแรก 27 ธ.ค.56 ลดลง โดยมีผู้โดยสารเดินทางมาเพียง178,366 คน ลดลงจากปีก่อนที่เกิน 2 แสนคน และน้อยกว่าจำนวนเที่ยวรถเสริมที่ บขส. เตรียมไว้7,600 เที่ยว ซึ่งรองรับได้ถึง 250,000 คน ส่วนการเตรียมพร้อมเที่ยวรถในวันที่ 28 ธ.ค.56 ได้เพิ่มเที่ยววิ่งรถเสริมจากปกติ อีก 1,500 เที่ยว เป็น 6,700 เที่ยว เพื่อรองรับประชาชน 180,000-190,000 คนแต่อาจมีผู้ใช้บริการน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้อีก ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามาจากอะไร
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บขส. กร่อยวันแรกผู้โดยสารลด