นายฐากรตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จากสถิติของสำนักงาน กสทช. พบว่าตั้งแต่ปี 52 ถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีการนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ตรวม 3,880 รุ่น รวม 92,729,417 เครื่องคิดเป็นมูลค่ากว่า 6.5 แสนล้านบาท โดยในปี 55 มีการนำเข้ามากที่สุด จำนวน 660 รุ่น23,053,090 เครื่อง รองลงมาคือปี 54 นำเข้า 666 รุ่นเป็นจำนวน 22,786,286 เครื่อง ตามด้วยปี 53 นำเข้า 965 รุ่น เป็นจำนวน 19,991,952 เครื่อง ปี 52 นำเข้า 1,476 รุ่น เป็นจำนวน 16,230,612 เครื่อง และปี 56 นำเข้า113 รุ่น เป็นจำนวน 10,667,477 เครื่อง “สถิติดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้บริการโทรคมนาคมของประชากรไทยที่พบว่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นบริการโทรคมนาคมที่คนไทยในทุกพื้นที่นิยมใช้สูงสุดมากกว่าบริการโทรศัพท์ประจำที่ หรือ โทรศัพท์พื้นฐาน และบริการโทรศัพท์สาธารณะโดยขณะนี้มียอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งประเทศประมาณ 90 ล้านเลขหมายแล้ว” นายฐากรกล่าวว่า สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นอีกช่วงหนึ่งที่มีสถิติการใช้โทรศัพท์กันมากประชาชนนิยมติดต่อสื่อสารและส่งข้อความอวยพรกันผ่านบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ใช้บริการในการติดต่อสื่อสารผ่านบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และเพื่อป้องกัน มิให้คุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงสำนักงาน กสทช.จึงได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายให้พิจารณาเพิ่มขีดความสามารถและความระมัดระวังในการดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไขปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคมเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ที่นำมาใช้ในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 57 ที่จะมาถึงนี้ สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ได้รับความนิยมและมีการนำเข้ามาในปีต่างๆปี 52 ได้แก่ iPhone3, Samsung Spica i5700, SamsungCandy, Samsung Star, Nokia N97 mini, Nokia 5230, Nokia 5530, Nokia XpressMusic, i-mobile IE3250, i-mobile IE5510, i-mobile IE6530 ปี53 ได้แก่ iPhone4, iPad, Samsung Galaxy Tab, Samsung Galaxy S, SamsungGalaxy Nexus, Samsung Galaxy Wave, Samsung C3 ปี54 ได้แก่ iPhone4s, iPad2, Samsung Galaxy Y, Samsung Galaxy S2,Samsung Galaxy Note 2, Samsung Galaxy Tab, Nokia N9, Nokia Lumia 800, Nokia Asha,Nokia 500, i-mobile i-Note, i-mobile CM ปี 55 iPhone5, iPad, iPad Mini,Samsung Galaxy S Duos, Samsung Galaxy S3, Samsung Galaxy S3 mini, SamsungGalaxy Grand, Samsung Galaxy Ace, Nokia Lumia, i-mobile idea 1,และปี56 iPhone5s, iPhone5c, iPadAir, iPad mini, Samsung Galaxy S4, Galaxy Grand 2, Samsung Galaxy Note 3,Samsung Galaxy Core, Nokia Lumia 520, 625, 1520, 2520, i-mobile Hitz 10-17,i-mobile i-Note 3, i-mobile IQ 9 เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยนำเข้ามือถือ-แท็บเล็ต 4 ปี กว่า 93 ล้านเครื่อง
เดือน: ธันวาคม 2013
-

ไทยนำเข้ามือถือ-แท็บเล็ต 4 ปี กว่า 93 ล้านเครื่อง
-

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันหนุนแก้โกงก่อนเลือกตั้ง
ที่โรงแรมอโนมาเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ธ.ค. 56นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย), นายสมพล เกียรติไพบูลย์ รองประธานองค์กร, คุณหญิงชาฎา วัฒนธิริธรรม รองประธานองค์กรฯ นายวิเชียรพงศธร รองประธานองค์กรฯ และ นายบัณฑิต นิจถาวร กรรมการองค์กรร่วมกันแถลงจุดยืนองค์กรฯว่า องค์กรมีจุดยืน 3 ประกอบด้วยข้อ1.ให้ผู้รับผิดชอบในการบริหารประเทศต้องจัดให้มีการกำจัดคอร์รัปชันอย่างป็นรูปธรรมให้เสร็จก่อนเลือกตั้งเพราะหากไม่มีออกมาตรการแก้ปัญหานี้ให้เสร็จก่อนเชื่อว่าการเลือกตั้งที่จะถึงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของวงจรอุบาทว์แบบอดีตที่ผ่านมาดังนั้นหากไม่สามารถจัดให้มีมาตการกำจัดคอร์รัปชันได้ทันอย่างให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเลือนวันเลือกตั้งออกไปอีกสำหรับข้อ2ให้ทุกพรรคการเมืองต้องมีนโยบายที่กำจัดคอร์รัปชันเป็นนโยบายหลักโดยต้องมีการลงสัตยาบันให้เป็นรูปธรรมหากไม่ปฎิบัติตามก็จะต้องมีบทลงโทษอย่างเด็ดขาดและ ข้อ 3.ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดที่เข้ามาบริหารประเทศต้องกำหนดให้การกำจัดคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติและเป็นนโยบายที่สำคัญสูงสุดของประเทศ“องค์กรฯยืนยันว่าจุดยืนของเราคือต้องมีมาตรการกำจัดคอร์รัปชันก่อนการเลือกตั้งใหม่เพื่อให้ประชาชนมั่นใจเพราะปัญหาความวุ่นวายของสังคมไทยและความล้มเหลวของการบริหารประเทศในปัจจุบันมาจากการคอร์รัปชันและการโกงกินฝังลึกมานาน นอกจากนี้ ยังเห็นด้วยหากจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชั่น เนื่องจากยอมรับว่าตอนนี้ประชาชนเป็นล้านล้านคนตื่นตัวในการต่อต้านคอร์รัปชันกันมากซึ่งเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในประเทศไทยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” นายประมนต์ กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันหนุนแก้โกงก่อนเลือกตั้ง -

เผยตลาดสื่อสารฮาร์ดแวร์ไทยชะลอตัวคาดปีหน้าดีขึ้นจากโมบายอินเทอร์เน็ต
วันนี้ (20 ธันวาคม 2556) ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพ ฯ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์แห่งชาติและเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงข่าวผลการสำรวจมูลค่าตลาดสื่อสาร และตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ของประเทศไทย ประจำปี 2555-2556 และประมาณการปี 2557 โดยนางชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า การสำรวจดังกล่าว เริ่มจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมีนาคม-ตุลาคม 2556 โดยเน้นการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ประกอบการรายสำคัญในอุตสาหกรรม กว่า 40 ราย แล้วนำมาประมวลผลร่วมกับข้อมูลทุติยภูมิอื่นๆ รวมถึงการจัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อตรวจทานความถูกต้องของข้อมูล ทั้งนี้ ผลสำรวจในปีนี้จะมุ่งเน้นเฉพาะตลาดสื่อสารโทรคมนาคม และตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ นายจำรัส สว่างสมุทร ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาโครงการสำรวจตลาดฯ เปิดเผยถึงผลสำรวจว่า ภาพรวมของตลาดสื่อสารปี 2556 มีมูลค่า 466,526 ล้านบาท เติบโตจากปี2555 ประมาณ 5.2 % ส่วน ในปี2557 คาดว่าจะมีอัตราเติบโต 8.4% หรือ คิดเป็นมูลค่า 505,831 ล้านบาทโดยมีปัจจัยหลักมาจากตลาดบริการสื่อสาร โดยเฉพาะการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ต ที่ในปีนี้มีมูลค่า 11,571 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้าจะเติบโตเพิ่มอีกกว่า 26.4 % หรือคิดเป็นมูลค่า 14,627 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากความนิยมรับข่าวสารทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น ด้านตลาดสมาร์ทโฟนปี 2556 มีการเติบโต 24.2% จากปี 2555 คาดว่าเติบโตจะเพิ่มขึ้นเป็น 32.5% หรือคิดเป็นมูลค่า 60,996 ล้านบาท ภายในปี 2557 นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมที่น่าจับตามอง เช่น เพาเวอร์แบงค์ และโมบายเราท์เตอร์ ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากราคาที่มีแนวโน้มลดลง ส่วนตลาดคลาวด์ คอมพิวติ้ง คาดว่าในปี 57 นี้ตลาดคลาวด์ประเภท IaaS (Infrastructure as a Service) จะมีมูลค่าประมาณ 834 ล้านบาท จากปี 2556 ที่มีมูลค่า 614 ล้านบาท สำหรับภาพรวมของตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในปี 2556 หดตัวลงจากปี 2555 คือ เติบโตติดลบ 4% คิดเป็นมูลค่า 87,435 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว และภาคครัวเรือนซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้หลักลดการใช้จ่ายลง ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2557 ตลาดจะสามารถเติบโตได้ 4.3% หรือมีมูลค่า 91,174 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตตามกระแสอุปกรณ์พกพา ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา และมีระดับราคาต่อหน่วยลดลง ตลอดจนความนิยมนำอุปกรณ์พกพาส่วนตัวไปใช้ภายในที่ทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านการใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ อาทิ ระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง และการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่หรือบิ๊ก ดาต้า เพื่อนำมาจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่แบ่งปันอยู่ในโลกโซเชียลมีเดียในหลายรูปแบบ ซึ่งคาดว่าในปี 2557 องค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่จะเกิดการลงทุนด้านคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และระบบโซลูชั่นเพื่อรองรับการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น ทำให้มูลค่าตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย นายจำรัส กล่าวอีกว่า สำหรับปัจจัยบวกในการขับเคลื่อนตลาดปีหน้ามาจาก การใช้ประโยชน์ของโครงข่าย 3จี 4จี กระแสของ ทีวีดิจิทัล การเตรียมตัวรับการเปิดเออีซี และการเปิดรับข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งหลายๆ ภาคส่วนมองว่าความไม่มั่นคงทางการเมืองเป็นปัจจัยลบของอุตสาหกรรม แต่สำหรับตลาดสื่อสารและตลาดฮาร์ดแวร์โดยเฉพาะในกลุ่มแท็บเล็ตแล้วกลับมองเป็นปัจจัยบวก เพราะมีการใช้งานดาต้า อย่างมากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันคาดว่าผู้ให้บริการรายใหญ่จำเป็นต้องขยายโครงข่ายการให้บริการและมีโซลูชั่นรองรับการใช้งานหากผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมๆ กันเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่อาจทำให้มูลค่าไม่เติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ คือความเชื่อมั่นของนักลงทุนซึ่งจะส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนภายในประเทศ ที่ทำให้ราคาอุปกรณ์ที่คาดว่าจะปรับลดลงนั้น อาจไม่ได้ลดลงมากอย่างที่คาดไว้ และภาระหนี้สินภาคครัวเรือนก็เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีผลกระทบต่อตลาดมากน้อยเพียงใด รวมถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองซึ่งไม่ทราบว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ คงต้องรอดู และหากสถานการณ์ยังไม่นิ่งจนถึงกลางปีหน้า อาจต้องมีการปรับประมาณการกันอีกครั้งเนื่องจากจะกระทบกับภาพรวมของตลาดไอที โดยเฉพาะตลาดภาครัฐที่ขาดความต่อเนื่องและการผลักดันให้เกิดโครงการขนาดใหญ่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เผยตลาดสื่อสารฮาร์ดแวร์ไทยชะลอตัวคาดปีหน้าดีขึ้นจากโมบายอินเทอร์เน็ต